โต้ง ทูพี เคลียร์ชัด สถานะ 'พลอย เฌอมาลย์' รับหวั่นไหวอยู่แล้ว ปลื้มตั้งแต่เด็ก
โต้ง ทูพี เคลียร์ชัด สถานะ พลอย เฌอมาลย์ รับหวั่นไหวอยู่แล้วปลื้มตั้งแต่เด็ก
ก่อนหน้านี้โต้ง ทูพี ถูกจับตาเรื่องความสัมพันธ์กับพลอย เฌอมาลย์ ล่าสุดวันนี้ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม นักร้องคนดังได้ไปร่วมงานเปิดตัวไอศกรีม Calippo Star Wars Collection พร้อมให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ตนกับพลอยรู้จักกันมานานมากแล้ว
“ซี้เลย” เขาบอกแล้วว่า “ปกติคนที่ซี้ๆ ผมจะไม่ค่อยลงอินสตาแกรมเท่าไหร่ และเหมือนว่าช่วงนี้เจอบ่อย แล้วพี่พก (พก ประธานวงศ์) เหมือนศาลาคนโสด ก็ได้กันบ่อยๆครับ ไม่มีอะไร” ยืนยันสถานะว่าเป็นพี่น้องกัน-ว่าอย่างนั้น
ทั้งนี้เมื่อมีข่าวสงสัยในความสัมพันธ์ออกมา โต้งก็ว่าเขามีโอกาสได้คุยเรื่องนี้กับพลอยเหมือนกัน “ก็คุยครับ น่ารักดี พี่พกด้วย เป็นอะไรที่เข้าใจสถานการณ์ เจอกันบ่อย พี่พกยังบอกเลยว่าที่จริงเป็นผมกับเขา (หัวเราะ) จริงๆ กลุ่มพี่พลอยกับกลุ่มผมคือกลุ่มเดียวกันเลย แต่ช่วงนี้เขาได้ออกมาแฮงค์เอ๊าท์บ่อยขึ้น ผมก็ได้มาแฮงค์ เอ๊าท์บ่อยขึ้น ก็เลยได้เจอกันบ่อยมากกว่าเมื่อก่อน”
เมื่อถามว่ามีโอกาสพัฒนาไหม โต้งก็ว่า“อันนี้ไม่ได้คิดไว้เลยครับ” อย่างไรก็ตามการโดนจับตาไม่ได้ทำให้รู้สึกกังวล ยังคงใช้ชีวิตแบบปกติ
ด้านพลอย โต้งบอก “เขาก็กลัวว่าจะกระทบอะไรผมหรือเปล่า”
ทั้งยังว่า “พอเป็นข่าว ก็คุยกันมากขึ้น เจอกันบ่อยช่วงนี้ ก็มีคุยเรื่องข่าว สงสารมารี (มารี เบิร์นเนอร์) ไม่เกี่ยวอะไรเลย อันนี้แซวเล่นนะๆ จริงๆ ก็คุยกับเพื่อนๆ กัน”
เขายังบอกด้วยว่า เรื่องที่พากันโดนจับเป็นคู่ๆ นั้น พอจะเข้าใจได้ “เหมือนเรามาเจอกัน พี่พกก็โสด ผมโสด ก็เข้าใจ”
ครั้นถามว่ากับพลอย ไม่มีโอกาสหวั่นไหว ? โต้งตอบ “ผมหวั่นไหวกับเขาอยู่แล้ว ผมปลื้มเขาตั้งแต่เด็กๆ อยู่แล้ว”
ส่วนพลอยจะหวั่นไหวกับเขาหรือเปล่า “ไม่รู้ๆ ไม่กล้าคิด” เขาว่า “ผมปลื้มเขาแต่ไหนแต่ไร เป็นผู้หญิงที่สวยมากๆ คนนึง”
ในส่วนตัวเขาเอง โต้งบอกตอนนี้ยังโสด “จริงๆ ก็พยายามคุย พยายามศึกษา แล้วก็ไม่ได้ปิดกั้น มีเวลาศึกษาเป็นเพื่อนกัน ดูแลกัน เข้าใจกัน แต่สตั๊ฟฟ์คำว่าเป็นเพื่อน ก็ดี” “ต้องศึกษาไปเรื่อยๆ ไม่ได้รีบอะไร”
อธิบายด้วยว่า “ศึกษานี่หมายถึงเป็นเพื่อนกัน รู้จักนิสัยใจคอกัน ไม่ได้จีบ ไม่ได้ว่าต้องเป็นแฟนนะ เรารู้สึกว่าเป็นไอเดียใหม่ในชีวิตผมกับมุมมองเรื่องความรัก”
แสดงว่าความรักครั้งใหม่ ก็จะมาในรูปแบบเป็นเพื่อนกันมาก่อน? กับคำถามนี้ เขาตอบ “ผมว่าก็ดี น่ารักดี แฟร์ดี” บอกด้วยว่า แม้จะไม่รีบ แต่ใจจริงก็อยากมีความรัก อยากมีครอบครัว
“เป็นอะไรที่เราเชื่อมั่นตรงนั้นอยู่แล้ว เชื่อในความรักที่ดีเสมอ” ขณะเดียวกันก็รู้ดีกว่า การจะเจอ ‘คนๆหนึ่ง’ ไม่ง่ายเลย ส่วนคนๆนั้น จะต้องเป็นอย่างไร แบบไหน นักร้องคนดังก็ว่า
“ถ้าเป็นเพื่อนกันได้แล้ว มันรักด้วยความเป็นเพื่อน เข้าใจกันทั้งซ้าย ทั้งขวา ทั้งลึก ทุกอย่าง พอเป็นเพื่อนกันได้ ทุกอย่างเป็นมิตรภาพที่ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องอะไร ผมว่าน่าจะเป็นอะไรที่เริ่มต้นพื้นฐานความรักที่ดี น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน”
ช่วงเป็นโสดแบบนี้ โต้งบอกเพื่อนๆก็ไม่ได้มีการแนะนำสาวๆให้ ซึ่งก็พอดีกับที่ตัวเขาก็ไม่ค่อยเชื่อเรื่องการแนะนำสักเท่าไหร่
“ผมว่าของพวกนี้มันแบบเคมี หรือเวลา หรือพรมลิขิต มันน่าจะมาเอง เลยไม่ค่อยให้ใครแนะนำ หรือแนะนำให้ใคร เจอกันเองดีกว่า ผมว่าจะเป็นอะไรที่ให้พลังโคจรมาเจอกัน”
โต้งยังพูดถึงเรื่องการไปทำงานร้องเพลง แล้วโดนลูบเป้าบนเวที ว่า ตอนที่โดนก็ตกใจ “ก็ว่าคุณอย่าทำแบบนี้กับผมนะ อย่าลืมว่าตอนนี้ผมโสดนะ ผมไม่ใช่คนก่อนแล้วนะ ก็แซวตลกๆ” เล่าด้วยว่า ที่ผ่านมาก็เจอคนดื่มแอลกอฮอล์มาตลอด และยังเคยบอกเหมือนแซวกลับว่า “ถ้าผมทำ ต้องห้ามว่ากัน”
“ถ้าผมลูบกลับ เขาก็ต้องไม่ว่าผมด้วย” เขาเล่า ก่อนจะบอกว่านั่นเป็นแค่การพูดเล่น
“ผมชอบเล่นมุขแล้วจะหน้าตายมาก แล้วคนจะไม่ค่อยรู้ว่าผมเล่นมุขเท่าไหร่ พี่ขันก็บอกว่าโต้งจำไว้นะมุกตลกหน้าตาย เขาให้เอาเล่นกับคนที่หน้าตลก มึงเล่นมุขนี้ไม่ได้ แต่มันชอบอ่ะครับ (ยิ้ม)”
ก่อนจะพูดแบบจริงจังว่า การจับแบบนั้นไม่ใช่เรื่องปกติ ซึ่งคนที่มาด้วยกันควรจะช่วยดูแล
“ผมรู้สึกว่าเพื่อนเขาถ้ามาเที่ยวด้วยกัน ต้องดูแลกันและกัน เพราะคนเมาก็คือคนเมา มาเที่ยวด้วยกันก็ต้องดูคนข้างๆ ให้ดี”
การที่มีผู้แสดงความเห็นว่าเขาแก้สถานการณ์ได้ดี และสามารถคุมอารมณ์ได้ด้วย โต้งบอกว่า “ผมก็เล่นมุกแบบแบดโจ๊กของผมไป แซวกลับแบบตลกร้ายของผม (ยิ้ม) ก็หวังว่าเขาจะไม่โกรธ (ยิ้ม)”
เรื่องสุขภาพหลังเกิดอุบัติเหตุกระทบหลังช่วงล่าง lower back กระดูกทับเส้นประสาท ทำให้ไม่สามารถเดินและลงน้ำหนักได้อย่างเต็มที่เขาบอกว่าตอนนี้ดีขึ้นมาก แต่ยังต้องไปกายภาพบำบัดอยู่ แต่คาดว่าอีกไม่นานจะกลับมารับงานได้เหมือนเดิม
ครั้นถามว่าตอนนี้สภาพร่างกายกลับมาได้กี่เปอร์เซนต์แล้ว เขาก็ว่า “100 เปอร์เซ็นต์ครับ ต้องบอกร้อยไปก่อน เพราะร่างกายเราจะได้เชื่อมั่นในตัวเรา”