เครื่องรางเสือ-งาแกะ หลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน พระเกจิชื่อดังนครสวรรค์
เครื่องรางเสือ-งาแกะ หลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน พระเกจิชื่อดังนครสวรรค์
“พระครูพิสิษฐสมถคุณ” หรือ “หลวงพ่อเฮง คังคสุวัณโณ” วัดเขาดิน อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ พระเกจิชื่อดัง ต้นตำรับเครื่องรางงาแกะอันโด่งดัง พระอาจารย์ของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ จ.นครสวรรค์
เครื่องรางของขลังเป็นของคู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน ชนิดที่เป็นรูปสัตว์ต่างๆ ก็เป็นที่นิยม เช่น เครื่องรางรูปเสือ มีพระเกจิอาจารย์หลายท่านที่จัดสร้างอาทิ เสือของหลวงพ่อปาน วัดคลองด่าน, เสือหลวงพ่อนก วัดสังกะสี
แต่หากเป็นในแถบพื้นที่ จ.นครสวรรค์ คือ “เสืองาแกะ หลวงพ่อเฮง วัดเขาดิน”
ศึกษาวิทยาการต่างๆ มากมาย ทั้งวิทยาคม วิชาโหราศาสตร์ อีกทั้งแพทย์แผนโบราณ ออกธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ เพื่อศึกษาวิปัสสนา และได้พบกับพระเกจิอาจารย์หลายรูปในป่าที่ได้ธุดงค์ไป
ระหว่างทางก็ได้พบกับงากำจัดและงากำจาย งาช้างประเภทนี้ เป็นงาช้างตัวผู้ที่ตกมัน และแทงงาหักปักติดต้นไม้ในป่าบ้าง หักคาตลิ่งน้ำในป่าบ้าง หรือที่ต่อสู้กันเพื่อแย่งชิงกันเป็นจ่าโขลงแล้วเกิดแตกหักตกหล่นอยู่ในป่าบ้าง จึงได้เก็บรักษาไว้
ต่อมาจึงได้นำมาให้ช่างแกะสลัก เป็นรูปคชสีห์ เสือ หมูโทน ฯลฯ จึงปลุกเสกและมอบให้แก่บรรดาลูกศิษย์ เพื่อไว้คุ้มครองป้องกันตัว
เครื่องรางของขลังรูปสัตว์แกะจากงา เชื่อกันว่ามีพุทธคุณเด่น ด้านอยู่ยงคงกระพัน แคล้วคลาด และเมตตามหานิยม
เสืองาแกะ หลวงพ่อเฮง มีอายุการสร้างร่วม 100 ปี เป็นเสือที่มีศิลปะในการแกะ มีตาคล้ายลูกเต๋า บริเวณแผงคอมีเส้นขนเป็นขีดยาว หางพาดหลังมีรอยบั้ง
หายากมากในปัจจุบัน เนื่องจากจำนวนงากำจัดและงากำจายที่ท่านเก็บมาจากในป่า แกะได้จำนวนไม่มาก
ดังนั้น ผู้ที่มีไว้ในครอบครองจึงหวงแหนและเป็นมรดกตกทอดกันต่อมา
อัตโนประวัติ เกิดเมื่อปี 2402 ที่บ้านมหาโพธิ์ ต.มหาโพธิ์ อ.เก้าเลี้ยว จ.นครสวรรค์ บิดาชื่อ นายสังข์ มารดาชื่อ นางเปี่ยม หลังเกิดมาครอบครัวก็มีฐานะดีขึ้นตามลำดับ บิดา-มารดาจึงตั้งชื่อให้ว่า “เฮง”
มีนิสัยเมตตาต่อสัตว์และชอบให้ทานแก่สัตว์มาตั้งแต่เด็กๆ ขนาดบิดาให้ไปเฝ้านา เห็นนกมากินข้าวก็ยังไม่ยอมไล่ เพราะถือว่าเป็นการให้อาหารทาน
ในเยาว์วัย เป็นคนที่รักการศึกษา เมื่อมีเวลาว่างจะไปหาหลวงพ่อทับ วัดมหาโพธิ์ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่โด่งดังในสมัยนั้น เพื่อให้สอนวิชาให้ คือ วิชาแพทย์แผนโบราณ คชศาสตร์ และวิทยาคมต่างๆ พออายุได้ 12 ปี บรรพชาที่วัดมหาโพธิ์ใต้ อยู่ได้ 4 ปี ก็ลาสึกออกมาช่วยบิดามารดาประกอบอาชีพ
ครั้นอายุครบบวช เมื่อปี พ.ศ.2423 จึงเข้าพิธีอุปสมบท ที่พัทธสีมาวัดมหาโพธิ์ใต้ โดยมีพระครูกิ่ม เจ้าอาวาสวัดมหาโพธิ์ใต้ เป็นพระอุปัชฌาย์
ศึกษาพระปริยัติธรรม ตลอดจนโหราศาสตร์ และวิทยาคมต่างๆ อีกมากมายจากพระ อาจารย์กิ่ม ขณะเดียวกัน วัดมหาโพธิ์ใต้ ยังเป็นแหล่งรวบรวมวิชาการและตำราต่างๆ ไว้มากมาย อีกทั้งอุโบสถของวัดก็เป็นแบบมหาอุด ซึ่งเป็นที่ปลุกเสกเครื่องรางของขลังได้ยอดเยี่ยม และมีอายุเก่าแก่กว่า 300 ปี
วัดมหาโพธิ์ใต้ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง จึงมีพระเกจิอาจารย์ที่ออกธุดงค์มาแวะพักอยู่เสมอๆ จึงได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ จากพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นไปด้วย
ต่อมาได้ออกธุดงค์ไปในป่าดงดิบต่างๆ ถึงพม่า เขมร และลาวหลายครั้ง
กลับมาจากธุดงค์พอดีกับทางวัดว่างเจ้าอาวาส ท่านก็ได้รับแต่งตั้งให้เป็น เจ้าอาวาสปกครองวัดมหาโพธิ์ใต้
พ.ศ.2449 เป็นเจ้าอาวาสปกครองถึง 2 วัด คือ วัดมหาโพธิ์ใต้ และวัดเขาดิน ซึ่งอยู่สองฝั่งแม่น้ำปิง ต่อมาได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดเขาดิน เนื่องจากกำลังก่อสร้างศาลาการเปรียญอยู่
มีเหตุการณ์ที่ทำให้เป็นที่เลื่อมใสมาก คือ ได้บอกกับชาวบ้านว่า ให้จัดทำปะรำพิธีต้อนรับที่วัดเขาดิน ชาวบ้านต่างไม่เข้าใจว่าให้สร้างทำไม?
กระทั่งวันที่ 28 สิงหาคม 2449 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จประพาสต้นไปกำแพงเพชร ทางชลมารคได้จอดเรือพระที่นั่งแวะที่วัดเขาดิน โดยไม่มีหมายกำหนดการ และชาวบ้านแถบนั้นไม่มีใครรู้
จดหมายเหตุของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 บันทึกไว้ว่า
“เมื่อมาถึงวัดเขาดินได้ยินเสียงมโหรีและพระสวด เห็นเวลายังวันอยู่จึงได้คิดแวะถ่ายรูป แต่ชายหาดน้ำตื้นเรือใหญ่เข้าไปไม่ถึง ต้องลงเรือเล็กลำเลียงเข้าไปอีก เดินหาดร้อนเหลือกำลังทั้งเวลาก็บ่ายสี่โมงแล้ว ไม่ตั้งใจจะขึ้นเขา แต่ครั้นเข้าถ่ายรูปที่เขาแล้วเห็นวัด วัดตระเตรียมแน่นหนามาก จึงเลยไปถ่ายรูป
ครั้นเข้าไปใกล้ดูคนตะเกียกตะกายกันหนักขึ้น จะต้องยอมขึ้นวัดวัดนี้มีเจ้าอธิการชื่อเฮง รูปพรรณสัณฐานดีกลางคน ไม่หนุ่มไม่แก่ เป็นพระฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่คนจะนับถือมาก เพิ่งมาจากวัดมหาโพธิ์ใต้ที่ฝั่งตรงกันข้ามได้ 2 ปี แต่มีคนแก่สัปปุรุษและชาวบ้านหลายคนมาคอยอธิบายชี้แจงโน้นนี่ เจ้าอธิการว่าได้สร้างศาลาไว้หลังหนึ่งขัดเครื่องมุง จึงให้เงิน 100 บาท ช่วยศาลานั้น แล้วสัปปุรุษทายกชักชวนให้เข้าไปดูในวัด”
พัฒนาวัดเขาดิน จนมีความเจริญรุ่งเรือง เมื่อท่านได้พัฒนาวัดเขาดินแล้ว ท่านยังไปพัฒนาวัดมหาโพธิ์ใต้อีก ในที่สุดชาวบ้านจึงให้ท่านปกครองทั้ง 2 วัด คือ วัดมหาโพธิ์ใต้และวัดเขาดิน ซึ่งอยู่ตรงกันข้ามฝั่งแม่น้ำถือว่าเป็นวัดพี่วัดน้อง
มรณภาพในเดือน 12 ปี พ.ศ.2485 สิริอายุ 83 ปี พรรษา 63 •
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
komkam.ks@gmail.com
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022