Bentley Motor เผยโฉม EXP 15 ก้าวสู่ยุคใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าสุดหรู!
LSA Thailand
อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 16.04 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • Lifestyle Asia Thailandเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส (Bentley Motor) เผยโฉม EXP 15 ยนตรกรรมต้นแบบรุ่นล่าสุดที่นำเสนอแนวคิดการออกแบบที่หรูหราจากสตูดิโอออกแบบแห่งใหม่ โดยยนตรกรรมต้นแบบพลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้สะท้อนวิสัยทัศน์การออกแบบของเบนท์ลีย์ในอนาคตด้วยแรงบันดาลใจจากแกรนด์ทัวเรอร์ในอดีตในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผ่านการตีความใหม่ให้ทันสมัยในศตวรรษที่ 21
Related articles
Bentley Batur Convertible เปิดตัวรถสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ ณ นครดูไบ
BMW iX1 และ BMW 220 Gran Coupé M Sport Pro สองขั้วแห่งความสมบูรณ์แบบ
EXP 15 รถล้ำอนาคตจาก Bentley Motor
รถยนต์ต้นแบบมาพร้อมกับตัวถังแบบมาตรฐานขนาด 5 เมตรที่มีกระจังหน้าแนวตั้งอันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยแนวหลังคาที่ทอดยาวแบบไร้รอยต่อ และห้องโดยสารด้านหลังที่ชวนให้นึกถึงยนตรกรรมแบบคูเป้ รุ่น Bentley Speed Six Gurney Nutting Sportsman ในปี 2473 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “Blue Train” รถยนต์เบนท์ลีย์ที่มีชื่อเสียงรุ่นนี้มีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันระหว่างวูล์ฟ บาร์นาโต ประธานบริษัท และ “เบนท์ลีย์ บอย” ผู้มีชื่อเสียงในขณะนั้นกับรถไฟด่วนสุดหรู (Le Train Bleu) ที่วิ่งจากเมืองคานส์ทางตอนใต้ไปยังเมืองกาแลทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งวูล์ฟ บาร์นาโตได้ขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์ของเขามาถึงลอนดอนก่อนที่รถไฟจะไปถึงเมืองกาแล
สำหรับยนตรกรรมต้นแบบรุ่นนี้ได้รวมเอาพื้นผิวภายนอกที่ทันสมัย รายละเอียดไฟที่ไฮเทค และองค์ประกอบด้านอากาศพลศาสตร์ที่ทำให้คล่องตัวเข้าไว้ด้วยกัน EXP 15 จึงสะท้อนทั้งยุคปัจจุบันและอนาคตที่มาพร้อมกับแนวคิดด้านการออกแบบรถยนต์เบนท์ลีย์รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้
คอนเซ็ปต์ที่มีการรวมนวัตกรรมสมัยใหม่และความคลาสสิก เข้าด้วยกันจาก Bentley Motor
ยนตรกรรมต้นแบบขนาดมาตรฐานที่ผสมผสานความคลาสสิกและความทันสมัยด้วยดีไซน์ใหม่ที่น่าตื่นเต้นและสง่างาม ด้วยแนวคิด EXP 15 สะท้อนถึงหลักการออกแบบภายนอก 5 ประการของเบนท์ลีย์ ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อการออกแบบรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต หลักการแรก คือ “Upright Elegance” สะท้อนแนวคิดที่ว่าด้านหน้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันควรมีเส้นโค้งแนวตั้งที่สง่างามคล้ายกับลำตัวส่วนหน้าอกของม้าพันธุ์แท้
เมื่อมองตัวรถจากด้านหน้าตรง หลักการออกแบบภายนอกที่สำคัญประการที่สองคือ ‘กระจังหน้าแบบไอคอนิก’ ที่แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นระบบส่งกำลังแบบพลังงานไฟฟ้า แต่ยังคงสะท้อนความสำคัญของภาพลักษณ์อันเก่าแก่ของแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีเส้นแนวตั้งอยู่ตรงกลาง
โดยการใช้หลักการออกแบบภายนอกประการที่สามที่นักออกแบบของเบนท์ลีย์ได้ระบุไว้คือ ‘Endless Bonnet Line’ ซึ่งสะท้อนถึงในอดีตที่รถยนต์เบนท์ลีย์ต้องติดตั้งเครื่องยนต์สันดาปภายในขนาดใหญ่ไว้ใต้ท้องรถ เส้นสายนี้ต่อเนื่องกันใต้กระจกข้างและด้านหลังไปจนถึงเสาหลังของตัวรถที่มีลักษณะคล้ายกับรถยนต์แบบคูเป้ รุ่น Gurney Nutting ในปี 2473 อันเก่าแก่ และเนื่องจากระบบส่งกำลังในอนาคตที่เปลี่ยนเป็นระบบไฟฟ้าที่ต้องการพื้นที่น้อยลง พื้นที่ว่างใต้ฝากระโปรงหลังของ EXP 15 จึงถูกปรับเปลี่ยนเป็นที่เก็บสัมภาระที่หรูหราสองช่อง โดยสามารถเข้าถึงได้ผ่านแผงคู่ฝาครอบเครื่องยนต์แบบบานพับสไตล์เปียโนเช่นเดียวกับรถยนต์แบบคูเป้ รุ่น Gurney Nutting
หลักการออกแบบภายนอกข้อที่สี่ ‘Resting Beast’ สัตว์ร้ายที่หลับใหล รถยนต์เบนท์ลีย์ทุกคันมีซุ้มล้อที่แสดงถึง ‘กล้ามเนื้อ’ และพละกำลังที่ซ่อนอยู่เฉกเช่นรูปทรงที่โค้งมนของต้นขาของเสือนักล่า
หลักการออกแบบภายนอกที่สำคัญประการที่ห้าและประการสุดท้ายถูกเรียกว่า ‘Prestigious Shield’ และใน EXP 15 นั้นเกี่ยวข้องกับพื้นผิวที่ใหญ่และสะอาดตา ซึ่งในรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นคลาสสิกอย่าง Gurney Nutting coupe มีส่วนเก็บสัมภาระที่แยกจากตัวรถ แต่ในรุ่น EXP 15 นั้นจะเป็นส่วนหนึ่งของฝากระโปรงท้ายรถ ซึ่งมีโลโก้เบนท์ลีย์แบบใหม่ตกแต่ง พร้อมด้วยกรอบไฟท้ายลวดลายเพชร
ภายในห้องโดยสารแบบเสมือนจริงในรูปแบบ 3 ที่นั่งอันล้ำสมัย
การออกแบบห้องโดยสารอันล้ำสมัยของ EXP 15 ได้รับอิทธิพลมาจากภายในห้องโดยสารของรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Speed Six Gurney Nutting Sportsman ปี 2473 ที่ไม่ใช่แค่เพียงการจัดวางและรูปทรง แต่ทั้งในด้านจำนวนที่นั่งและฟังก์ชันการใช้งาน
สานต่อเจตนารมณ์ดังกล่าว EXP 15 จึงมาพร้อมที่นั่งแบบสามที่นั่ง และประตูด้านคนขับบานหนึ่งที่เปิดออกสู่เบาะคนขับ พร้อมด้วยเบาะโดยสารด้านหลังที่โอบล้อมแบบรังไหม ขณะที่ประตูแบบคู่และหลังคาแบบพาโนรามิกฝั่งผู้โดยสารสามารถเปิดขึ้นได้เพื่อช่วยให้เข้าออกได้สะดวกยิ่งขึ้นผ่านเบาะฝั่งผู้โดยสารอันหรูหราที่สามารถหมุนได้แบบ 45 องศา
เบาะโดยสารยังสามารถปรับตำแหน่งได้หลากหลายความต้องการของผู้โดยสาร ไม่ว่าจะเป็นการปรับเบาะนั่งคู่หน้าข้างคนขับในโหมด “Co-pilot” หรือเลื่อนไปเบาะโดยสารด้านหลังในโหมด “Standard” หรือปรับเอนในโหมด “Relax” การปรับเบาะโดยสารสองแบบหลังจะมีพื้นที่วางขากว้างขวางขึ้น พร้อมด้วยระบบจัดเก็บสัมภาระแบบ Concertina Floor Storage ที่จะช่วยให้สามารถพับที่วางเท้าลงบนพื้นรถเพื่อสร้างพื้นที่เล็กๆ สำหรับสัตว์เลี้ยงหรือสัมภาระติดตัวขนาดเล็ก โดยที่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องหยุดรถและเปิดฝากระโปรงท้าย
พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถสามารถใช้งานได้มากกว่าแค่การบรรทุกสัมภาระ โดยเมื่อเปิดฝากระโปรงท้าย เบาะขนาดเล็กสองที่นั่งสามารถกางออกได้ พร้อมด้วยโคมไฟและตู้เย็นที่สามารถเลื่อนจากเบาะหลังได้
สมรรถนะและเทคโนโลยีสำหรับแกรนด์ทัวเรอร์แห่งศตวรรษที่ 21 ที่โดดเด่นและยั่งยืน
แม้ว่าแนวคิดการออกแบบจะโดดเด่นเหนือสิ่งอื่นใด แต่นักออกแบบ EXP 15 ได้คำนึงถึงระบบส่งกำลังที่จะนำไปสู่การเดินทางของยนตรกรรมแบบแกรนด์ทัวเรอร์ในศตวรรษที่ 21 กับความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือชั้น ด้วยเหตุนี้ EXP 15 จึงได้รับการออกแบบให้มีระบบส่งกำลังที่ขับเคลื่อนแบบสี่ล้อด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่จะมอบพิสัยการเดินทางและความเร็วในการชาร์จที่มากพอๆกับความสะดวกสบายที่ลูกค้าจะได้รับจากรถยนต์เบนท์ลีย์ พร้อมด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ยังคงแฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของงานดีไซน์อันละเอียดอ่อนที่เชื่อมโยงกับยนตรกรรมในตำนานรวมถึงการนำเสนอแนวคิดด้านดิจิทัลและเทคนิคภายในห้องโดยสารที่อาจกลายเป็นจริงได้ในอนาคต
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia
Hero & Featured Photo Credit: Bentley Bangkok via PR
Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.