โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Uniqlo หายใจคล่องขึ้น กำแพงภาษีสหรัฐฯ-เวียดนาม ‘ลดฮวบ’ เหลือ 20% รอดพ้นวิกฤตผลกำไร Nintendo, Apple และ Samsung โล่งอกด้วย

THE STANDARD

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 09.01 น. • thestandard.co
Uniqlo หายใจคล่องขึ้น กำแพงภาษีสหรัฐฯ-เวียดนาม ‘ลดฮวบ’ เหลือ 20% รอดพ้นวิกฤตผลกำไร Nintendo, Apple และ Samsung โล่งอกด้วย

การลดกำแพงภาษีระหว่างสหรัฐฯ และเวียดนามที่ประกาศออกมาล่าสุด ได้สร้างความโล่งใจให้กับบรรดาแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก โดยเฉพาะ Uniqlo ซึ่งพึ่งพาเวียดนามเป็นฐานการผลิตสำคัญ หลังจากที่เคยหวั่นวิตกว่าอาจต้องเผชิญกับอัตราภาษีที่สูงถึง 46% แต่สุดท้ายกลับจบลงที่ 20% ช่วยให้บริษัทรอดพ้นจากผลกระทบที่อาจฉุดผลกำไรลงอย่างหนัก

ก่อนหน้านี้ Fast Retailing บริษัทแม่ของ Uniqlo ซึ่งมีโรงงานคู่สัญญาในเวียดนามถึง 60 แห่งจากทั้งหมด 380 แห่งทั่วโลก ได้ย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังเวียดนามและประเทศเพื่อนบ้านเพื่อหนีต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น แต่หากต้องเผชิญกับกำแพงภาษีอัตราเดิม กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยงนี้ก็อาจกลายเป็น ‘การเดิมพันที่ผิดพลาด’ ได้

โดยบริษัทเคยประเมินว่า หากอัตราภาษีเดิมมีผลบังคับใช้ อาจฉุดผลกำไรทางธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปีงบประมาณให้ลดลงได้ถึง 2-3% อย่างไรก็ตาม โฆษกของ Fast Retailing ยังคงสงวนท่าที โดยระบุเพียงว่าบริษัทกำลัง “รวบรวมข้อมูล” เกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว

ทางด้านยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมอย่าง Nintendo ซึ่งใช้เวียดนามเป็นศูนย์กลางการส่งออกเครื่องเล่นเกม Switch 2 ไปยังสหรัฐฯ ก็กำลังอยู่ในกระบวนการ “ยืนยันข้อมูลและประเมินผลกระทบ” จากผลการเจรจาการค้าครั้งนี้เช่นกัน

การตัดสินใจของบริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนเป็นผลพวงมาจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนในยุคของประธานาธิบดีทรัมป์สมัยแรก ที่ผลักดันให้บริษัททั่วโลกต้องกระจายเครือข่ายการผลิตออกจากจีนซึ่งเคยเป็น ‘โรงงานของโลก’ โดยประเทศในกลุ่มอาเซียนรวมถึงเวียดนามได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างมาก

ขณะที่ Apple ซึ่งผลิต iPad และ AirPods บางส่วนในเวียดนาม และมีแผนจะให้เวียดนามเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกือบทั้งหมดที่จะขายในสหรัฐฯ ตามที่ซีอีโอ Tim Cook เคยกล่าวไว้

นักวิเคราะห์จาก UBS Global Wealth Management กลับมองว่า การนำเข้าสินค้าจากเวียดนามมายังสหรัฐฯ ยังคงมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของ Apple ดังนั้นภาษีในอัตรา 20% จึง ‘แทบไม่มีผลกระทบ’ ต่อผลกำไรของบริษัท

ส่วน Samsung Electronics ซึ่งมีโรงงานผลิตสมาร์ทโฟนหลักอยู่ในเวียดนาม ผู้บริหารได้กล่าวว่ากลุ่มบริษัทจะยังคงมองหาสถานการณ์ต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์จากฐานการผลิตทั่วโลกอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป แม้ว่าข้อตกลงการค้าสหรัฐฯ-เวียดนามจะสรุปแล้ว

แต่คาดว่า Samsung จะยังคงกระจายฐานการผลิตต่อไปเพื่อสร้าง ‘ห่วงโซ่อุปทานที่มั่นคง’ และพร้อมรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์โลกอยู่เสมอ

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...