โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทรัมป์ ลงนามจดหมายเรียกเก็บภาษีกับ 12 ประเทศแล้ว เตรียมส่งวันจันทร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.ค. 2568 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2568 เวลา 03.08 น.

ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในจดหมายถึง 12 ประเทศ โดยมีเนื้อหาระบุระดับภาษีต่าง ๆ ที่ประเทศเหล่านั้นจะต้องเผชิญสำหรับสินค้าที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ โดยข้อเสนอในจดหมายจะเป็นแบบ “รับหรือไม่รับก็ได้” และจะถูกส่งออกในวันจันทร์

6 ก.ค. 2568- สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน ขณะเดินทางไปยังรัฐนิวเจอร์ซีย์ โดยทรัมป์ระบุว่าได้ลงนามในจดหมายถึง 12 ประเทศ โดยมีเนื้อหาระบุระดับภาษีต่าง ๆ ที่ประเทศเหล่านั้นจะต้องเผชิญสำหรับสินค้าที่ส่งออกมายังสหรัฐฯ โดยข้อเสนอในจดหมายจะเป็นแบบ “รับหรือไม่รับก็ได้” แต่ทรัมป์ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อของประเทศที่เกี่ยวข้อง โดยบอกว่าจะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในวันจันทร์

ก่อนหน้านี้ในวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า เขาคาดว่าชุดจดหมายแรกจะถูกส่งออกในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันหยุดราชการในสหรัฐฯ แต่วันที่ได้ถูกเลื่อนออกไปแล้ว

ในสงครามการค้าระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน และทำให้ผู้กำหนดนโยบายต้องเร่งปกป้องเศรษฐกิจของตน ทรัมป์ได้ประกาศเมื่อเดือนเมษายนถึงการจัดเก็บภาษีในอัตราเริ่มต้นที่ 10% และภาษีเพิ่มเติมอีกในระดับต่าง ๆ สำหรับประเทศส่วนใหญ่ โดยบางประเทศอาจต้องเผชิญภาษีสูงถึง 50%

อย่างไรก็ตาม ภาษีที่เกินจากอัตราพื้นฐาน 10% ได้ถูกระงับไว้เป็นเวลา 90 วัน เพื่อให้มีเวลาสำหรับการเจรจาเพื่อบรรลุข้อตกลง

ช่วงเวลา 90 วันดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 9 กรกฎาคม แม้ว่าทรัมป์จะกล่าวเมื่อเช้าวันศุกร์ว่า ภาษีเหล่านี้อาจสูงขึ้นกว่านั้น บางรายการอาจสูงถึง 70% โดยภาษีส่วนใหญ่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 สิงหาคม

โดยทรัมป์กล่าวว่า “ผมได้ลงนามในจดหมายบางฉบับ และมันจะถูกส่งออกในวันจันทร์ น่าจะประมาณ 12 ฉบับ” และเมื่อถูกถามเกี่ยวกับแผนภาษีของเขา ทรัมป์กล่าวว่า “จำนวนเงินต่างกัน อัตราภาษีก็ต่างกัน”

ทรัมป์และคณะที่ปรึกษาระดับสูงของเขาเคยกล่าวว่าจะเริ่มต้นเจรจากับหลายสิบประเทศเกี่ยวกับอัตราภาษี แต่ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มหมดความอดทนกับกระบวนการดังกล่าวหลังจากเผชิญกับความล้มเหลวหลายครั้งในการเจรจากับประเทศคู่ค้ารายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป

การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ของทำเนียบขาวสะท้อนถึงความท้าทายในการทำข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุม ทั้งในเรื่องภาษีและอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษี เช่น การห้ามนำเข้าสินค้าเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบเวลาที่เร่งรัด

โดยทั่วไปแล้ว ข้อตกลงการค้าในอดีตมักใช้เวลาหลายปีในการเจรจาจึงจะบรรลุผล

มีข้อตกลงทางการค้าเพียงสองฉบับที่บรรลุผลจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ข้อตกลงกับอังกฤษ ที่ทำขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งให้อัตราภาษีอยู่ที่ 10% และได้รับสิทธิพิเศษในบางภาคส่วน เช่น รถยนต์ และเครื่องยนต์เครื่องบิน และข้อตกลงกับเวียดนาม ที่ลดภาษีสินค้าจากเวียดนามหลายรายการลงเหลือ 20% จากเดิมที่ขู่ไว้ 46% โดยสินค้าจากสหรัฐฯ หลายรายการจะสามารถเข้าสู่เวียดนามได้โดยไม่ต้องเสียภาษี

ส่วนข้อตกลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับอินเดียยังไม่บรรลุผล และเมื่อวันศุกร์ นักการทูตของสหภาพยุโรป กล่าวว่า พวกเขายังไม่สามารถบรรลุความคืบหน้าในการเจรจาการค้ากับรัฐบาลทรัมป์ และอาจต้องพิจารณาขยายสถานะปัจจุบันต่อไป เพื่อหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษี

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...