โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถต้องรู้! วิธีใช้ปุ่ม Push Start ใช้ยังไงให้ถูกต้อง

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2568 เวลา 06.27 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถต้องรู้! วิธีใช้ปุ่ม Push Start ใช้ยังไงให้ถูกต้อง

ใช้รถต้องรู้! วิธีใช้ปุ่ม Push Start ใช้ยังไงให้ถูกต้อง

ระบบ Push Start ได้เปลี่ยนวิธีการสตาร์ทรถยนต์ไปอย่างสิ้นเชิง ปุ่มสตาร์ทรถที่ดูเรียบง่ายนี้ได้แทนที่การบิดกุญแจแบบดั้งเดิม ทำให้การเริ่มต้นการเดินทางเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส แต่ระบบ Push Start นี้ทำงานอย่างไร และทำไมผู้ใช้รถจึงควรทำความเข้าใจกับมัน เดี๋ยว เน็กเซ็น จะไขข้อสงสัยทั้งหมดเกี่ยวกับปุ่มพุชสตาร์ทที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนให้เอง

ระบบ Push Start คืออะไร
ระบบ Push Start เป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสตาร์ทรถได้โดยไม่ต้องใช้กุญแจแบบดั้งเดิม เพียงแค่กดปุ่มสตาร์ทรถที่ติดตั้งอยู่บนแผงหน้าปัด ระบบจะทำงานร่วมกับ Smart Key ซึ่งเป็นกุญแจอัจฉริยะที่สื่อสารกับตัวรถผ่านสัญญาณวิทยุความถี่ต่ำ ทำให้การสตาร์ทรถเป็นเรื่องง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น

หลักการทำงานของปุ่ม Push Start
การสตาร์ตรถด้วยปุ่ม Push Start เราต้องเหยียบเบรกแล้วกดปุ่มค้างไว้ 2-3 วินาทีจนเครื่องยนต์ติด

แล้วถ้าไม่เหยียบเบรก ไม่กดค้างล่ะ จะเป็นยังไง?

กดปุ่ม Push Start 1 ครั้ง = บิดกุญแจ 1 ครั้ง สามารถเปิดวิทยุฟังเพลงได้
กดปุ่ม Push Start 2 ครั้ง = เปิดใช้งานระบบไฟฟ้า สามารถปรับกระจก หรือเช็กสถานะต่าง ๆ ที่แผงหน้าปัดได
กดปุ่ม Push Start 3 ครั้ง = ปิดระบบไฟ แต่ถ้าเหยียบเบรกด้วยแล้วกดปุ่ม Push Start จะเป็นการสตาร์ตเครื่องยนต์

Smart Key แบตหมดทำยังไงดี?

อย่าเพิ่งตกใจไปถ้า Smart Key แบตหมด เพราะเรายังสามารถเปิดและสตาร์ตรถได้อยู่ เนื่องจากแบตเตอรีในรีโมตมีแบ่งการทำงานเป็น 2 ส่วน ได้แก่

1. ล็อก/ปลดล็อกประตู
2. สื่อสารกับตัวรถก่อนเริ่มสตาร์ต

นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงปลดล็อกประตูรถได้ในขณะที่แบตหมด แต่ถ้าสตาร์ตรถไม่ติด ให้เราดันสลักด้านหลังของ Smart Key ออก จะมีกุญแจเด้งออกมา จากนั้นให้นำกุญแจไปทาบใกล้กับปุ่ม Push Start พร้อมเหยียบแป้นเบรกแล้วกดสตาร์ตได้เลย หลังจากนั้นอย่าลืมไปเปลี่ยนแบตรีโมตนะ

ข้อดีของระบบ Push Start

- สะดวกสบาย : ไม่ต้องหยิบกุญแจออกมาบิด เพียงแค่กดปุ่มพุชสตาร์ทก็สตาร์ทรถได้ทันที
- ปลอดภัย : มีระบบ Immobilizer ป้องกันการโจรกรรม ทำให้ยากต่อการขโมยรถ
- ทันสมัย : ให้ความรู้สึกไฮเทคและล้ำสมัย เพิ่มมูลค่าให้กับรถยนต์
- ใช้งานง่าย : ไม่ต้องกังวลเรื่องกุญแจติดล็อก หรือลืมถอดกุญแจ

ข้อเสียของระบบ Push Start

- ค่าใช้จ่ายสูง : หากปุ่ม Push Start เสีย การซ่อมหรือเปลี่ยนอาจมีค่าใช้จ่ายสูง
- พึ่งพาแบตเตอรี่ : ทั้ง Smart Key และระบบในรถต้องอาศัยแบตเตอรี่ หากหมดอาจทำให้ใช้งานไม่ได้
- ความซับซ้อน : ระบบที่ซับซ้อนขึ้นอาจทำให้เกิดปัญหาได้ง่ายกว่าระบบกุญแจแบบดั้งเดิม
- ความเสี่ยงจากการกดผิด : อาจเกิดอันตรายหากเผลอกดปุ่มขณะขับรถ

เผลอกดปุ่ม Push Start จะเป็นอะไรไหม

หากเผลอกดปุ่ม Push Start เพียงเสี้ยววินาทีจะไม่เป็นอะไร ตัวรถยังสามารถวิ่งได้ปกติ แต่ถ้ากดนาน 2-3 วินาที ทั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องยนต์ก็จะหยุดทำงานทันที เพราะถือว่าเราตั้งใจดับเครื่อง ซึ่งอันตรายมาก ๆเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุชนท้ายได้

เท่านั้นยังไม่พอ หากรถดับกลางอากาศระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ก็จะไม่ทำงาน ทำให้พวงมาลัยมีน้ำหนักที่มากขึ้น ควบคุมได้ยาก ขณะเดียวกันระบบเบรกก็จะเริ่มติดขัด ซึ่งจะเหยียบได้แค่ 1-2 ครั้ง จากนั้นจะเหยียบให้รถหยุดไม่ได้อีก เพราะปั๊มเบรกไม่ทำงานแล้วนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ปุ่ม Push Start มักมีการออกแบบให้เราเผลอไปโดนได้ค่อนข้างยาก ยกเว้นกรณีที่ตำแหน่งอยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งมีโอกาสที่เด็ก ๆ อาจเผลอไปกดเล่นได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น เราควรตรวจสอบให้ดีว่ารถของเรามีระบบจัดการกับเหตุการณ์แบบนี้หรือไม่อย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...