“เมถุน-ปีมะเส็ง” เสริมแกร่งให้พอร์ต ฝ่าตลาดโลก “ผันผวน”... กระจายลงทุนใน 2 “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่โดดเด่น “Bitcoin-ทองคำ” !!!
ลายแทงกองทุน: ในยุคสมัยของ “Donald Trump” ความไม่แน่นอนและความผันผวนของตลาดการเงินโลกดูจะเป็นสิ่งที่เลี่ยงได้ยาก
และในระยะสั้นก่อนที่ความชัดเจนเรื่อง “ภาษี Trump” จะปรากฏ ตลาดก็ยังยากจะประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนและความไม่ชัดเจนเหล่านี้ ตลาดเองก็ไม่ชอบเช่นกัน
หนึ่งใน “สินทรัพย์ทางเลือก” ที่ยังคงแข็งแกร่งและถูกยกให้เป็นทางเลือกในการ “กระจายการลงทุน” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้พอร์ตที่มีความโดดเด่นในชั่วโมงนี้ก็ต้องยกให้ “Bitcoin” กับ “ทองคำ” นั่นเอง
คงไม่มาตั้งคำถามว่า ใครจะมาแทนใครในอนาคต เพราะมีดีกันคนละอย่าง
ทาง “Binance.com” คาดการณ์ราคาเป้าหมายของ “Bitcoin” ยังอยู่ในช่วงขาขึ้นและมีโอกาสไปแตะระดับ 134,705.84 ดอลลาร์ ในปี2030 ส่วนตลาดก็มองเชิงบวกเช่นเดียวกันแต่ “ความเหวี่ยง” ของราคาก็สาหัสไม่แพ้กัน
ส่วน “Goldman Sachs” ประเมินว่าทองคำยังอยู่ในช่วงต้นของ “Bull Market” และมีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับ 3,700 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี2025 และหากเกิด “Stagflation” อาจเห็นราคาไปไกลถึงระดับ 4,500 ดอลล์ ได้เช่นกัน
ทั้ง “Bitcoin-ทองคำ” จึงเป็น 2 สินทรัพย์ทางเลือกที่เหมาะเสริมแกร่งพอร์ต พร้อมฝ่ามรสุม “Trade War” ไปได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
วันนี้ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ จึงได้คัดสรร “4 กองทุนเด่น” เมถุน-ปีมะเส็ง กับ 2 สินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจ “กองทุน Bitcoin”และ “กองทุนทองคำ” มาฝากกัน
"ONE-BTCETFOF-UI” ลุย "Bitcoin" สินทรัพย์ทางเลือกแห่งอนาคต
มาเริ่มกันที่ “ONE-BTCETFOF-UI: กองทุนเปิด วรรณ บิทคอยน์ อีทีเอฟ ฟันด์ ออฟ ฟันด์ อันเฮดจ์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” ของบลจ.วรรณ ที่เน้นลงทุน "Bitcoin" เพื่อสร้างผลตอบแทนในสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ดังกล่าวตั้งแต่ 2 กอง ขึ้นไป
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีการลงทุนในกองทุน 3 กอง ประกอบด้วย
FRANKLIN BITCOIN ETF 52.44%
ISHARES BITCOIN TRUST 37.46%
FIDELITY WISE ORIGIN BITCOIN 9.31%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ONE-BTCETFOF-UI’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -30.01%
"SCBGOLDHE” กระจายลงทุน "ทองคำโลก" เสริมแกร่งให้พอร์ต
สลับมาที่ “SCBGOLDHE: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลด์ THB เฮดจ์ (ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ ที่ลงทุน "ทองคำแท่ง” เพื่อสร้างผลตอบแทนตามความเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งที่เปิดเผยไว้อย่างแพร่หลายโดยหน่วยงานซึ่งเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมผู้ค้าทองคำในประเทศหรือในระดับสากล ผ่านกองทุนหลัก ‘SPDR Gold Trust’ ที่บริหารจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีการลงทุนใน “ทองคำแท่ง” (Physical Gold) 100%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘SCBGOLDHE’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -22.06%
"ASP-CRYPTO-UI ลุย "Cryptocurrency" เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนสูง
ถัดมาเป็น “ASP-CRYPTO-UI: กองทุนเปิด แอสเซทพลัส คริปโทเคอร์เรนซี อีทีเอฟ แทรคเกอร์ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย” ของบลจ.แอสเซท พลัส ที่เน้นลงทุน "Cryptocurrency” ประเภทสกุลเงินดิจิทัล เช่น สกุลเงินดิจิทัล“บิทคอยน์” (Bitcoin) และ/หรืออีเธอร์ (Ether) ซึ่งอยู่ในสกุล“อีเธอเรียม” (Ethereum) บริหารแบบ “Dynamic” ผ่านกองทุน ETF ที่มีนโยบายลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าวตั้งแต่ 2 กองทุนขึ้นไป
“โดยอัตราส่วนระหว่าง ‘Bitcoin’ และ ‘Ethereum’ ดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยขึ้นอยู่กับสภาวะการลงทุน ณ ขณะนั้น และ/หรือ ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ซึ่งจะเน้นปรับสัดส่วนลงทุนแบบ Dynamic เพื่อให้เหมาะสมกับภาวะตลาดการลงทุนในแต่ละช่วงเป็นสำคัญ”
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 8 พ.ค. 25) มีการลงทุนใน 3 กองทุน ประกอบด้วย
iShares Bitcoin Trust ETF 40.00%
Fidelity Wise Origin Bitcoin Fund 40.00%
iShares Ethereum Trust ETF 20.00%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘ASP-CRYPTO-UI’ ยังไม่มีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) เนื่องจากเพิ่งจัดตั้งกองทุน
"K-GOLD-A(A)” ลุย "ทองคำโลก" กระจายโอกาสลงทุน
ปิดท้ายกันด้วย “K-GOLD-A(A): กองทุนเปิดเค โกลด์-A ชนิดสะสมมูลค่า” ของบลจ.กสิกรไทย ที่เน้นลงทุนในลงทุน “ทองคำแท่ง" เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งในตลาดโลก ผ่านกองทุนหลัก ‘SPDR Gold Trust’ ที่บริหารจัดการโดย World Gold Trust Services, LLC
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) พบว่ามีการลงทุนใน “ทองคำแท่ง” 100%
ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา กองทุน ‘K-GOLD-A(A)’ เคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -21.70%
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงินโลก จากนโยบายของ “Donald Trump” การเสริมแกร่งให้กับพอร์ตลงทุนด้วยการกระจายลงทุนไปในกลุ่ม “สินทรัพย์ทางเลือก” อย่าง “Bitcoin” หรือ “ทองคำ” ก็ช่วยลดความผันผวนและเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับพอร์ตของคุณได้เช่นกัน แต่กลุ่มสินทรัพย์ทางเลือกไม่ใช่สินทรัพย์หลัก ปกติแนะนำให้มีติดพอร์ต 5 – 15% ขึ้นกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละคนเป็นสำคัญ
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน