โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยากทำงานต่างแดน? เช็กก่อน ประเทศค่าครองชีพแพงสุด-ถูกสุด ในโลก

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2568 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2568 เวลา 11.55 น.

ใครที่รู้สึกว่าแค่ทริปท่องเที่ยวสั้นๆ ยังไม่ตอบโจทย์ความฝันการใช้ชีวิตในต่างแดน บางทีการย้ายงานไปต่างประเทศอาจเป็นทางเลือกที่ใช่ ลองเช็กดูว่าบริษัทของคุณมีโอกาสโยกย้ายไปทำงานต่างประเทศ หรือมีนโยบายลาพักร้อนระยะยาว (sabbatical leave) ที่สามารถใช้เดินทางหรือใช้ชีวิตต่างประเทศได้หรือไม่

หากคุณพร้อมจะก้าวออกไปจริงๆ บางคนอาจใช้วิธี Gap Year หยุดทำงานประจำระยะสั้น หรือที่เรียกว่า “Micro-retirement (เกษียณชั่วคราว)” เพื่อพักผ่อนและหางานทำในต่างประเทศไปด้วย แต่สิ่งสำคัญที่นอกจากเรื่องค่าแรง ที่วัยทำงานต้องเช็กให้ดีก่อนก็คือ "ค่าครองชีพ" ของประเทศที่อยากย้ายไปทำงาน เพราะหากไปหางานหรือใช้ชีวิตในประเทศที่ค่าใช้จ่ายแพงเกินไป ก็อาจกลายเป็นภาระไม่รู้ตัว

ล่าสุดบริษัทประกันสุขภาพนานาชาติ William Russell ได้รวบรวมข้อมูลผลสำรวจด้านค่าครองชีพในแต่ละประเทศ ทั้งค่าขนส่ง ค่าสาธารณูปโภค และค่าบริการความบันเทิง มานำเสนอว่าประเทศไหนแพงที่สุด-ถูกที่สุด เพื่อช่วยให้ผู้ที่สนใจทำงานในต่างประเทศตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

3 ประเทศที่ค่าครองชีพสูงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ

สวิตเซอร์แลนด์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ คือ 3 ประเทศที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ หากคุณได้รับข้อเสนอให้ย้ายไปทำงานในประเทศเหล่านี้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่า "แพ็กเกจค่าตอบแทน" ของบริษัท สอดคล้องกับค่าครองชีพหรือไม่ เพราะปีนี้ค่าใช้จ่ายในประเทศเหล่านี้ที่อาจสูงกว่าที่เคย

นอกจากนี้ ควรประเมินค่าใช้จ่ายตามไลฟ์สไตล์ของคุณเอง เช่น ขับรถส่วนตัวหรือใช้ขนส่งสาธารณะ ทานอาหารนอกบ้านหรือทำกับข้าวกินเอง เพราะรายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้ส่งผลต่อภาพรวมของค่าใช้จ่ายทั้งหมด

สวิตเซอร์แลนด์ อันดับ 1 แพงที่สุดในโลก (9.29/10)

สวิตเซอร์แลนด์เป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกตามรายงานของ William Russellของ โดยได้คะแนนรวมของค่าครองชีพอยู่ที่ 9.29 จาก 10 คะแนน ประเทศในยุโรปกลางแห่งนี้มีค่าสมาชิกฟิตเนส เฉลี่ยสูงสุด ที่ 87.40 ดอลลาร์ต่อเดือน (ราวๆ 2,800 บาทต่อเดือน) และ ค่าตั๋วหนังแพงที่สุดที่ 24.13 ดอลลาร์ต่อใบ (ราวๆ 785 บาทต่อใบ) นอกจากนี้ สวิตเซอร์แลนด์ยังเป็นประเทศที่ทีค่าตั๋วโดยสารขนส่งสาธารณะสูงเป็นอันดับสองในโลกตามรายงานดังกล่าวด้วย คือ เฉลี่ยเริ่มต้น 4.10 ดอลลาร์ต่อเที่ยว (ราวๆ 133 บาทต่อเที่ยว)

ไอซ์แลนด์ อันดับ 2 แพงที่สุดในโลก (8.48/10)

ไอซ์แลนด์เป็นประเทศที่ค่าครองชีพแพงอันดับสอง ที่นี่มีระบบขนส่งสาธารณะ ที่แพงที่สุดในโลก คือ 5.01 ดอลลาร์ต่อเที่ยว (ราวๆ 163 บาทต่อเที่ยว) นอกจากนี้ ค่าอินเทอร์เน็ตรายเดือนก็แพงที่สุด อยู่ที่ 80.36 ดอลลาร์ (ราวๆ 2,600 บาท) และค่าอาหารนอกบ้านเฉลี่ยต่อมื้อที่ 136.95 ดอลลาร์ (ราวๆ 4,450 บาท) โดยเฉลี่ยสำหรับสองคน อย่างไรก็ตาม ประเทศนี้มีค่าสาธารณูปโภคที่ถูกที่สุดในโลกตามรายงานฉบับนี้

นอร์เวย์ อันดับ 3 แพงที่สุดในโลก (7.72/10)

นอร์เวย์มีค่าครองชีพแพงอยู่ในอันดับสามของโลก ประเทศสแกนดิเนเวียแห่งนี้มีค่าใช้จ่ายด้านระบบขนส่งสาธารณะสูงเป็นอันดับสาม โดยอยู่ที่ 3.99 ดอลลาร์สหรัฐต่อเที่ยว (ราวๆ 130 บาทต่อเที่ยว) นอกจากนี้ สำหรับราคาอาหารหนึ่งมื้อ แพงเป็นอันดับห้าของโลก อยู่ที่ 95.02 ดอลลาร์ (ราวๆ 3,100 บาทต่อมื้อ) และค่าอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่ประมาณ 58.82 ดอลลาร์ (ราวๆ 1,900 บาท)

3 ประเทศที่ค่าครองชีพถูกที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ

เม็กซิโกครองตำแหน่งประเทศที่ค่าครองชีพถูกที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ ตามมาด้วยลิทัวเนียและโปแลนด์ที่ครองอันดับ 2 ร่วมกัน สำหรับใครที่กำลังมองหาประเทศเป้าหมายในการย้ายประเทศไปทำงาน ลองพิจารณาจากประเทศเหล่านี้ เผื่อจะได้ไอเดียใหม่ๆ สำหรับการวางแผน

เม็กซิโก อันดับ 1 ถูกที่สุดในโลก (0.67/10)

เม็กซิโกเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุด โดยมีคะแนนรวมอยู่ที่ 0.67 จากเต็ม 10 คะแนน ประเทศในอเมริกาเหนือแห่งนี้ มีค่าสาธารณูปโภคต่อเดือนเฉลี่ยถูกที่สุด โดยอยู่ที่ 61.24 ดอลลาร์ (ราวๆ 1,990 บาท) และค่าสมาชิกฟิตเนสต่อเดือนถูกที่สุดในรายงานดังกล่าว 33.52 ดอลลาร์ (ราวๆ 1,000 บาท)

ลิทัวเนีย อันดับ 2 ถูกที่สุดในโลก (2.23/10)

ลิทัวเนียตั้งอยู่ในภูมิภาคบอลติกของยุโรป มีค่าครองชีพถูกที่สุดเป็นอันดับสองของโลก โดยประเทศนี้มีค่าอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยถูกที่สุด นอกจากนี้ยังติดอันดับห้าอันดับแรกในด้านค่าขนส่งสาธารณะ ส่งผลให้ได้คะแนนรวม 2.23 จาก 10 คะแนน

โปแลนด์ อันดับ 2 ถูกที่สุดในโลก (2.23/10)

โปแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านของลิทัวเนีย โดยมีค่าครองชีพถูกที่สุดอยู่ในอันดับสองร่วมกัน โดยประเทศนี้มีตั๋วหนังถูกที่สุดเป็นอันดับสอง และค่าอินเทอร์เน็ตรายเดือนก็ราคาถูกเช่นกัน

ถ้าอยากย้ายงานไปต่างประเทศ ต้องเริ่มยังไง?

หากคุณตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่า อยากพัฒนาสายงานของตนเองในต่างประเทศ ลองเริ่มต้นจากการสอบถามเส้นทางอาชีพภายในองค์กรเดิมของคุณเอง บริษัทที่คุณทำงานในปัจจุบันอาจเปิดโอกาสให้ย้ายข้ามภูมิภาคได้ง่ายกว่าที่คิด เพียงแสดงความสนใจอย่างจริงจังและปฏิบัติตามขั้นตอนการโยกย้ายงานภายในให้ถูกต้อง

ตรวจสอบใบประกาศรับสมัครงานภายในบริษัท ดูว่ามีสำนักงานในต่างประเทศหรือไม่ และตำแหน่งของคุณมีอยู่ในประเทศเป้าหมายหรือเปล่า พยายามค้นหาว่าใครเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ และขอความช่วยเหลือจากหัวหน้าโดยตรง เช่น ขอคำแนะนำหรือขอให้แนะนำคุณกับบุคคลในสำนักงานสาขานั้น ๆ

หากต้องสัมภาษณ์กับทีมในต่างประเทศ ควรเตรียมตัวล่วงหน้า และศึกษาความแตกต่างของวัฒนธรรมองค์กร หรือวิธีการทำงานระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขาเป้าหมายด้วย เพราะอาจมีความแตกต่างด้านการทำงาน และอย่าลืมวางแผนส่งต่องานในปัจจุบันให้ราบรื่น เพื่อไม่ให้กระทบกับทีมงานและหัวหน้าของคุณ

แต่หากบริษัทไม่มีทางเลือกด้านตำแหน่งงานในต่างประเทศ ลองเจรจาขอลางานระยะยาว หรือหาทางปรับเป็นงานที่สามารถทำจากที่ไหนก็ได้ แล้วคุณก็ย้ายที่อยู่ไปยังต่างประเทศเอง

ทั้งนี้ การเริ่มหางานใหม่ในต่างประเทศใหม่ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ทำได้ง่ายกว่ายุคอดีต เพราะปัจจุบันมีแพลตฟอร์มออนไลน์อย่าง LinkedIn ที่เปิดโอกาสให้คุณสร้างเครือข่ายในต่างประเทศโดยไม่ต้องเดินทางไปอยู่ที่นั่นก็ได้ คุณอาจเริ่มจากการศึกษาบริษัทเป้าหมาย หาข้อมูลผู้บริหาร เข้าร่วมเครือข่ายวิชาชีพระดับภูมิภาค หรือศึกษากระแสแรงงานในประเทศปลายทาง แล้วสร้างข้อได้เปรียบให้ตัวเองเพื่อให้บริษัทเลือกคุณเข้าทำงาน

ประเทศยอดฮิตของเหล่า Digital Nomads

อีกทางเลือกหนึ่งคือเปลี่ยนทั้งสถานที่ทำงานและเส้นทางอาชีพ แล้วหันมาทำงานแบบดิจิทัลโนแมด (Digital Nomad) ที่ทำงานจากที่ไหนก็ได้ในโลก ผลสำรวจของเว็บไซต์ท่องเที่ยว Hotelwithtub ระบุว่า กรุงเทพฯ ดูไบ และลอนดอน เป็น 3 อันดับแรกของเมืองยอดนิยมในหมู่คนทำงานสายนี้

โดยใช้เกณฑ์ด้านความปลอดภัย ความคุ้มค่าในการใช้ชีวิต และอัตราการกลับมาใช้ชีวิตซ้ำของโนแมดเป็นตัวชี้วัด

หากสนใจเส้นทางนี้ ลองทำลิสต์สิ่งที่คุณต้องการจากเมืองเป้าหมาย (เช่น อินเทอร์เน็ตดี ค่าใช้จ่ายต่ำ หรือมีกิจกรรมที่คุณชอบ) แล้วดูว่าทักษะของคุณสามารถต่อยอดในรูปแบบฟรีแลนซ์ หรือทำธุรกิจส่วนตัวในต่างประเทศได้หรือไม่

ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มวางแผนได้เลย โลกใบนี้ยังมีพื้นที่ให้คุณเติบโตอีกมาก แค่กล้าออกไปเผชิญ!

อ้างอิง: Forbes, William-russell, Hotelwithtub

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...