โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรับ ครม. 2568 : ทางเลือกและทางรอด ของรัฐบาลในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 11 มิ.ย. 2568 เวลา 07.45 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.03 น.

บทความพิเศษ | เทวินทร์ อินทรจำนงค์

ปรับ ครม. 2568

: ทางเลือกและทางรอด

ของรัฐบาลในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจที่รุมเร้า การปรับ ครม. หากเกิดขึ้นจะไม่ใช่เป็นเพียงการโยกย้ายตำแหน่ง แต่เป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชนและนักลงทุน

หากรัฐบาลตัดสินใจผิดพลาด ผลลัพธ์อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพทางการเมือง หรือแม้กระทั่งการยุบสภาในอนาคตอันใกล้

สาเหตุที่กดดันให้ต้องปรับ ครม.

1) ปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า

– ค่าครองชีพพุ่งสูง ราคาอาหารและพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องที่กัดกินกำลังซื้อของประชาชน

– รายได้เกษตรกรตกต่ำ ราคาพืชผลเกษตร เช่น ข้าวและยางพาราอยู่ในระดับต่ำ จนส่งผลทำให้เศรษฐกิจฐานรากอ่อนแอ

– การส่งออกชะลอตัว อุตสาหกรรมหลักกำลังเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน

2) ผลงานรัฐมนตรีที่ไม่ตอบโจทย์

– กระทรวงพาณิชย์ ล้มเหลวในการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ที่กำลังสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชน

– กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขาดนโยบายในการยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม

– กระทรวงการคลัง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การแจกเงินดิจิทัล ยังไม่ปรากฏเห็นผลชัดเจน และต้องเลื่อนออกไป

3) แรงเสียดทานทางการเมือง

– ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย การต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในพรรคที่สร้างรอยร้าวภายใน

– แรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล พรรคภูมิใจไทยและพรรคอื่นๆ อาจเรียกร้องเรื่องโควต้ารัฐมนตรีเพิ่มเติม

– ความเสี่ยงต่อเสถียรภาพ หากบริหารจัดการไม่ดี อาจนำไปสู่การล่มสลายของรัฐบาลได้

สามสูตรการปรับ ครม.

: ทางเลือกและผลลัพธ์

สูตรที่ 1 : ปรับใหญ่ทีมเศรษฐกิจ (“อิ๊งค์ 1”)

– แนวทาง : เปลี่ยนรัฐมนตรีในกระทรวงเศรษฐกิจหลักทั้งหมด พร้อมกับแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ขึ้นมาทำงาน

– ผลดี : ส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นในการแก้ปัญหา ช่วยรื้อฟื้นความเชื่อมั่นจากประชาชนและจากนักลงทุน

– ความเสี่ยง : อาจสร้างความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล หากผลงานใหม่ไม่ดีขึ้นในระยะสั้น

สูตรที่ 2 : ปรับแบบประนีประนอม

– แนวทาง : ปรับเปลี่ยนเฉพาะบางตำแหน่งในกระทรวงที่มีปัญหา มีการรักษาสมดุลระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล

– ผลดี : ลดแรงเสียดทานภายในรัฐบาล รักษาเสถียรภาพในระยะสั้น

– ความเสี่ยง : อาจถูกมองว่าเป็นการปรับแบบผิวเผิน ไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังของประชาชน

สูตรที่ 3 : ไม่ปรับ ครม. แต่เพิ่มนโยบายเร่งด่วน

– แนวทาง : รักษาทีมเดิม แต่เร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น การลดภาษี หรือการอุดหนุนราคาพลังงาน

– ผลดี : หลีกเลี่ยงความขัดแย้งภายในทีมงานรัฐบาล

– ความเสี่ยง : ความเชื่อมั่นของประชาชนอาจลดลงต่อเนื่อง และเสี่ยงต่อการถูกโจมตีจากฝ่ายค้าน

แนวทางปฏิบัติเพื่อกอบกู้วิกฤต

1) สร้าง “ทีมเศรษฐกิจเฉพาะกิจ”

– แนวทาง : จัดตั้งคณะทำงานพิเศษที่มีทั้งข้าราชการ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าเกษตร

– ตัวอย่าง : ออกแบบแผนดำเนินงานเร่งด่วนภายใน 90 วัน เช่น ควบคุมราคาน้ำมันและพืชผลการเกษตร พร้อมจัดตั้งกองทุนสำหรับช่วยเหลือเกษตรกร

– ผลลัพธ์ที่คาดหวัง : เพิ่มความเชื่อมั่นในระยะสั้น และสร้างผลงานที่จับต้องได้

2) สื่อสารอย่างโปร่งใสและรับฟังเสียงของประชาชน

– แนวทาง : จัดเวทีสาธารณะและรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วน รวมถึงใช้โซเชียลมีเดียเผยแพร่ข่าวสารความคืบหน้าในนโยบายของรัฐบาล

– ตัวอย่าง : สร้างแพลตฟอร์มออนไลน์ให้ประชาชนเสนอแนะเกี่ยวกับนโยบาย หรือจัดถ่ายทอดสดรายงานผลงานรัฐมนตรี เป็นต้น

– ผลลัพธ์ที่คาดหวัง : เพิ่มความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชน

3) ปรับ ครม. ควบคู่กับการกำหนด KPI ที่ชัดเจน

– แนวทาง : หากมีการปรับ ครม. ต้องมีการกำหนดเป้าหมายที่วัดผลได้ เช่น “ลดค่าครองชีพ 5% ภายใน 6 เดือน” หรือ “เพิ่มรายได้เกษตรกร 10% ใน 1 ปี” เป็นต้น

– ตัวอย่าง : เผยแพร่รายงานผลงานรัฐมนตรีทุกไตรมาสผ่านการสื่อสารต่อสาธารณะ

– ผลลัพธ์ที่คาดหวัง : สร้างความรับผิดชอบและความไว้วางใจจากประชาชน

สถานการณ์สมมุติ

: ผลลัพธ์ที่ต้องเตรียมรับมือ

ปรับใหญ่ทีมเศรษฐกิจ ผลลัพธ์ระยะสั้น ตลาดหุ้นและนักลงทุนตอบรับในเชิงบวก

ความเสี่ยงระยะยาว เสี่ยงต่อความขัดแย้งภายในถ้าหากผลงานไม่ดีขึ้น

ปรับแบบประนีประนอม ผลลัพธ์ระยะสั้น ลดแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาล แต่อาจสูญเสียคะแนนนิยมจากประชาชน

ไม่ปรับ ครม. อาจหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในระยะสั้น แต่ความเชื่อมั่นลดลง เสี่ยงต่อการยุบสภาเร็วกว่าที่คาดคิด

สรุป : ปรับเพื่อเปลี่ยน-ไม่ใช่เพียงแค่สลับเก้าอี้

การปรับ ครม. ในปี 2568 นี้ ควรเป็นมากกว่าการจัดการเกมการเมือง-เพราะนี่คือโอกาสสุดท้ายที่รัฐบาลจะพลิกฟื้นความเชื่อมั่นและแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจขึ้นมา

ถ้าหากมีการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ควบคู่ไปกับการสื่อสารที่โปร่งใสและการดำเนินนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการ ก็จะช่วยยืดอายุของรัฐบาลและสร้างความหวังใหม่ให้กับประชาชนได้

แต่ถ้าหากการปรับ ครม.เป็นแต่เพียงการประคองอำนาจหรือการรักษาสมดุลพรรคร่วมรัฐบาล โดยปราศจากการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง รัฐบาลก็อาจจะเดินเข้าสู่ทางตัน และเผชิญกับแรงกดดันให้มีการยุบสภาเร็วกว่าที่คาดคิด

ในยุคที่ข้อมูลอยู่ในมือของประชาชน การปรับเพื่อ “เปลี่ยนจริง” เท่านั้น จึงจะสามารถซื้อเวลาและจุดประกายความหวังใหม่ขึ้นมาได้

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปรับ ครม. 2568 : ทางเลือกและทางรอด ของรัฐบาลในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...