โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศบ.ทก. ประณามกัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นโล่ แจง ไทยโต้กลับตามสิทธิป้องกันตนเอง

MATICHON ONLINE

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 09.37 น. • เผยแพร่ 29 ก.ค. 2568 เวลา 07.42 น.

ศบ.ทก. ประณามกัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นโล่ แจง ไทยโต้กลับตามสิทธิป้องกันตนเอง

เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 29 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล การแถลงผลการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยมี พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย และ นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้แถลง

รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทยเปิดเผยว่า อย่างที่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าได้มีการตกลงที่จะหยุดยิงในเวลา 24.00 น.ในวันนี้ โดยฝ่ายไทยก็ยืนยันว่าได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยในทุกพื้นที่เมื่อถึงเวลากำหนดเวลา เราก็ได้หยุดยิงตามข้อตกลง โดยยึดมั่นในคำมั่นสัญญาที่รัฐบาลทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันให้ไว้ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากที่เลยเวลากำหนดหยุดยิงไปแล้ว ได้พิสูจน์ทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชาก็ยังคงใช้อาวุธยิงเข้ามาในเขตแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องในหลายจุด ถือเป็นการกระทำที่จงใจละเมิดข้อตกลงและบ่อนทำลายความเชื่อมั่นที่ควรมีต่อกันในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน การกระทำของฝ่ายกัมพูชาดังกล่าวทำให้ฝ่ายไทยมีความจำเป็นที่ต้องใช้มาตรการโต้กลับ ภายใต้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ โดยฝ่ายไทยมิได้ใช้กำลังเพื่อรุกราน แต่ใช้เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ และความปลอดภัยของประชาชน

นอกจากนี้ก็ยังได้ปรากฏทราบว่าทางฝ่ายกัมพูชานั้นได้ใช้โบราณสถาณเป็นโล่กำบัง ซึ่งเป็นการละเมิดพันธกรณีในการคุ้มครองทางวัฒนธรรมของสหประชาชาติ หรือในเรื่องของอนุสัญญาของภายใต้ UNESCO อีกด้วย ซึ่งเรื่องต่างๆ เหล่านี้เป็นที่ปรากฏชัดว่ายังมีการละเมิดแล้วก็ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อตกลงที่ให้กันไว้ ก็ขอถือโอกาสประณามในเรื่องของการกระทำของทางฝ่ายกัมพูชาด้วย

ในเรื่องของสรุปสถานการณ์พื้นที่การประทะระหว่างไทยกัมพูชาที่ผ่านมานับตั้งแต่เวลา 06.00 น.ของวันนี้ สรุปพื้นที่ที่ไทยสามารถควบคุมได้ก็มีทั้งหมด 11 พื้นที่ด้วยกัน ได้แก่ ภูมะเขือ ,ช่องอานม้า , ปราสาทตามเมืองธม , ปราสาทตาควาย ,แนวเขตแดนช่องบก ,โดนตวล ,สัตตะโสม ,ช่องจอม
ช่องสายตะกู บ้านกรวด ,พระวิหาร และ พลาญยาว

อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอนำเสนอ คือในเรื่องของยอดรวมผู้อพยพ ซึ่งมีทั้งจำนวนทั้งสิ้น 188,729 คน โดยที่ผ่านมาสถานการณ์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบที่เป็นพลเรือน มียอดเสียชีวิต 15 คน บาดเจ็บสาหัส 12 คน บาดเจ็บปานกลาง 13 คน และบาดเจ็บเล็กน้อย 13 คน รวมยอดทั้งสิ้น 53 คน เพิ่มขึ้น 1 รายในจังหวัดสุรินทร์ ปัจจุบันยอดที่เป็นผู้บาดเจ็บนะครับยังมีแอดมิตอยู่ในโรงพยาบาลอยู่ทั้งหมด 14 รายด้วยกัน ส่วนสถานพยาบาลที่ได้รับผลกระทบ มีทั้งหมด 20 แห่งด้วยกัน ปิดบริการทั้งหมด 13 แห่ง แล้วก็ปิดบางส่วน 7 แห่ง ส่วนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนะ ก็ได้รับผลกระทบจำนวนทั้งสิ้น 175 แห่งด้วยกัน

เรื่องของข้อตกลงหยุดยิงที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ที่เมืองปูตราจายา ประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ (28 ก.ค.) เมื่อเช้านี้ทั้งสองฝ่ายก็ได้เริ่มมีการหารือในระดับผู้บังคับบัญชาในพื้นที่ ได้แก่ ผู้ที่เป็นแม่ทัพภาค แล้วก็ผู้บัญชาการกองกำลังต่างๆ ในพื้นที่ได้มีการหารือกัน ซึ่งการหารือตรงนี้ก็เพื่อเป็นการกำหนดกรอบในเรื่องของแนวทางการปฏิบัติ หลังจากที่เรามีการหยุดยิง โดยกรอบแนวทางที่ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงหารือกันก็จะประกอบด้วยทั้งหมด 5 เรื่องด้วยกันก็คือ เรื่องของการหยุดยิง เรื่องของการห้ามยิงต่อประชาชน ผู้บริสุทธิ์ เรื่องของหยุดการเพิ่มเติมกำลังหรือการห้ามเคลื่อนย้ายกำลัง โดยกำลังที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ใดก็ขอให้อยู่ในพื้นที่นั้น และเรื่องแนวทางการส่งกลับผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต ตลอดจนผู้ถูกควบคุม ก็จะกำหนดแนวทางกันอย่างไร ก็เป็นเรื่องที่ทั้งสองฝ่ายจะต้องตกลงหารือ แล้วก็นำไปสู่ข้อยุติและข้อตกลงร่วมกัน

สุดท้ายที่อยากจะฝากในส่วนของความมั่นคงก็คือเรื่องของการเฝ้าระวังการโจมตีทางไซเบอร์ เป็นประเด็นสำคัญ ในระยะเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นได้ว่าจะมีการโจมตีทางไซเบอร์ในเว็บไซต์ หรือในสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ มีการใช้ ai มีการใช้ข่าวปลอมข่าวต่างๆ ก็อยากจะฝากพี่น้องประชาชนใช้วิจารณญาณในการติดตามในการแชร์ข้อมูลข่าวสารทั้งหลาย รวมไปถึงในเรื่องของการรายงานรีพอร์ตให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ถ้าหากตรวจพบว่ามีการละเมิดทางไซเบอร์ โดยเฉพาะกระทรวงดีอี

ด้านรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นสำคัญที่ทางกระทรวงต่างประเทศกำลังติดตามอยู่ มีเรื่องเดียว วันนี้เป็นเรื่องของผลลัพธ์การประชุมสมัยพิเศษเมื่อวานนี้ที่มาเลเซีย ในเรื่องของการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงโดยฝ่ายกัมพูชา ทำให้ไทยมีเหตุต้องตอบโต้ เพื่อปกป้องอธิปไตยจากการโจมตีของฝ่ายกัมพูชาที่ยังคงมีอยู่ในบางพื้นที่ ดังนั้นขอเรียกร้องฝ่ายกัมพูชาให้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัดและทันที ในขณะเดียวกันการขอย้ำว่าการหยุดยิงเป็นจุดเริ่มต้น แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญของการดำเนินการที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อที่เราจะได้นำไปสู่สถานการณ์ที่ลดความตึงเครียดระหว่างสองประเทศได้

ขอเรียนว่าฝ่ายไทยส่งทีมไปมาเลเซียเมื่อวานนี้ ด้วยความตั้งใจที่จะแสดงจุดยืนเกี่ยวกับสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชา และทางรัฐบาลไทยได้แจ้งว่าสิ่งที่ได้เกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรุกล้ำอธิปไตย การสูญเสียชีวิต ทั้งทหารและพลเรือน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดน เหตุการณ์กับระเบิด และการคุกคามและยั่วยุต้องไม่เกิดขึ้นอีก ทั้งนี้ขอให้ฝ่ายกัมพูชาดูแลคนไทยในกัมพูชาอย่างที่ประเทศไทยก็จะดูแลคนกัมพูชาในไทยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการรักษาผลประโยชน์ของไทยในการประชุมเมื่อวานนี้ ขณะเดียวกันฝ่ายไทยก็ความพร้อม ยังคงมีความพร้อมและจริงใจในการหาทางออกร่วมกัน

กระทรวงต่างประเทศขอไฮไลต์จุดสำคัญของการเจรจาเมื่อวานที่ได้มาซึ่งความตกลงหยุดยิงเป็นเรื่องของการรื้อฟื้นให้ทั้งสองฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจาทวิภาคี เมื่อเช้านี้ เป็นที่น่ายินดีที่ได้มีการเจรจาอย่างเป็นทางการเกิดขึ้นแล้วระหว่างแม่ทัพภาคของทั้งสองฝ่ายด้วย แล้วในอนาคตก็จะมีการประชุม JBC ในเดือนกันยายนนี้ กระทรวงต่างประเทศหวังอย่างยิ่งโดยในกรอบของ GBC กำลังจะเกิดเกิดขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม ที่สำคัญที่สุดสำหรับการต่างประเทศเช่นกันก็คือสำหรับพี่น้องประชาชนที่ต้องเข้าไปอยู่ในพื้นที่พักพิงศูนย์พักพิงชั่วคราวจะได้กลับบ้านในเร็วนี้ แต่ขอให้รอสักนิดนึง ถึงเวลาที่สามารถที่จะกลับบ้านอย่างปลอดภัย เพราะตอนนี้สถานการณ์ก็ยังมีความเปราะบางอยู่

อย่างที่ทราบจากนี้ไทยต้องการเห็นความสุจริตใจจากกัมพูชา ทั้งในเรื่องของการหยุดการโจมตีโดยเฉพาะต่อพลเรือน การหยุดยิงจะต้องอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งในขณะนี้ในช่วงแรกของการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงมีความเปราะบางอยู่อย่างที่ทราบกัน สำหรับการหารือในรายละเอียดและขั้นตอนต่อไป หน่วยงานในพื้นที่จะติดตามและตรวจสอบการปฏิบัติเพื่อให้สถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติต่อไป ทั้งนี้ขอขอบคุณประเทศต่างๆ ที่ได้เริ่มแสดงความยินดีและได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงเช่นเดียวกับประเทศไทย

สุดท้ายนี้ก็ขอย้ำว่าการดำเนินการทุกอย่างของรัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับอธิปไตยคุณภาพแห่งดินแดนผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนทุกท่าน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศบ.ทก. ประณามกัมพูชา ใช้โบราณสถานเป็นโล่ แจง ไทยโต้กลับตามสิทธิป้องกันตนเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...