โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือน บวม 5 จุด ตับอาจพัง ส่งสัญญาณอันตรายจากไขมันพอกตับ

ThaiNews - ไทยนิวส์ออนไลน์

อัพเดต 29 ก.ค. 2568 เวลา 20.25 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 03.22 น.

เมื่อไขมัน“รุกล้ำ” และทำลายตับ ร่างกายจะ บวม 5 จุด – ใครมีแม้เพียงจุดเดียว ควรรีบพบแพทย์ทันที!

ไขมันพอกตับ (Fatty Liver) คือภาวะที่มีการสะสมไขมันมากผิดปกติในเนื้อตับ ซึ่งแม้จะดูเหมือนไม่อันตรายในช่วงเริ่มต้น แต่หากละเลย ไม่ดูแลหรือรักษาให้เหมาะสม โรคนี้สามารถลุกลามกลายเป็น ตับแข็ง (Cirrhosis) และพัฒนาไปสู่ภาวะรุนแรง เช่น ตับวาย หรือ มะเร็งตับ ได้ในที่สุด

พฤติกรรมที่เสี่ยงทำให้เกิดไขมันพอกตับ ได้แก่ การรับประทานอาหารไขมันสูง น้ำตาลสูง ขาดการออกกำลังกาย ภาวะอ้วน หรือมีโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวาน ความดัน และไขมันในเลือดสูง

เมื่อไขมันสะสมในตับมากเกินไป จะส่งผลให้เกิดการอักเสบ และสร้างเนื้อเยื่อแผลเป็นในตับ (Fibrosis) ตับจะเริ่มทำงานผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อการไหลเวียนเลือดและการขับของเสียในร่างกาย

เตือน บวม 5 จุด ตับอาจพัง ส่งสัญญาณอันตรายจากไขมันพอกตับ

อาการ “บวม 5 จุด” ที่เตือนว่า ตับคุณอาจกำลังพัง

ตามรายงานจาก Express พบว่า เมื่อภาวะไขมันพอกตับพัฒนาไปสู่ตับแข็ง ร่างกายจะเริ่มแสดงอาการบวมน้ำใน 5 จุดหลัก ได้แก่:

1.น่อง

2.ข้อเท้า

3.เท้า

4.ท้อง

5.นิ้วมือ

อาการบวมเหล่านี้มักเกิดจาก “ความดันในหลอดเลือดดำของตับที่สูงขึ้น” ตับไม่สามารถขับเกลือและของเหลวได้ดี ส่งผลให้ของเหลวสะสมในเนื้อเยื่อร่างกาย และยังส่งผลต่อไตที่มีหน้าที่ช่วยขับของเสียเช่นกัน

หากมีอาการบวมแม้เพียงจุดเดียว ควรรีบพบแพทย์ทันที เพื่อเข้ารับการตรวจการทำงานของตับอย่างละเอียด เช่น การเจาะเลือด, ตรวจคลื่นเสียง, หรือ Fibroscan

ตับแข็ง รักษาได้ไหม?

แม้ตับแข็งจะเป็นภาวะที่ “ไม่สามารถฟื้นฟูเนื้อเยื่อตับที่เสียหายได้” แต่สามารถ ชะลอ และ ควบคุมโรค ได้ด้วยวิธีการรักษา ดังนี้:

1.รักษาที่ต้นเหตุ

- หากเกิดจากไวรัสตับอักเสบ B หรือ C ใช้ยาต้านไวรัส

- หากเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติ ใช้ยากดภูมิหรือคอร์ติโคสเตียรอยด์

- หากเกิดจากแอลกอฮอล์ ต้องหยุดดื่มทันที

2.ควบคุมโรคเมตาบอลิก

- ลดน้ำหนัก ควบคุมระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด

3.ปรับพฤติกรรม

- งดดื่มแอลกอฮอล์โดยเด็ดขาด

- รับประทานอาหารตามคำแนะนำแพทย์

- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

4.รักษาภาวะแทรกซ้อน

- เช่น ระบายของเหลวในช่องท้อง, ฟอกไต, ผูกเส้นเลือดที่อาจแตก, ตัดก้อนมะเร็ง

5.ปลูกถ่ายตับ

- สำหรับกรณีตับวายหรือมะเร็งตับขั้นรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...