โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ดีลแลก ‘มหาดไทย’ ไม่จบง่าย! รัฐบาลร้าว ‘ภูมิใจไทย’ สวนกลับ ‘เพื่อไทย’

เดลินิวส์

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 19.57 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 00.30 น. • เดลินิวส์
เรื่องขอแลกกระทรวงมหาดไทย ยังไม่จบง่าย! อนุทิน ยืนยันได้พูดคุยตั้งแต่การพูดคุยช่วงแรก ส่วน

สัปดาห์นี้น่าจะมีความชัดเจน เรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลัง "นายทักษิณ ชินวัตร" อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดประเด็น พรรคเพื่อไทย (พท.) ควรจะได้ดูแลกระทรวงมหาดไทย ในช่วง 2 ปีที่เหลือ เพราะที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบทำงานไม่เต็มที่ จากนั้นบรรดาแกนนำพรรคเพื่อไทย ก็ออกมารับลูกเป็นทอดๆ ยืนยันพรรคอยากเข้าไปดูแลกระทรวงสำคัญ แต่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯ และรมว.มหาดไทยในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีกระแสข่าวการปรับ ครม. ว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยยังไม่มีการพูดคุยใดๆ ซึ่งเรื่องการปรับ ครม. หากมีการถามมาที่พรรคภูมิใจไทย พรรคก็ยืนยันไม่มีการปรับเปลี่ยนอะไร เพราะได้คุยในเบื้องต้นภายในพรรคแล้วว่ารัฐมนตรีทุกคนยังทำงานได้อย่างเต็มที่ กระทรวงที่กำกับดูแลในส่วนของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไร

พร้อมย้ำ "พรรคภูมิใจไทย” อยู่ดีๆ ไม่ได้เดินไปขอร่วมรัฐบาล อย่าลืมว่า เรามาตามคำเชิญของพรรคเพื่อไทย จำได้หรือไม่ วันที่ไปกินช็อกมินต์ เราก็ไป พรรคเพื่อไทยเชิญมาเกือบจะออกจากตึกไม่ได้ด้วยซ้ำ เพราะถูกปิดล้อมจากผู้ชุมนุม กดดันน่าดูเหมือนกัน กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เราก็ผ่านร้อนผ่านหนาว ต่อสู้ทำงานตอบสนองนายกฯ มาแล้ว 2 คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายกฯ ท่านปัจจุบัน พรรคภูมิใจไทยมีความเต็มใจ ยินดี อยากจะสนับสนุนให้ท่านประสบความสำเร็จในความเป็นนายกฯ ในสมัยนี้

ท่าทีดังกล่าวเท่ากับเปิดหน้าชนกับอดีตนายกฯ ไปเต็มๆ คงต้องรอดูสัญญาณจาก "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร" หลังจากออกมายอมรับ มีความคิดในการปรับ ครม. แต่อยู่ในใจ เมื่อพรรคร่วมรัฐบาลที่มีเสียงเป็นอันดับสอง แสดงท่าทีคัดค้านการยึดกระทรวงมหาดไทย หากต้องการปรับ ครม. จะทำในส่วนไหน นายทักษิณจะเดินเกมอย่างไร

ด้าน "นายภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ และรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าในการการปรับ ครม.ว่า ที่ผ่านมาเราไม่ได้สนใจเลย เพราะจะกลายเป็นเรามัวแต่สนใจว่า จะนั่งตำแหน่งอะไร 3-4 วันที่ผ่านมา มีแต่เรื่องชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องหลัก เพราะฉะนั้นคงตอบไม่ได้ ทุกอย่างยังเป็นคำตอบเดิม ทุกอย่างอยู่ที่นายกฯ ถ้ายังไม่เปลี่ยน ก็ไม่เปลี่ยน เมื่อถามถึงกรณีท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ที่ขอยึดกระทรวงเดิมตั้งแต่มาร่วมรัฐบาล นายภูมิธรรม กล่าวว่า การคุยกันเพื่อร่วมรัฐบาลกัน คือมาตกลงกันว่าจะแก้ปัญหาอะไร หากนโยบายที่จะทำ พรรคที่จะมาร่วมรัฐบาลเห็นด้วย พรรคนั้นก็เข้ามา ไม่ใช่คุยว่าจะให้ตำแหน่งอะไรกับใคร ถ้าเห็นด้วยก็มาร่วม ถ้าไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องมาร่วม ซึ่งจุดนี้ตนเป็นคนคุยเอง มาตรการที่คุยแต่ต้นในการชวนมาทำงาน อยู่ที่ว่าจะมาช่วยทำงานอย่างไร ถ้าเห็นเหมือนกันก็ทำงานร่วมกันได้ แต่ขณะนี้ใครจะเสนออะไร อยู่ที่นายกฯ พิจารณา

ขณะที่ "นายอนุทิน" กล่าวว่า นายกฯ ยังไม่ได้แจ้งหารือเรื่องปรับ ครม. เพราะตอนนี้คุยเรื่องการเมืองไม่ได้ ต้องดูแลประชาชนและอธิปไตยของประเทศของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หลังเกิดปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อถามว่า นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า "ฝ่ายการเมืองควรลดเรื่องการเมือง และโฟกัสเรื่องบ้านเมือง ก่อนจะไม่มีการเมืองให้เล่น" ตรงนี้เห็นด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้มาทำงานกันแล้ว ไม่ต้องเล่นการเมืองกันแล้ว ฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการประจำ ถ้าทำงานกันได้ ไว้ใจซึ่งกันและกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน คนได้ประโยชน์ก็คือประชาชน ถือเป็นสุดยอดปรารถนาของพวกเราอยู่แล้ว "ถ้าอยากเล่นการเมือง ก็อย่าเล่นการเมืองกันเอง" เมื่อถามถึงกรณีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ ระบุว่า การมาร่วมรัฐบาลคุยเรื่องนโยบายที่จะทำงาน ไม่ได้มีการคุยว่าจะให้ตำแหน่งอะไรกับใคร นายอนุทิน กล่าวว่า "ถ้าไม่คุยเรื่องกระทรวง แล้วจะมาอยู่กระทรวงนี้ได้ยังไง มันจะเป็นไปได้ไหม ผู้สื่อข่าวลองไปวิเคราะห์เองบ้างสิ"

เรื่องขอแลกกระทรวงมหาดไทย ยังไม่จบง่ายๆ เพราะ "อนุทิน ชาญวีรกูล" รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยืนยันได้พูดคุยตั้งแต่การพูดคุยช่วงแรก ส่วน "ภูมิธรรม เวชยชัย" รองนายกฯ ในฐานะแกนนำเพื่อไทยหารือเพียงแค่นโยบายรัฐบาล

อีกเรื่องที่เป็นประเด็นร้อน หลังมีข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า ป.ป.ช.ได้มีมติเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. รับเรื่องให้ไต่สวนการทุจริตแผนการใช้งบประมาณโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง ปี 2568 โดยปีดังกล่าว มีการอนุมัติโครงการทั้งสิ้น 28,990 โครงการ และปรากฏว่านายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้อนุมัติเสนอเข้าสู่ที่การประชุม ครม. รวมงบประมาณทั้งสิ้น 51,584 ล้านบาท โดยยื่นเรื่องเข้ามาให้ ป.ป.ช.สอบสวน เมื่อปลายเดือน เม.ย. 68 ผู้ร้องได้ให้ข้อมูลเอกสารหลักฐานกับ ป.ป.ช. โดยกล่าวหา 1.สส. แบบแบ่งเขต พรรคเพื่อไทย 2.นายสาโรช หงษ์ชูเวช 3.นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ อดีต สส.พรรคพท. 4.นายจักรพงษ์ แสงมณี ที่ปรึกษานายกฯ และ 5.นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผอ.สำนักงบประมาณ มีการจัดงบประมาณการแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับนักการเมืองพรรคพท. คนละ 50 ล้านบาท

อาจจะเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ (รธน.) มาตรา 144 ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุในหนังสือร้องเรียนทำนองว่า มีการประสานงานการตั้งเรื่องงบประมาณดังกล่าว สส.ของพรรคพท. โดยกำหนดวงเงินงบประมาณ รายละ 50 ล้านบาท ไปจัดสรรกันเป็นการภายใน จากนั้นนำมาส่งให้บุคคลหนึ่ง เป็นผู้กลั่นกรองคำขอในส่วนการเมือง โดยมีคนคุมบัญชีคำขอดังกล่าวอีกชั้น โดยยกตัวอย่างในพื้นที่ต่างๆ ที่ได้รับงบประมาณ บางพื้นที่จะได้ 30 ล้านบาท บางพื้นที่จะได้ 100 กว่าล้านบาท

นอกจากนี้ ป.ป.ช.ยังทราบข่าวเป็นการภายในว่างบปี 2569 ที่มีรายการนำงบกลาง จำนวน 1.2 แสนล้านบาท มาใช้ลงพื้นที่ของนักการเมือง โดยมีการทำพฤติกรรมเช่นเดียวกับการร้องเรียนดังกล่าว คือให้ สส.เขต เสนองบกลางลงพื้นที่เลือกตั้งของตนเอง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นงบทำถนนแทบทั้งสิ้น โดยกำหนดว่าทำให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ก่อนนำเรื่องเสนอ ครม.ในสัปดาห์หน้า วันที่ 10 มิ.ย. 2568 ท่ามกลางกระแสข่าวว่าจะมีการแปรญัตติปรับลดงบประมาณ 2 แสนกว่าล้านบาท เพื่อนำมาไว้ที่งบกลาง ส่งผลให้งบกลาง มีจำนวนเพิ่มขึ้น เป็น 4 แสนล้านบาท

จากต้องนี้ต้องรอดูว่า ป.ป.ช. จะมีบทสรุปอย่างไร เพราะหากพบว่ามีความผิดปกติ ย่อมส่งผลกระทบกับรัฐบาล และอาจทำให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมีปัญหาในข้อกฎหมาย

ส่วนที่หลายฝ่ายจับตามองคือ มีการประชุมคณะกรรมการแพทยสภา ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ซึ่งจะมีวาระการพิจารณาเรื่องสำคัญคือ จะมีการยืนยันมติเดิมเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2568 ที่ให้ลงโทษ ถ้าจำนวน 3 คนที่เกี่ยวข้องกับการส่งตัวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จากรพ.ราชทัณฑ์ ไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจชั้น 14 หรือไม่ ภายหลังจากที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแพทยสภา ได้มีการยื่นเรื่องวีโต้มติแพทยสภา ทั้งนี้การประชุมดังกล่าว จะมีกรรมการทั้งหมด 70 คน แต่มี 1 คนซึ่งเป็นแพทย์ ที่ถูกสั่งให้ลงโทษจึงต้องออกจากห้องประชุม ดังนั้นเท่ากับว่าจะเหลือคณะกรรมการที่ต้องร่วมกันประชุมจำนวน 69 คน

โดยในส่วนของคณะกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง 35 คนนั้น เลขาธิการแพทยสภาได้ออกมายืนยัน ว่าสามารถเข้าร่วมการประชุมได้ครบ 100% แต่คณะกรรมการในสัดส่วนที่มาโดยตำแหน่ง ยังไม่ได้รับการยืนยันว่าจะเข้าร่วมการประชุมจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ตาม มีจำนวนอย่างน้อย 3 คน ที่ถูกสังคมจับตา คือ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน อธิบดีกรมการแพทย์ พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เนื่องจากเป็นข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับของนายสมศักดิ์ ว่าจะเข้าร่วมการประชุมได้หรือไม่

ด้าน “นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน” อธิบดีกรมการแพทย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "ขอบคุณที่เป็นห่วงกัน เข้าประชุมแน่นอนครับ" ภายหลัง นพ.ทวีศิลป์ ได้โพสต์ข้อความดังกล่าว มีผู้มากดไลก์กดแชร์ และแสดงความเห็น ให้กำลังใจ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นในการดำรงเกียรติศักดิ์แห่งวิชาชีพ
ขณะที่ พญ.อัมพร ได้มีการแชร์ภาพถอดหัวโขน พร้อมกลอน ถอดหัวโขน มาที่เฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อหลายวันก่อนเช่นเดียวกัน ทำให้มีการวิเคราะห์ว่านี่เป็นการแสดงความกล้า ในการเข้าร่วมประชุมแพทยสภาในวันที่ 12 มิ.ย.นี้

ส่วน “นายสมศักดิ์ เทพสุทิน” รมว.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะกรรมการแพทยสภาในวันที่ 12 มิ.ย. นี้ ซึ่งจะมีวาระการพิจารณาว่าจะยืนยันมติลงโทษแพทย์ 3 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ หลังจากที่นายสมศักดิ์ ในฐานะสภานายกพิเศษได้ทำเรื่องวีโต้ไปว่า ตั้งใจจะไปร่วมประชุมด้วย อาจต้องไปทำความเข้าใจเพราะเราต้องทำงานร่วมกัน ทำหน้าที่ตามกฎหมาย

คงต้องรอดูก่อนการประชุมแพทยสภา จะมีกระแสกดดันผู้เข้าร่วมประชุมหรือไม่ เพราะมติแพทยสภา จะมีผลต่อกระบวนตรวจสอบ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่นอนรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ.

"ทีมข่าวการเมือง"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...