‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ’ เตรียมชุมนุมใหญ่ 28 มิ.ย. ขับไล่ ‘แพทองธาร’
‘กลุ่มรวมพลังแผ่นดินฯ’ เตรียมชุมนุมใหญ่ 28 มิ.ย. ขับไล่ ‘แพทองธาร’ ย้ำไม่ใช่รัฐประหาร แต่เพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ
วันที่ 22 มิถุนายน 2568 ที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ กลุ่มรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตยไทย นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ, นายจตุพร พรหมพันธุ์, นายพิชิต ไชยมงคล และนายนัสเซอร์ ยีหมะ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดที่เตรียมใช้เป็นเวทีหลักในการจัดกิจกรรมชุมนุมใหญ่ในวันที่ 28 มิถุนายนนี้
นายจตุพร เปิดเผยว่า กลุ่มฯ ได้มีการนัดหมายลงพื้นที่ล่วงหน้าเพื่อเตรียมความพร้อม และในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) จะมีการประชุมร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อหารือแนวทางในการจัดกิจกรรมโดยไม่ละเมิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อต่อต้านการกระทำของรัฐบาลที่เสี่ยงต่อการสูญเสียดินแดน อันเป็นผลจากการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งมีอำนาจบริหารสูงสุดของประเทศนั้น
“ ประชาชนกัมพูชามีเพียง 17 ล้านคน แต่สามารถระดมมวลชนออกมาแสดงพลังได้ถึง 150,000 คน แล้วประเทศไทย ซึ่งเป็นชาติเอกราชแท้จริง จะสามารถออกมาได้สักกี่คน? เราจะยอมอับอายต่อสายตานานาชาติหรือไม่? ” นายจตุพร กล่าว
ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า การเลือกสถานที่จัดเวทีบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีเจตนาเพื่อแสดงสัญลักษณ์ เนื่องจากพื้นที่นี้มีความหมายทางประวัติศาสตร์ว่าไทยสามารถรักษาเอกราชไว้ได้ พร้อมยืนยันว่า กิจกรรมจะไม่รบกวนการทำงานของโรงพยาบาลใกล้เคียง และการระดมทุนที่ใช้ในการจัดกิจกรรมล้วนมาจากกลุ่มของตนเองโดยไม่มีผู้อยู่เบื้องหลัง ทั้งนี้จะมีการเปิดบัญชีรับบริจาคเฉพาะวันที่ 28 มิถุนายน เพียงวันเดียว เพื่อแสดงความโปร่งใส และจะปิดบัญชีทันทีหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม หากมีเงินเหลือจะนำไปบริจาคให้กองทัพภาคที่ 2
สำหรับกำหนดการในวันที่ 28 มิถุนายน กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.00 น. และเริ่มเวทีหลักในเวลา 16.00 น. ไปจนถึง 21.00 น. โดยจะมีทั้งการปราศรัยสลับกับการแสดงดนตรี เพื่อสร้างบรรยากาศและถ่ายทอดสารเชิงสัญลักษณ์สู่สาธารณชน
นายแก้วสรร ระบุว่า มีการเตรียมทางเดินเฉพาะสำหรับรถเมล์และรถพยาบาล เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการจราจร พร้อมขออภัยประชาชนที่อาจได้รับความไม่สะดวก และขอให้เข้าใจว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นภารกิจเพื่อประเทศชาติ
“ ไม่ว่าจะมีความพยายามปกปิดอะไรจากประชาชน หรือมีใครกำความลับจากอีกประเทศไว้ หากนายกรัฐมนตรีไม่สามารถสร้างความไว้วางใจได้ ก็ต้องลาออก การเคลื่อนไหวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่ขับไล่นายกฯ แต่คือการปกป้องอธิปไตยของชาติ ” นายแก้วสรรกล่าว
ทั้งนี้ นายแก้วสรร ยืนยันว่าการเปิดบัญชีรับบริจาคจะดำเนินการโดยมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เพื่อให้เป็นไปตามหลักความโปร่งใส โดยการจัดงานครั้งนี้จะใช้จอภาพขนาดใหญ่หลายจุด จึงมีความจำเป็นต้องใช้ทุนจำนวนหนึ่ง
ทางด้าน นายนิติธร เปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (23 มิ.ย.) เวลา 10.00 น. คณะรวมพลังแผ่นดินฯ จะเข้าหารือกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล เกี่ยวกับการใช้พื้นที่และแนวทางไม่ให้กระทบต่อสาธารณชน โดยเน้นย้ำว่ากิจกรรมครั้งนี้ไม่ได้เป็นการชุมนุมในความหมายของ พ.ร.บ.การชุมนุมฯ แต่เป็นการแสดงพลังตามสิทธิที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ ดังนั้น ตำรวจจึงไม่มีสิทธิ์ห้าม แต่มีหน้าที่อำนวยความสะดวก
สุดท้ายนายจตุพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม โดยจะมีการตั้งจุดตรวจคัดกรองบุคคลที่จะเข้าร่วมกิจกรรม ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อป้องกันไม่ให้ “มือที่สาม” หรือบุคคลไม่ประสงค์ดีเข้ามาก่อเหตุความรุนแรง