โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่น อ่วม! เจอ ‘คลื่นความร้อน’ รุนแรง เสียชีวิตแล้ว 1 ราย

The Bangkok Insight

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.23 น. • The Bangkok Insight

"ญี่ปุ่น" เจอ "คลื่นความร้อน" รุนแรง หลายพื้นที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส ทำคนป่วยแล้วนับร้อยราย พบชายวัย 90 ปี เสียชีวิต 1 ราย คาดสาเหตุจากฮีตสโตรก

สำนักข่าวซินหัว รายงานวันนี้ (20 มิ.ย.) ว่า คลื่นความร้อนยังคงแผ่ปกคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้ว 1 รายที่จังหวัดกิฟุ ซึ่งคาดว่ามีสาเหตุมาจากโรคลมแดด หรือฮีตสโตรก

คลื่นความร้อน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น (เจเอ็มเอ) ระบุว่า อุณหภูมิทั่วประเทศพุ่งสูงขึ้นจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศสูง โดยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (19 มิ.ย.) บางพื้นที่เผชิญกับอุณหภูมิสูงกว่า 35 องศาเซลเซียส เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน

ขณะที่สถานีตรวจวัดสภาพอากาศ 598 แห่ง จากทั้งหมดมากกว่า 900 แห่ง บันทึกอุณหภูมิได้สูงกว่า 30 องศาเซลเซียส และมี 56 แห่งที่อุณหภูมิสูงเกิน 35 องศาเซลเซียส

ผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรงนี้เห็นได้ชัดในกรุงโตเกียว โดยประชาชนนับร้อยคน อายุระหว่าง 11-97 ปี ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลเมื่อวันพฤหัสบดี ด้วยอาการต้องสงสัยว่าเป็นฮีตสโตรก ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ป่วย 1 ราย อาการเข้าขั้นวิกฤติ และอีก 2 รายมีอาการรุนแรง

สำหรับผู้เสียชีวิตคือชายชราวัย 90 ปี ซึ่งสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า เขาถูกพบนอนอยู่ในทุ่งแห่งหนึ่ง ในเมืองอิเคดะ จังหวัดกิฟุ ช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ก่อนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X:https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...