โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นับถอยหลัง สู่ความเสี่ยงของด้านประชาธิปไตย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 01 มิ.ย. 2568 เวลา 04.19 น. • เผยแพร่ 01 มิ.ย. 2568 เวลา 04.19 น.

บทความพิเศษ | ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์

https://www.facebook.com/sirote.klampaiboon

นับถอยหลัง

สู่ความเสี่ยงของด้านประชาธิปไตย

ทุกวันนี้ไปไหนมาไหนก็มีแต่คนบ่นเรื่องความเป็นผู้นำของคุณแพทองธาร ชินวัตร และทุกครั้งที่มีนักข่าวสะท้อนเสียงนี้ คุณแพทองธารก็มักตอบโต้ว่าดิฉันก็เป็นนายกฯ นะคะอยู่เสมอ ทั้งที่ความเป็นนายกฯ ต่างจากความเป็นผู้นำ เพราะนายกฯ เป็นตำแหน่งทางกฎหมาย ส่วนผู้นำเป็นความยอมรับทางสังคม

ตัวอย่างง่ายๆ ขณะที่คนไทยเผชิญความทุกข์จากปัญหาเศรษฐกิจซึ่งยิ่งนานทุกอย่างยิ่งแย่ลง คุณแพทองธารกลับไม่สามารถทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าเดี๋ยวชีวิตจะดีขึ้น พูดอะไรก็แก้ปัญหาที่ประชาชนเดือดร้อนไม่ได้ ไม่ต้องพูดถึงความร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน ซึ่งแทบไม่มีใครสัมผัสได้เลย

ทั้งหมดนี้คือปัญหาความไม่เชื่อมั่นซึ่งลุกลามเป็นปัญหาความเป็นผู้นำ ทั้งที่รัฐบาลนี้ใช้เงินบริหารประเทศไปแล้วเกือบ 8 ล้านล้านบาท และพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำรัฐบาลมาแล้วกว่า 2 ปี

คุณแพทองธารไม่ใช่นายกฯ คนแรกที่คนไทยไม่เชื่อมั่นในความเป็นผู้นำ เพราะคุณเศรษฐา ทวีสิน และคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ล้วนเผชิญปัญหาแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

แต่ปัญหาคือคุณแพทองธารมีประเด็นนี้จนคนบางกลุ่มใช้เป็นช่องทางล้มระบบ ปัญหาของคุณแพทองธารจึงเป็นปัญหาประชาธิปไตยโดยปริยาย

ความอ่อนแอและล้มเหลวของคุณแพทองธารกำลังถูกใช้เป็นข้ออ้างให้คนบาง “เครือข่าย” คิดถึงการล้มล้างประชาธิปไตยจนพูดถึงการ “กวาดล้างประชาธิปไตย” หรือ “นิติสงคราม” ซึ่งพิสดารตั้งแต่เอาผิด ครม.ด้วยมาตรา 144 หรือเอาผิดคุณทักษิณ ชินวัตร คดีชั้น 14 ด้วยประมวลกฎหมายวิอาญา

สำหรับคนที่ไม่เชื่อว่าคุณแพทองธารเป็นนายกฯ ที่ไม่มีความเป็นผู้นำ หลักฐานง่ายๆ คือดูคุณทักษิณที่ไม่ใช่นายกฯ แต่กลับมีความเป็นผู้นำมากกว่าคุณแพทองธารจนเหลือเชื่อ

ตัวอย่างเช่น คุณทักษิณไปปาฐกถาเรื่องปราบยาเสพติดโดยมีผู้ฟังคือรองนายกฯ หลายคน ทั้งที่คุณทักษิณไม่มีตำแหน่งอะไรเลย

ขณะที่รัฐบาลแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนไม่ได้ ปัญหาภายในพรรคร่วมรัฐบาลก็ลุกลามไม่หยุด คนของเพื่อไทยยื่นยุบภูมิใจไทยและเอาผิดจริยธรรมคุณอนุทิน ชาญวีรกูล ส.ว.ยื่นศาลให้รัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่

และทั้งหมดนี้คุณแพทองธารทำได้แค่นั่งเป็นหัวหลักหัวตอจนคุณทักษิณต้องมาเคลียร์

ความเป็นผู้นำของคุณทักษิณมาจากการที่คุณทักษิณเป็นเจ้าของเพื่อไทยตัวจริง นายกฯ ฝ่ายคุณทักษิณทุกคนจึงกระจ้อยร่อยกว่าคุณทักษิณหมด ไม่ว่าคุณสมัคร สุนทรเวช, คุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์, คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือคุณเศรษฐา ทุกครั้งที่ทหารยึดอำนาจทั้งในปี 2549 และ 2557 ความเป็นผู้นำของคุณทักษิณจึงหายไปทันที

แน่นอนว่าลำพังความเป็นเจ้าของพรรคไม่ได้การันตีความเป็นผู้นำ เพราะคุณเนวิน ชิดชอบ เป็นเจ้าของภูมิใจไทยตัวจริง เหมือนคุณทักษิณเป็นเจ้าของเพื่อไทย แต่คุณเนวินก็ไม่ได้ถูกสังคมยอมรับในฐานะผู้นำทางการเมืองมากเท่ากับความเป็น “ครูใหญ่” ของภูมิใจไทยและเจ้าของบุรีรัมย์ยูไนเต็ด

ในแง่นี้ ความเป็นผู้นำไม่ใช่เรื่องของตำแหน่ง แต่เป็นเรื่องบทบาททางสังคม (Social Role) ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่าง “ผู้นำ” กับ “ผู้ตาม” ซึ่ง “ผู้นำ” ต้องมีความสามารถและทรัพยากรที่จะนำสังคมให้ไปถึงจุดที่เชื่อว่า “ผู้นำ” จะจรรโลงระบบทั้งหมดให้คงอยู่อย่างมีดุลยภาพได้จริงๆ

หัวใจของความเป็นผู้นำไม่ได้อยู่ที่การมีตำแหน่งสูงสุดในประเทศ หรือแม้แต่ในองค์กร แต่หัวใจของความเป็นผู้นำอยู่ที่ “การนำ” (Hegemony) ซึ่งคนส่วนใหญ่ต้องเชื่อว่าคนที่มีตำแหน่งผู้นำต้องมี “การนำ” ซึ่งทำให้ทุกคนอยู่รอดได้

และคุณสมบัตินี้ไม่มีในตัวคุณแพทองธารเลย

อาจารย์นิธิ เอียวศรีวงศ์ เคยเขียนบทความสั้นๆ ชื่อ “วีรบุรุษในวัฒนธรรมไทยในทศวรรษ 2540 ในงานรำลึก อาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งไอเดียหลายอย่างอยู่กับผมมาจนปัจจุบัน ตัวบทความไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณแพทองธารแน่ๆ แต่ประเด็นของอาจารย์เรื่องผู้นำในวัฒนธรรมไทยใช้ได้แม้อาจารย์จะจากไป

สังคมไทยมักคิดถึง “ผู้นำ” ในเชิงวีรบุรุษที่เก่งอยู่คนเดียวและนำ “ผู้ตาม” ไปสู่ชัยชนะด้วยคนเพียงคนเดียว แต่ผู้นำแบบนั้นเกิดได้แต่ในเงื่อนไขทางวัฒนธรรมบางอย่าง ความเป็นวีรบุรุษของผู้นำจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติส่วนบุคคลของตัวผู้นำล้วนๆ หากยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขทางสังคมของผู้นำ

ผมคิดถึงประเด็นของอาจารย์นิธิเชื่อมโยงกับทฤษฎีผู้นำการเมืองซึ่งผมไปบรรยายให้ กกต.ในหลักสูตรพัฒนาการเมืองสัปดาห์ที่ผ่านมา สรุปสั้นๆ คือ ผู้นำเชิงวีรบุรษ (Heroic Leadership) เป็นเพียงรูปแบบเดียวของการนำทางการเมือง แต่สังคมที่ไม่มีวีรบุรุษก็มีผู้นำแบบอื่นได้เช่นกัน

ผู้นำเชิงเครือข่ายเป็นอีกรูปแบบของผู้นำทางการเมือง ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำแบบนี้มีความเป็นผู้นำเชิงวีรบุรุษได้ก็ดี แต่ไม่มีก็ได้ เพราะหัวใจของผู้นำประเภทนี้คือการนำผ่าน “เครือข่าย” ซึ่งได้รับความยอมรับจาก “ผู้ตาม” โดยกว้างขวางด้วยการประสานประโยชน์หรือสร้าง Consensus บางแบบขึ้นมา

อนึ่ง คำว่า “เครือข่าย” ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ คำจึงไม่ได้สื่อสารถึงขบวนการลึกลับหรือองค์กรลี้ลับอะไร และไม่ได้พูดด้วยน้ำเสียงที่ตัดสินคุณค่าด้วย แต่เป็น “เครือข่าย” ในความหมายของ “อำนาจทางสังคม” ที่นักสังคมวิทยาชื่อดัง Michael Mann ใช้ในงานสำคัญ The Source of Social Power

นักวิชาการเรื่องเมืองไทยพูดเยอะเรื่องรัฐพันลึกหรือ Network Monarchy ซึ่งความหมายต่างจากคำว่า “เครือข่าย” ที่เรากำลังพูดกัน เพราะรัฐพันลึกหรือ Network Monarchy คือขบวนการชนชั้นนำที่แทรกซึมในองค์กรต่างๆ เพื่อควบคุมประเทศจนไม่สนใจอำนาจของประชาชนและอำนาจในสังคม

คุณแพทองธารเป็นนายกฯ จากการเลือกของสภา แต่คุณแพทองธารไม่ได้มาจากพรรคที่ชนะเลือกตั้ง ความยอมรับจากประชาชนติดลบตั้งแต่ต้น รัฐบาลแพทองธารจึงเป็นสัญลักษณ์ของรัฐพันลึกหรือ “ดีลลับ” ซึ่งอยู่ตรงข้าม “เครือข่ายในสังคม” จนสร้างความยอมรับในฐานะผู้นำได้ยากเหลือเกิน

เมื่อใดที่ประชาชนเห็นคณะรัฐมนตรีในรัฐบาลแพทองธาร เมื่อนั้นประชาชนก็จะเห็นนักการเมืองหน้าเดิมจากตระกูลการเมืองเดิมๆ ที่ปกครองประเทศมาตั้งแต่รุ่นพ่อกว่า 20 ปีแล้ว ความไม่พอใจที่ประชาชนมีต่อนักการเมืองกลุ่มนี้จึงเป็นความไม่พอใจต่อรัฐบาลแพทองธารด้วยทันที

คุณชวน หลีกภัย และคุณทักษิณเป็นนายกฯ จากขั้วการเมืองต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือทั้งคู่ชนะเลือกตั้งอันดับ 1 จนเป็นนายกฯ ที่มาจากการสนับสนุนของ “เครือข่ายทางสังคม” เหมือนกัน ทั้งคู่จึงสามารถตั้งคณะรัฐมนตรีโดยไม่ต้องกังวลต่อพรรคการเมืองมากนักในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของแต่ละคน

ในช่วงที่คุณชวนชนะเลือกตั้งจนได้เป็นนายกฯ ในปี 2535 และคุณทักษิณชนะจนได้เป็นนายกฯ ในปี 2544 ทั้งคู่เป็นที่ยอมรับจากสังคมยิ่งกว่ารัฐบาลแพทองธารราวฟ้ากับเหว สองปีของรัฐบาลเพื่อไทยจึงเป็นสองปีที่ฝ่ายเพื่อไทยได้เป็นนายกฯ

แต่ความยอมรับในความเป็นผู้นำยิ่งนานยิ่งดิ่งเหวลงจนปัจจุบัน

ผมเขียนไว้ตั้งแต่พุธที่แล้วก่อนศาลปกครองจะอ่านคำตัดสินคดีจำนำข้าววันพฤหัสบดีว่าคุณยิ่งลักษณ์จะโดนค่าเสียหายในวงเงิน 10,027 ล้านบาท สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณยิ่งลักษณ์เป็นส่วนหนึ่งของ “นิติอภิมหาสงคราม” ที่จะยกระดับจนพาการเมืองไทย Turn Right หรือเลี้ยวขวาครั้งใหญ่ในรอบหลายปี

ด้วยการเป็นรัฐบาลความยอมรับต่ำตั้งแต่ต้นจนลดลงเรื่อยๆ อย่างปัจจุบัน รัฐบาลชุดนี้กำลังนับถอยหลังจนการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่จะเกิดขึ้นแน่ การปรับคณะรัฐมนตรีจะมีขึ้นหลังสภาผ่าน พ.ร.บ.งบประมาณ นิติอภิมหาสงครามจะรุนแรงถึงขีดสุดจนสุ่มเสี่ยงจะเกิดวิกฤตการเมืองยาว

ถ้ารัฐบาลไม่สามารถสร้างความยอมรับในประชาชนได้มากกว่านี้ การเมืองไทยจะเปลี่ยนแปลงสู่จุดที่ประชาธิปไตยถอยหลังลงคลองจนความเป็นประชาธิปไตยที่ต่ำอยู่แล้วจะยิ่งต่ำกว่าเดิม

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นับถอยหลัง สู่ความเสี่ยงของด้านประชาธิปไตย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...