โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สมศักดิ์” ยัน อนาคตกัญชา กลับเป็นยาเสพติดแน่นอน

The Better

อัพเดต 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.59 น. • เผยแพร่ 24 มิ.ย. 2568 เวลา 04.58 น. • THE BETTER
“สมศักดิ์” ยัน อนาคตกัญชากลับไปเป็นยาเสพติดแน่นอน ชี้ขอใหม่-ต่อใบอนุญาตต้องทำกฎกระทรวงเพิ่ม มอง พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาเสร็จในรัฐบาลนี้เป็นความฝัน ปัดกวาดล้างกัญชาเป็นการเมือง บอก เป็นปัญหาเรื้อรังมายาวนาน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงนโยบายการนำกัญชาให้กลับไปเป็นยาเสพติด ว่าในอนาคตควรกลับไปเป็นยาเสพติด เพราะวันนี้ยังมีอะไรที่พะรุงพะรังอยู่กับการดำเนินการที่ผ่านมาในอดีต เช่นกรณีมีการประกาศเป็นสมุนไพรควบคุม ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย ซึ่งมีการประกาศให้ตั้งร้านจำหน่ายกัญชาหรือการเก็บเกี่ยวและส่วนต่างๆ แต่ไม่เคยพูดถึงการดำเนินการทางการแพทย์ ซึ่งไม่ได้เน้นทางการแพทย์จนกระทั่งนายกรัฐมนตรีมีบัญชาให้ตนและที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีประชุมพูดคุยกันโดยมีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ว่ากัญชาต้องเพื่อการแพทย์เท่านั้น

หลังจากนั้นก็ได้รับฟังความเห็นของประชาชน ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม -10 มิถุนายน ซึ่งประชาชนให้การยอมรับในแนวทางนี้ และเมื่อวานนี้ (23 มิ.ย.) ตนก็ได้ลงนามประกาศให้กัญชาเพื่อการแพทย์เท่านั้น คนที่จะไปซื้อกัญชาต้องมีใบสั่งจากแพทย์รวมถึงใบรับรองแพทย์ประการว่ามีการเจ็บไข้ได้ป่วยประการใด และในเรื่องของใบอนุญาตผู้ประกอบการรายใหม่ ที่จะมีการขอหรือมีการต่อใบอนุญาตนั้น ตนจะต้องทำกฎกระทรวงขึ้นใหม่อีกฉบับหนึ่ง รวมถึงมีข้อกำหนดว่าต้องมีแพทย์ประจำร้าน หรือ หากมีการตรวจทุกเดือน แล้วมีความผิดไม่ปฏิบัติตาม 2 ครั้ง เราจะมีการยึดใบประกาศและใบอนุญาต แต่การทำจะไม่ง่ายเหมือนการออกประกาศ โดยจะเป็นอำนาจของรัฐมนตรี ที่ต้องฟังความเห็นของประชาชน และที่ผ่านมาใช้เวลา 45 วัน ตั้งแต่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการ ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยต้องการผลักดัน พ.ร.บ.ควบคุมกัญชาจะทันในสมัยรัฐบาลนี้หรือไม่ นายสมศักดิ์ มองว่าฝันไปและเป็นเรื่องของความฝัน ถ้าดูจะพบว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวมีผลพวงมาจากประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งมีการนำกฎหมายฉบับนี้เข้าพิจารณาและเป็นประมวลกฎหมายยาเสพติดเมื่อช่วงพฤษจิกายน 2564 มาตรา 29 ชี้ให้เห็นว่ายาเสพติดประเภท 5 หลุดออกจากกฎหมายไปสองประเภท คือกระท่อมและกัญชา และให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขประกาศเอง โดยฟังความเห็นของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งขณะนั้นมีรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเป็นประธาน ฉะนั้นเมื่อยาเสพติดประเภท 5 ไม่มีกัญชา อาจจะต้องทำกฏหมายให้แล้วเสร็จภายใน 120 วัน ตามความเห็นของคณะกรรมการ ป.ป.ส.ดังกล่าว แต่กลับไม่ได้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นและมีร้านค้าเกิดขึ้นเป็นหมื่นร้าน เพราะขณะนั้นกฎหมายไม่ได้ทำประกาศ อีกทั้ง พ.ร.บ.คุ้มครองทางการแพทย์ก็ไม่ชัดเจน แต่กลับมีประกาศให้ซื้อขายและทำการปลูก ซึ่งเป็นเจตนารมย์คำพูดทางการเมืองที่ปากกับใจไม่ตรงกันที่บอกจะให้เป็นทางการแพทย์แต่กลับไม่มีการเขียนไว้ในการควบคุมของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเรื่องนี้ตนได้ชี้แจงกับทางรัฐบาล และได้มีการมอบหมายให้ตนดำเนินการภายใน 45 วัน

สำหรับการกวาดล้างกัญชาในขณะที่พรรคภูมิใจไทยถอนตัวจากพรรคร่วมรัฐบาลมีการถูกโยงว่าเป็นเกมการเมืองไล่บี้ภูมิใจไทย นายสมศักดิ์กล่าวว่าไม่ใช่ แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาเรื้อรัง ซึ่งเราได้รับการร้องเรียนเข้ามามากมาย โดยเฉพาะในสมัยรัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเรามีความพยายามจะทำให้กัญชาเป็นยาเสพติดและวันนี้ทำได้ในการเป็นสมุนไพรควบคุมเข้มข้นใช้ในทางการแพทย์ แต่ในอนาคต ก็คือยาเสพติด

เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านั้นมีการตั้งข้อสังเกต ว่า กระทรวงสาธารณสุขในยุค นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จนมาถึงปัจจุบัน ไม่มีการแก้ไขเรื่องกัญชาเพราะอาจจะเกรงใจพรรคภูมิใจไทยที่ยังร่วมรัฐบาล นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ความเห็นมีหลากหลาย และค่อนข้างไม่ตรงกัน โดยในรัฐบาลนายเศรษฐา ต้องการให้นำกลับมาเป็นยาเสพติด หากมีการดำเนินการและไม่มีใครคัดค้านในช่วงนั้นอีกเพียงแค่สัปดาห์เดียว ก็จะนำกลับมาเป็นยาเสพติดเนื่องจากตนได้ ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว
และจะมีการนำเข้าสู่ที่ประชุมป.ป.ส. ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แต่กลับมีปัญหาทางด้านการบ้านการเมืองจึงไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างไรก็ตามในวันนี้คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีจึงตัดสินใจเอาตามแนวทางการควบคุมในการใช้กัญชาเพื่อทางการแพทย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...