โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ “ปราสาทพระวิหาร” จุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ ไทย-กัมพูชา

อีจัน

อัพเดต 24 ก.ค. 2568 เวลา 18.55 น. • เผยแพร่ 24 ก.ค. 2568 เวลา 10.57 น. • อีจัน

จากกรณีเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา เช้าวันนี้ (24 ก.ค.68) ทหารกัมพูชา เปิดฉากยิงไทย บริเวณพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ และบริเวณพื้นที่ ปราสาทโดนตวล จ.ศรีสะเกษ

เมื่อย้อนกลับไปหลาย 10 ปีก่อน “ปราสาทพระวิหาร” ก็เป็นอีกหนึ่งโบราณสถาน ที่เป็นจุดเปลี่ยนความสัมพันธ์ ระหว่างไทย-กัมพูชา อย่างชัดเจน

ปราสาทพระวิหาร (ภาษาเขมร: ប្រាសាទព្រះវិហារ, ภาษาอังกฤษ: Preah Vihear Temple) คือหนึ่งในโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของยุคอารยธรรมขอม ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงของเทือกเขาพนมดงรัก บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งแม้จะงดงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรม แต่กลับกลายเป็นศูนย์กลางข้อพิพาทระหว่างไทย และกัมพูชา ยาวนานนับศตวรรษ

ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์แห่งอารยธรรมขอม ได้มีการสร้างปราสาทศักดิ์สิทธิ์ขึ้นบนยอดเขาสูงเสียดฟ้า ที่ซึ่งมองเห็นผืนป่ากว้างใหญ่ไพศาล ปราสาทพระวิหาร แห่งนี้ถือกำเนิดขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 15–17 ในยุคของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 และ 2 ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรขอม ถูกออกแบบให้แตกต่างจากปราสาททั่วไปของยุคนั้น ด้วยผังจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ที่เรียงตัวเป็นแนวสูงขึ้นสู่ยอดผา เสมือนกำลังไต่ขึ้นสู่เขาพระสุเมรุ อันเป็นสัญลักษณ์แห่งจักรวาลตามคติศาสนาฮินดู

ที่นี่เคยเป็นศูนย์กลางพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ เป็นสถานที่ที่กษัตริย์ขอมใช้เชื่อมต่อกับเทพเจ้า และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่สามารถควบคุมเส้นทางติดต่อในภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อแสงแห่งอาณาจักรขอมเริ่มโรยรา ปราสาทแห่งนี้ก็ค่อยๆ เงียบสงัด ถูกปล่อยทิ้งให้รกร้างตามกาลเวลา นานนับร้อยปี

จนกระทั่งถึงปลายศตวรรษที่ 19 นักสำรวจชาวฝรั่งเศสได้ค้นพบปราสาทพระวิหารอีกครั้ง ในยุคที่กัมพูชาอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส และนั่นเองคือจุดเริ่มต้นของแผนที่ “ภาคผนวกที่ 1” ซึ่งกลายมาเป็นต้นตอของความขัดแย้งด้านเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชาต่อมา

ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ความขัดแย้งเรื่องกรรมสิทธิ์ในปราสาททวีความเข้มข้น กัมพูชาได้นำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งในปี พ.ศ. 2505 ศาลได้วินิจฉัยให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา พร้อมสั่งให้ไทยถอนกำลังทหารและส่งคืนวัตถุโบราณ อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนั้นไม่ได้ให้ความชัดเจนในเรื่อง “พื้นที่โดยรอบ” ซึ่งยังคงเป็นประเด็นที่ถกเถียงไม่รู้จบ

หลายทศวรรษต่อมา ความขัดแย้งได้ปะทุขึ้นอีกครั้งในปี พ.ศ. 2551 เมื่อกัมพูชาผลักดันให้ยูเนสโกขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแต่เพียงฝ่ายเดียว จุดชนวนความไม่พอใจอย่างรุนแรงจากฝ่ายไทย จนนำไปสู่เหตุปะทะทางทหารที่ยืดเยื้อถึงปี พ.ศ. 2554 ก่อนที่กัมพูชาจะยื่นเรื่องขอให้ศาลโลกตีความคำตัดสินเดิมอีกครั้ง และในปี พ.ศ. 2556 ศาลก็มีคำวินิจฉัยเพิ่มเติมให้พื้นที่โดยรอบตัวปราสาทอยู่ภายใต้การควบคุมของกัมพูชา ไทยจึงต้องถอนกำลังออกอย่างเป็นทางการ

ความสำคัญของปราสาทพระวิหารใน 4มิติ

ประวัติศาสตร์ : เป็นหลักฐานสำคัญของความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมขอม

ศิลปกรรม : ตัวอย่างงดงามของสถาปัตยกรรมแบบบาเปวน–นครวัด

การเมือง : สะท้อนประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์อันซับซ้อนระหว่างไทย–กัมพูชา

มรดกโลก : ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกในปี 2551

แม้ว่าข้อพิพาทเรื่องปราสาทพระวิหารจะจบลง แต่เหตุปะทะระหว่างไทย-กัมพูชายังไม่จบ หลังจากทหารกัมพูชา เปิดฉากยิงไทย บริเวณพื้นที่ ปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (24 ก.ค.68)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...