โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

สาวพัทยาแจ้งจับไรเดอร์ หลอกอึ๊บสาวถ่ายคลิปแบล็กเมล์

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 12.04 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 05.04 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

พัทยา 13 ก.ค.-เตือนภัยสาวๆ หาแฟนผ่านแอปแชทหาคู่ ระวังจะเจอชายหนุ่มมีพฤติกรรมถ่ายคลิป แบล็กเมล์ และทำร้ายร่างกายหญิงสาวที่ตนมีความสัมพันธ์ ซึ่งชายหนุ่มรายนี้ ถูกหญิงสาวหลายราย รวมตัวกันเข้าแจ้งความดำเนินคดี

เพจเฟซบุ๊ก “พัทยา” โพสต์เตือนภัยสาวๆ ถึงพฤติกรรมหนุ่มไรเดอร์รายหนึ่ง ซึ่งใช้เฟซบุ๊ก ชื่อว่า บูม ที่มีพฤติกรรมอันตราย ชอบทำร้ายร่างกายผู้หญิง ถึงขนาดเคยขู่จะเอาน้ำกรดสาดหน้า ซึ่งพอข้อความนี้ถูกโพสต์
ลงบนโลกโซเชียล ก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ “บุคคลในตำนาน” “ไอ้นี่อีกแหละ” “เราอีกคนที่โดน แต่เราบล็อก” “ทักมาเหมือนกันดีนะไม่เล่นด้วย”

โดยผู้ที่นำเรื่องนี้ไปโพสต์บนเพจ พัทยา คือ 1 ในผู้เสียหาย ที่ตกเป็นเหยื่อของ นายบูม ซึ่งเมื่อพอโพสต์ลงไปก็ทำให้เหยื่อรายอื่นๆ เริ่มกล้าออกมาแสดงตัว และพบว่าถูกกระทำในลักษณะคล้ายๆ กัน โดยมีผู้คนเข้ามาคอมเมนต์กว่า 1 พันข้อความ

ซึ่งในเวลากลางคืนวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ทางผู้เสียหายได้นัดรวมตัวกันบริเวณหน้าร้านเช่ารถแห่งหนึ่งย่านพัทยากลาง ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งประกอบไปด้วยวัยรุ่นชายหญิงกว่า 10 คน เพื่อจับตัวนายบูม ไรเดอร์หนุ่มที่มีพฤติกรรมถ่ายคลิปแบล็กเมล์ และทำร้ายร่างกายหญิงสาวซ้ำซาก ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา

โดยหนึ่งในผู้เสียหายคือ น.ส.อร (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี ให้การว่าเคยคบหากับนายบูม (นามสมมุติ) หลังรู้จักกันผ่านแอปแชทหาคู่ และ Facebook แต่กลับถูกทำร้าย และข่มขู่ว่าจะเผยแพร่คลิปลับหากไม่ยอมทำตาม

ต่อมาก็มีหญิงสาวอีก 4 ราย ทยอยเข้าแจ้งความ โดยหนึ่งในนั้นคือ น.ส.จิ (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี ที่เคยแจ้งความไว้ถึง 3 ครั้ง ทั้งเรื่องถูกพ่นสีใส่รถจักรยานยนต์ ขู่จะปล่อยคลิป และทำร้ายร่างกาย

ด้านนายบูม ยอมรับว่า รู้จักผู้หญิงหลายคนจากแอปหาคู่ และมีความสัมพันธ์กันจริง แต่ปฏิเสธว่าไม่เคยถ่ายคลิปหรือข่มขู่ใคร อ้างว่าเป็นความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย ส่วนเรื่องทรัพย์สินเสียหายก็ไม่เกี่ยวข้องกับตน

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พัทยา ได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด และจัดทำประวัติไว้ พร้อมเตรียมเรียกสอบปากคำเพิ่มเติม และหากพบว่า ผู้ก่อเหตุผิดจริงก็จะแจ้งข้อหา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...