โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นญี่ปุ่น” ไม่หวือหวา-แต่น่าสนใจ “ภาษี Trump” กระทบไม่มาก “การบริโภคในปท.” แกร่ง… “ราคาสมเหตุผล” ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 02.17 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ลายแทงกองทุน: แม้ “ญี่ปุ่น” จะเจอแจ้ง “ภาษี Trump” สูงถึง 25% เริ่ม 1 ส.ค. นี้ แต่ “สหรัฐ” ยังเปิดช่องให้เร่งสรุปการเจรจาก่อนเส้นตาย 1 ส.ค. นี้ได้ และหากญี่ปุ่นตอบสนองในทิศทางที่สหรัฐพอใจทุกอย่างก็อาจปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน
แม้จะเจอ “ภาษี Trump” เข้าให้แบบนี้ แต่รู้หรือไม่?…ปีนี้ “หุ้นญี่ปุ่น” (Nikkei225) ยังทรงตัวที่ระดับ 39,688.81 จุด -0.52% เท่านั้น และอยู่ต่ำกว่า “จุดสูงสุด” ที่ระดับ 42,224 จุด ช่วงเดือนก.ค.24 เพียง -6% เท่านั้น
ทำให้ “กองหุ้นญี่ปุ่น” ปีนี้ยังทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +2.78% (ณ วันที่ 8 ก.ค. 25) ส่วนใหญ่กว่า 86% มีผลตอบแทนเป็น “บวก”
จึงเป็นอีกตลาดที่อาจดูไม่หือหวา แต่ก็พร้อมจะกลับมาได้ทุกเมื่อ จาก 4 ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง 2) ได้รับผลกระทบจาก ‘ภาษี Trump’ น้อยเพราะมีการค้ากับสหรัฐไม่มากประมาณ 2% GDP ภาคการบริโภคภายในมีบทบาทต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า
3) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีการปฏิรูปบรรษัทภิบาลช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการซื้อหุ้นคืนทำให้ ROE สูงขึ้น การจ่ายปันผลดีขึ้น และ 4) ราคาสมเหตุผสมผล มี Forward P/E 12 เดือน เพียง 20.27 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.58 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ปีนี้อาจไม่สูง +3.79% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 7 ก.ค. 25)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจมาฝากกัน

เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นญี่ปุ่น"…ไม่หวือหวา-แต่พร้อมกลับมาได้ทุกเมื่อ

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Active Fund ทั้งหมด ที่มีรูปแบบที่ต่างกันออกไป โดยเป็น “บลจ.ต่างชาติ” 2 กอง และ“บลจ.ไทย 2 กอง ประกอบด้วย
- “ES-JPNAE-R: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Japan Active Equity ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เพิ่งจัดตั้ง Class เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 25 ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” เพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Eastspring Investment - Japan Dynamic Fund Class CJ (acc) – JPY’ ที่บริหารจัดการโดย Eastspring Investments (Luxembourg) S.A.
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 พ.ย. 25) ประกอบด้วย 1) Industrials 29.8%, 2) Materials 15.4%, 3) Consumer discretionary 14.8%, 4) Financials 14.1% และ 5) Information technology 11.5%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) PANASONIC HOLDINGS CORP 4.7%,2) SUMCO CORP 4.6%,3) TAKEDA PHARMACEUTICAL CO LTD 4.3%,4) EAST JAPAN RAILWAY COMPANY 4.1% และ5) SUMITOMO MITSUI FINANCIAL GROUP INC 4.1% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น ABJO: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เจแปนนีส ซัสเทนเนเบิล เอคควิตี้ ฟันด์ ของบลจ.อเบอร์ดีน เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ซึ่งจดทะเบียนซื้อขาย จัดตั้ง หรือประกอบกิจการในประเทศญี่ปุ่น หรือบริษัทที่มีรายได้หรือกำไรในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญจากการดำเนินงาน หรือมีสัดส่วนที่สำคัญของทรัพย์สินตั้งอยู่ในญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก ‘abrdn SICAV I - Japanese Sustainable Equity Fund Z Acc JPY’ ที่บริหารจัดการโดย abrdn Investments Luxembourg S.A.
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 พ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Consumer Discretionary 24.35%, 2) Industrials 20.46%, 3) Information Technology 17.66%, 4) Financials 15.29% และ 5) Communication Services 5.90%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Mitsubishi UFJ Financial Group 7.40%,2) Tokio Marine Holdings Inc 5.64%,3) Sony Group Corp 5.35%,4) Hitachi Ltd 4.58% และ5) NEC Corp 4.51% ตามลำดับ”
- มาต่อกันด้วย KT-JAPANALL-A: กองทุนเปิดเคแทม Japan All Cap Equity (ชนิดสะสมมูลค่า) ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นในบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนมองว่ามีมูลค่าตํ่ากว่ามูลค่าที่แท้จริง (undervalued) เพื่อให้เงินลงทุนมีการเติบโตสูงสุดในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Fidelity Funds - Japan Value Fund, Class Y (JPY)’ ที่บริหารจัดการโดย FIL Investment Management (Luxembourg) S.A.
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 31 พ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Electric Appliances 18.6%, 2) Banks 12.8%, 3) Construction 12.0%, 4) Transportation Equipment 9.6% และ 5) Insurance 7.5%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Hitachi Ltd 5.66%,2) Sumitomo Mitsui Financial Group Inc 5.12%,3) Toyota Industries Corp 4.60%,4) Mitsubishi UFJ Financial Group Inc 4.30% และ5) NEC Corp 4.09% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย KF-HJAPAND: กองทุนเปิดกรุงศรีเจแปนเฮดจ์ปันผล ของบลจ.กรุงศรี เป็นกองทุนในกลุ่ม Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” และหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งมีผลตอบแทนเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Japan (Yen) Fund, Class (acc)-JPY’ ที่บริหารจัดการโดย JPMorgan Funds (Asia) Limited
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 พ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Electric Appliances 20.5%, 2) Others 17.7%, 3) Other Products 9.0%, 4) Machinery 8.7% และ 5) Banks 8.7%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด (ณ 30 เม.ย. 25) ได้แก่ 1) Sony Group 7.4%,2) IHI 5.1%,3) Nintendo 4.9%,4) Asics 4.4% และ5) Tokio Marine Holdings 3.8%ตามลำดับ”
“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” หนึ่งในตลาดพัฒนาแล้วที่อาจดูไม่หวือหวาในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็พร้อมกลับมาได้ทุกเมื่อเช่นกัน ในขณะที่ทั่วโลกกำลังหั่นดอกเบี้ยลง แต่ญี่ปุ่นกำลังขยับดอกเบี้ยขึ้นสวนทาง แต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และสะท้อนว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...