“หุ้นญี่ปุ่น” ไม่หวือหวา-แต่น่าสนใจ “ภาษี Trump” กระทบไม่มาก “การบริโภคในปท.” แกร่ง… “ราคาสมเหตุผล” ตอบโจทย์การลงทุนระยะยาว !!!
ลายแทงกองทุน: แม้ “ญี่ปุ่น” จะเจอแจ้ง “ภาษี Trump” สูงถึง 25% เริ่ม 1 ส.ค. นี้ แต่ “สหรัฐ” ยังเปิดช่องให้เร่งสรุปการเจรจาก่อนเส้นตาย 1 ส.ค. นี้ได้ และหากญี่ปุ่นตอบสนองในทิศทางที่สหรัฐพอใจทุกอย่างก็อาจปรับเปลี่ยนได้เช่นกัน
แม้จะเจอ “ภาษี Trump” เข้าให้แบบนี้ แต่รู้หรือไม่?…ปีนี้ “หุ้นญี่ปุ่น” (Nikkei225) ยังทรงตัวที่ระดับ 39,688.81 จุด -0.52% เท่านั้น และอยู่ต่ำกว่า “จุดสูงสุด” ที่ระดับ 42,224 จุด ช่วงเดือนก.ค.24 เพียง -6% เท่านั้น
ทำให้ “กองหุ้นญี่ปุ่น” ปีนี้ยังทำผลตอบแทนได้เฉลี่ย +2.78% (ณ วันที่ 8 ก.ค. 25) ส่วนใหญ่กว่า 86% มีผลตอบแทนเป็น “บวก”
จึงเป็นอีกตลาดที่อาจดูไม่หือหวา แต่ก็พร้อมจะกลับมาได้ทุกเมื่อ จาก 4 ปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ 1) เศรษฐกิจหลุดพ้นจากภาวะเงินฝืดและฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง 2) ได้รับผลกระทบจาก ‘ภาษี Trump’ น้อยเพราะมีการค้ากับสหรัฐไม่มากประมาณ 2% GDP ภาคการบริโภคภายในมีบทบาทต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจมากกว่า
3) ตลาดหุ้นญี่ปุ่นมีการปฏิรูปบรรษัทภิบาลช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการซื้อหุ้นคืนทำให้ ROE สูงขึ้น การจ่ายปันผลดีขึ้น และ 4) ราคาสมเหตุผสมผล มี Forward P/E 12 เดือน เพียง 20.27 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ 18.58 เท่า ในขณะที่คาดกำไรบจ.ปีนี้อาจไม่สูง +3.79% (ที่มา: Bloomberg, วันที่ 7 ก.ค. 25)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในธีม “หุ้นญี่ปุ่น” ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "หุ้นญี่ปุ่น"…ไม่หวือหวา-แต่พร้อมกลับมาได้ทุกเมื่อ
สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น Active Fund ทั้งหมด ที่มีรูปแบบที่ต่างกันออกไป โดยเป็น “บลจ.ต่างชาติ” 2 กอง และ“บลจ.ไทย” 2 กอง ประกอบด้วย
- “ES-JPNAE-R: กองทุนเปิดอีสท์สปริง Japan Active Equity ชนิดรับซื้อคืนอัตโนมัติ” ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) เพิ่งจัดตั้ง Class เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 25 ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” เพื่อสร้างการเติบโตของเงินลงทุนระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Eastspring Investment - Japan Dynamic Fund Class CJ (acc) – JPY’ ที่บริหารจัดการโดย Eastspring Investments (Luxembourg) S.A.
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 พ.ย. 25) ประกอบด้วย 1) Industrials 29.8%, 2) Materials 15.4%, 3) Consumer discretionary 14.8%, 4) Financials 14.1% และ 5) Information technology 11.5%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) PANASONIC HOLDINGS CORP 4.7%,2) SUMCO CORP 4.6%,3) TAKEDA PHARMACEUTICAL CO LTD 4.3%,4) EAST JAPAN RAILWAY COMPANY 4.1% และ5) SUMITOMO MITSUI FINANCIAL GROUP INC 4.1% ตามลำดับ”
- ถัดมาเป็น “ABJO: กองทุนเปิด อเบอร์ดีน เจแปนนีส ซัสเทนเนเบิล เอคควิตี้ ฟันด์” ของบลจ.อเบอร์ดีน เป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ซึ่งจดทะเบียนซื้อขาย จัดตั้ง หรือประกอบกิจการในประเทศญี่ปุ่น หรือบริษัทที่มีรายได้หรือกำไรในสัดส่วนที่มีนัยสำคัญจากการดำเนินงาน หรือมีสัดส่วนที่สำคัญของทรัพย์สินตั้งอยู่ในญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก ‘abrdn SICAV I - Japanese Sustainable Equity Fund Z Acc JPY’ ที่บริหารจัดการโดย abrdn Investments Luxembourg S.A.
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 พ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Consumer Discretionary 24.35%, 2) Industrials 20.46%, 3) Information Technology 17.66%, 4) Financials 15.29% และ 5) Communication Services 5.90%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Mitsubishi UFJ Financial Group 7.40%,2) Tokio Marine Holdings Inc 5.64%,3) Sony Group Corp 5.35%,4) Hitachi Ltd 4.58% และ5) NEC Corp 4.51% ตามลำดับ”
- มาต่อกันด้วย “KT-JAPANALL-A: กองทุนเปิดเคแทม Japan All Cap Equity (ชนิดสะสมมูลค่า)” ของบลจ.กรุงไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นในบริษัทที่ผู้จัดการกองทุนมองว่ามีมูลค่าตํ่ากว่ามูลค่าที่แท้จริง (undervalued) เพื่อให้เงินลงทุนมีการเติบโตสูงสุดในระยะยาว ผ่านกองทุนหลัก ‘Fidelity Funds - Japan Value Fund, Class Y (JPY)’ ที่บริหารจัดการโดย FIL Investment Management (Luxembourg) S.A.
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 31 พ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Electric Appliances 18.6%, 2) Banks 12.8%, 3) Construction 12.0%, 4) Transportation Equipment 9.6% และ 5) Insurance 7.5%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) Hitachi Ltd 5.66%,2) Sumitomo Mitsui Financial Group Inc 5.12%,3) Toyota Industries Corp 4.60%,4) Mitsubishi UFJ Financial Group Inc 4.30% และ5) NEC Corp 4.09% ตามลำดับ”
- ปิดท้ายกันด้วย “KF-HJAPAND: กองทุนเปิดกรุงศรีเจแปนเฮดจ์ปันผล” ของบลจ.กรุงศรี เป็นกองทุนในกลุ่ม “Japan Equity” ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” และหลักทรัพย์อื่นๆ ซึ่งมีผลตอบแทนเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ผ่านกองทุนหลัก ‘JPMorgan Japan (Yen) Fund, Class (acc)-JPY’ ที่บริหารจัดการโดย JPMorgan Funds (Asia) Limited
สำหรับ 5 อุตสาหกรรมที่กองทุนหลักลงทุนมากสุด (ณ 30 พ.ค. 25) ประกอบด้วย 1) Electric Appliances 20.5%, 2) Others 17.7%, 3) Other Products 9.0%, 4) Machinery 8.7% และ 5) Banks 8.7%
“โดย 5 หุ้นที่ลงทุนมากสุด (ณ 30 เม.ย. 25) ได้แก่ 1) Sony Group 7.4%,2) IHI 5.1%,3) Nintendo 4.9%,4) Asics 4.4% และ5) Tokio Marine Holdings 3.8%ตามลำดับ”
“ตลาดหุ้นญี่ปุ่น” หนึ่งในตลาดพัฒนาแล้วที่อาจดูไม่หวือหวาในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็พร้อมกลับมาได้ทุกเมื่อเช่นกัน ในขณะที่ทั่วโลกกำลังหั่นดอกเบี้ยลง แต่ญี่ปุ่นกำลังขยับดอกเบี้ยขึ้นสวนทาง แต่ก็เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป และสะท้อนว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง นี่จึงเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่น่าสนใจเช่นเดียวกัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน