โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (4) ชาติไทยแต่งตัวใหม่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 14 พ.ค. 2568 เวลา 03.06 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

My Country Thailand | ณัฐพล ใจจริง

การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ

: แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (4)

ชาติไทยแต่งตัวใหม่

นับตั้งแต่จอมพล ป.ก้าวขึ้นเป็นผู้นำประเทศ (2481) เขาต้องการยกระดับให้ไทยเป็นอารยชาติ และอารยชนทางด้านวัฒนธรรม พฤติกรรมและการแต่งกายตามแบบสากล ด้วยการประกาศรัฐนิยม นโยบายสร้างชาติ (ณัฐพล ใจจริง, 2563, 274)

อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลานั้น ชายไทยนิยมนุ่งกางเกงแพรสีฉูดฉาดออกนอกบ้าน ไปเที่ยวเตร่ดูหนังดูละครและไปในวงสังคม การนุ่งกางเกงแพรจีนของชายหนุ่มรุ่นกระทงร่วมสมัยเริ่มทำแผลงขึ้นเพื่อให้สะดุดตาคนพบเห็น โดยเฉพาะเพศตรงข้าม ด้วยการนุ่งกางเกงขึ้นไปกระโจมอก พวกเขาเห็นเป็นเรื่องโก้เก๋ แต่จอมพล ป.เห็นว่า การแต่งกายดังกล่าวไม่มีวัฒนธรรม ท่านจึงสั่งให้หาวิธีให้ประชาชนนุ่งกางเกงแพรเฉพาะอยู่กับบ้าน และให้นุ่งกางเกงอย่างสากลนิยมเวลาออกนอกบ้านแทน

ดังในหัสนิยาย พล นิกร กิมหงวน หลายตอนในช่วงแรกๆ ป.อินทรปาลิตแต่งให้สามเกลอนุ่งกางเกงแพรออกไปเที่ยวนอกบ้านด้วย เช่น นุ่งกางเกงแพรสีฟ้าลายรามสูรล่อแก้ว หัสนิยายได้สะท้อนความนิยมของชายไทยครั้งนั้นด้วย จากนั้น สามเกลอได้แต่งสากลอย่างฝรั่งออกจากบ้านตามสมัยรัฐนิยมต่อไป

วิทยุกรมโฆษณาการกับการเปลี่ยนแฟชั่น

ที่มาของการปฏิวัติการแต่งกาย เริ่มต้นจากภายหลังสงครามอินโดจีน (2483) แล้ว จอมพล ป.มีความคิด “ปฏิวัติ” เครื่องแต่งกายประชาชนใหม่เพื่อแสดงความก้าวหน้าของวัฒนธรรมไทย ในช่วงนั้นเกียรติคุณของจอมพล ป.สูงเด่น สามารถนำการเปลี่ยนแปลงอะไร ประชาชนย่อมคล้อยตามได้อย่างไม่ยากนัก เวลานั้น การแต่งกายสากลนิยมเป็นที่นิยมในหมู่ข้าราชการอยู่แล้ว ส่วนการนุ่งผ้าม่วงกำลังเสื่อมสูญลง เพราะนุ่งยุ่งยากและสิ้นเปลือง อีกทั้งทำงานไม่กระฉับกระเฉง จนเกิดความรู้สึกว่า “ใครนุ่งผ้าม่วงชักจะดัดจริตกรีดนิ้วหยิบโหย่งขึ้นมาทันที” (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 242-244)

จอมพล ป.ต้องการเปลี่ยนการแต่งกายประชาชนใหม่ ไม่ให้นุ่งกางเกงแบบแผลงๆ ออกมาที่สาธารณะ และเขามอบให้เป็นหน้าที่รายการวิทยุ “นายมั่น-นายคง” พระราชธรรมนิเทศ ชี้ชวนว่า กางเกงแพรเป็นการเกงใส่นอน เหมาะที่จะสวมภายในบ้าน แต่ไม่เหมาะสมที่จะนุ่งมาเดินนอกบ้าน พร้อมแสดงการติเตียนการนุ่งกางเกงแพรอย่างโลดโผนของวัยรุ่นที่ดึงกางเกงขึ้นมากระโจมอกว่า เป็นการอุจาดตาและหมดความเป็นสง่าราศีแก่ชาติบ้านเมือง นานาอารยประเทศอาจดูหมิ่นเอาได้

ทั้งนี้ รายการสนทนาของนายมั่น-นายคงเป็นรายการที่ย่อยข่าวสารและถ่ายทอดนโยบายของรัฐให้ง่ายต่อการเข้าใจ ที่เริ่มต้นจากรายการวิทยุในงานเฉลิมฉลองวันชาติ 2482 ในสมัยพระราชธรรมนิเทศ (เพียร ราชธรรมนิเทศ) ทำงานอยู่ที่กรมโฆษณาการ เขาได้ริเริ่มรายการสนทนาทางวิทยุ “นายมั่น-นายคง” ขึ้น โดยสมมุตินามให้สังข์ พัธโนทัย (2558-2529) เป็น “นายมั่น รักชาติ” และนายคงศักดิ์ คำศิริ (2442-2510) เป็น “นายคง รักไทย” จัดรายการสนทนาข่าวสารบ้านเมือง

รายการนายมั่น-นายคงชักชวนขอให้ประชาชนเลิกนุ่งกางเกงแพรจีนเพื่อสะท้อนว่าไทยหลังชนะสงครามอินโดจีนแล้วเป็นอารยชนแล้ว เมื่อรายการวิทยุชักชวนประชาชนได้ไม่กี่วัน เกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากร้านขายกางเกงแพรและหนังสือพิมพ์บางส่วน มีการตั้งตำถามว่า หากรัฐบาลไม่ส่งเสริมให้นุ่งกางเกงแพรแล้วจะให้คนไทยนุ่งอะไร หนังสือพิมพ์บางฉบับโจมตีนโยบายดังกล่าวและนายมั่น-นายคงอย่างรุนแรง แต่เมื่อจอมพล ป.ไม่เปลี่ยนแปลงคำสั่ง ส่งผลให้นายมั่น-นายคงก็จำต้องเดินหน้าชักชวนต่อไป เกิดปฏิกิริยาไม่พอใจจากประชาชนมีมากขึ้นจนเกิดความวิตกว่าจะเกิดการเดินขบวนกันเลยทีเดียว (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 245)

ในช่วงนั้น ผู้คนยังคงสวมกางเกงแพรออกนอกบ้าน โดยไม่สนในคำคัดค้านใดๆ ฉะนั้น นายมั่น-นายคงจำต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ใหม่ ด้วยเวลานั้น กระแสลัทธิชาตินิยมกำลังรุ่งเรือง ทำให้สังข์เสนอให้ใช้ชาตินิยม ด้วยอ้างว่า ขอให้ชายไทยเลิกการนุ่งกางเกงแพรเพื่อป้องกันมิให้จีนกลืนชาติกลืนวัฒนธรรมไทย เขาอ้างประวัติศาสตร์ว่า ที่ผ่านมา ชาวไทยเคยถูกจีนคุกคามจนไทยต้องถอยร่นลงมาทางใต้ และไทยไม่สามารถปล่อยให้จีนรุกไล่อีกต่อไปได้อีก เพราะขืนถอยร่นต่อไป ก็ต้องตกทะเลเท่านั้น

นับวัน รายวิทยุนายมั่น-นายคงใช้แนวคิดชาตินิยมยิ่งต่อต้านจีนผ่านการนุ่งกางเกงแพรหนักข้อมากขึ้น จนไทยถูกจีนประท้วง แต่ด้วยขณะนั้น ไทยไม่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีน สถานทูตจีนในลอนดอนจึงประท้วงไทยผ่านมาสถานทูตไทยในลอนดอนเลยทีเดียว (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 248-249)

กระนั้นก็ดี ผลของการรณรงค์ต่อต้านจีนได้ผล การนุ่งกางเกงแพรจีนลดน้อยลง จากนั้น วิทยุแนะนำให้คนไทยนุ่ง “กางเกงขาสั้นแบบไทย” ที่ขายาวครึ่งหน้าแข้งก่อน พลันเมื่อวิทยุโฆษณาออกไป ประชาชนเริ่มนุ่งกางเกงขาสั้นออกนอกบ้านหนาตาขึ้น จนมี “ผู้นุ่งกางเกงขาสั้นออกนอกบ้านกันมากดูจะเป็นเมืองกางเกงขาสั้นไปแล้ว” ยกเว้นข้าราชการที่ต้องนุ่งกางเกงขายาวไปทำงาน หนังสือพิมพ์ถึงขั้นลงข่าวว่า มีข้าราชการบำนาญบางคนนุ่งกางเกงขาสั้นไปรับบำนาญด้วยอ้างว่า รายการวิทยุชักชวนให้นุ่งกางเกงขาสั้น ถึงขั้นนี้ ประชาชนทั่วไปเห็นด้วยว่า การนุ่งกางเกงแพรออกนอกบ้านเป็นการไม่สมควรแล้ว

ราว 4 เดือนจากนั้น รายการนายมั่น-นายคงเปิดเผยว่า แท้จริงอยากให้นุ่งกางเกงสากลเพื่อยกฐานะเข้ากับอารยประเทศ ไม่นานจากนั้นกางเกงขาสั้นหายไป กางเกงแพรเหลือน้อยมาก ขณะนั้น นายควงต่อต้านนายมั่น-นายคง ต่อต้านการนุ่งกางเกงขายาวสากลด้วยการนุ่งกางแพรไปตามที่สาธารณะ เช่น ไปชมภาพยนตร์ ต่อจากนั้นอีกไม่กี่เดือนการนุ่งกางเกงแพรก็หายไป เมื่อการรณรงค์การแต่งตัวใหม่ให้ชายไทยผ่านไป 6 เดือน ไม่มีชายคนใดนุ่งกางเกงแพรออกจากบ้านอีกเลย รวมทั้งนายควงยอมจำนนกับการรณรงค์ดังกล่าว ประชาชนเห็นด้วยกับจอมพล ป.หมดจนกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ของชาติ (สังข์ พัธโนทัย, 2499, 249-256)

ดังพบว่า ในพลนิกรกิมหงวน ตอน “สุภาพบุรุษสามเกลอ” ใช้เหตุการณ์ในปี 2485 ที่คณะสามเกลอสนับสนุนนโยบายรัฐนิยมในเรื่องการแต่งกายของรัฐบาล โดยห้างพัชราภรณ์ของพลที่บางรัก และห้างศิวิลัยซ์พาณิชย์ของกิมหงวนที่พาหุรัด และห้างสี่สหายที่ราชดำเนิน ติดแผ่นป้ายประกาศไม่ต้อนรับผู้ที่แต่งกายไม่สุภาพเข้าห้างสรรพสินค้าของพวกเขา ในช่วงนั้น ปรากฏคำขวัญว่า “วัธนธัมดี มีศีลธัมดี มีการแต่งกายเรียบร้อย มีที่พักอาศัยดี มีที่ทำมาหากินดี “(กรมศิลปากร, 2525, 93)

ภายหลังรายการวิทยุนายมั่น-นายคงประสบความสำเร็จในเรื่องการแต่งกายของชายและหญิงแล้ว นายมั่น-นายคงได้เดินหน้าสนองนโยบายของท่านผู้นำ-ผู้ใช้นามแฝงว่า “สามัคคีไทย” เขียนบทความในต้นปี 2485 เรื่อง “มาลานำไทยเป็นมหาอำนาจ” เพื่อเรียกร้องให้คนไทยสวมหมวก แต่วิถีชีวิตของคนไทยในสมัยนั้นไม่นิยมสวมหมวก แต่การออกมาชักชวนของรายการวิทยุที่เป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล ทำให้ประชาชนเห็นคล้อยตามรัฐบาล เริ่มทยอยสวมหมวกกัน เฉกเช่นการสวมเสื้อและนุ่งกางเกงขายาวแบบสากล

ในไม่ช้าผู้ชายในกรุงเทพฯ และตามหัวเมืองต่างสวมหมวกและนุ่งกางเกงขายาวกันทั่วไปจนกลายเป็นกระแสแฟชั่นแห่งยุคสมัย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การปกครองเปลี่ยน-แฟชั่นปรับ : แฟชั่นสมัยคณะราษฎร-สงคราม (4) ชาติไทยแต่งตัวใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...