โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

GENIUS Act ผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ หนุน Stablecoin เข้าใกล้สถานะถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ

ทันหุ้น

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.00 น.

GENIUS Act ผ่านวุฒิสภาสหรัฐฯ หนุน Stablecoin เข้าใกล้สถานะถูกกฎหมายเต็มรูปแบบ

ร่างกฎหมาย Guiding and Establishing National Innovation for US Stablecoins หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า GENIUS Act ได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ด้วยคะแนนเสียง 68 ต่อ 30 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐฯ เข้าใกล้การมีกฎหมายรองรับ Stablecoin อย่างเป็นทางการมากขึ้น

ร่างกฎหมายฉบับนี้ถูกเสนอโดยวุฒิสมาชิกบิล แฮกเกอร์ตี้ จากรัฐเทนเนสซี เมื่อประมาณหกสัปดาห์ก่อน และการผ่านวุฒิสภาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญ หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกคัดค้านจากฝั่งเดโมแครตเนื่องจากกังวลเกี่ยวกับความเชื่อมโยงของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับอุตสาหกรรมคริปโต โดยเฉพาะกรณีของบริษัท World Liberty Financial ที่ออกเหรียญ Stablecoin เป็นของตัวเองในชื่อ USD1 เมื่อเดือนมีนาคม

ก่อนการโหวต วุฒิสมาชิกแฮกเกอร์ตี้กล่าวว่า "ด้วยร่างกฎหมายฉบับนี้ สหรัฐอเมริกาจะเข้าใกล้การเป็นผู้นำโลกด้านคริปโตมากยิ่งขึ้น" พร้อมเสริมว่า หาก GENIUS Act กลายเป็นกฎหมาย ธุรกิจทุกระดับและประชาชนจะสามารถชำระเงินได้แบบทันที โดยไม่ต้องรอเป็นวัน ๆ หรือสัปดาห์อีกต่อไป

หลังจากผ่านวุฒิสภา ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณาใน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งอาจมีการเสนอแก้ไขเพิ่มเติม โดยสภายังคงมีเสียงข้างมากเป็นของพรรครีพับลิกันเพียงเล็กน้อย ทำให้ผลโหวตยังไม่แน่นอน

มีรายงานว่า บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Apple, Google, X (ชื่อเดิม Twitter) และ Airbnb กำลังติดตามร่างกฎหมายนี้อย่างใกล้ชิด เนื่องจากหากผ่าน อาจเปิดทางให้พวกเขาสามารถออกเหรียญ Stablecoin ของตนเองได้ตามกฎหมาย

ทางด้าน เดวิด แซคส์ หัวหน้าทีมคริปโตและ AI ประจำฝ่ายของทรัมป์ ได้แสดงจุดยืนเมื่อเดือนพฤษภาคมว่าอดีตประธานาธิบดีจะให้การสนับสนุนกฎหมายนี้ หากถูกผลักดันโดยสภาคองเกรสที่ควบคุมโดยพรรครีพับลิกัน

รัฐมนตรีคลัง สก็อตต์ เบสเซนต์ โพสต์บน X ว่า “มีการคาดการณ์ว่า Stablecoin อาจมีมูลค่าตลาดรวมแตะ 3.7 ล้านล้านดอลลาร์ภายในสิ้นทศวรรษ และโอกาสนั้นจะมีความเป็นไปได้มากขึ้น หาก GENIUS Act ผ่านการอนุมัติ”

ในอีกด้านหนึ่ง สภาผู้แทนฯ กำลังพิจารณาร่างกฎหมายอีกฉบับที่ชื่อ CLARITY Actซึ่งมีเป้าหมายเพื่อวางโครงสร้างตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างชัดเจน โดยแม้ว่าจะผ่านคณะกรรมาธิการสองชุดแล้ว แต่ยังเผชิญแรงต้านจากเดโมแครตบางส่วนเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม มีเสียงวิจารณ์จากกลุ่มองค์กรผู้บริโภค โดย บาร์ตเลตต์ เนย์เลอร์ตัวแทนจากกลุ่ม Public Citizen ระบุว่า “ในการผลักดันร่างกฎหมายนี้ สภาได้ละเลยที่จะตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อนของทรัมป์ในวงการคริปโตอย่างจริงจัง นี่คือการเปิดทางให้สิ่งที่เปรียบเสมือนกลโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ประธานาธิบดี ถูกมองว่าเป็นเรื่องถูกต้องตามกฎหมาย”

อ้างอิง : cointelegraph.com

ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/us-senate-passes-genius-act-stablecoins

Bitcoin ร่วงก่อน FOMC เคาะดอกเบี้ย! เทรดเดอร์แห่ลดความเสี่ยง

ราคา Bitcoin ร่วงลงแตะระดับ $103,300 หลังนักเทรดเริ่มลดความเสี่ยงก่อนการประชุมของคณะกรรมการ FOMC (Federal Open Market Committee) ของสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศผลการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยในวันพุธนี้ตามเวลาไทย

การปรับฐานของราคาครั้งนี้เกิดขึ้นหลังแท่งเทียนรายสัปดาห์ปิดในโซนขาลง บ่งชี้ว่าแนวโน้มอาจกลับตัว ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ยิ่งกระตุ้นให้นักลงทุนหันไปทางแนวระมัดระวังมากขึ้น

ปัจจัยกดดัน: ทั้งมหภาคและในเครือข่ายบล็อกเชน

Bitcoin Vector บริษัทวิเคราะห์ตลาดที่ได้รับการสนับสนุนโดย Swissblock ระบุว่าการลดลงของราคาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ผลจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกเท่านั้น แต่ยังเกิดจากการชะลอตัวของกิจกรรมบนเครือข่ายบล็อกเชน และความต้องการซื้อในตลาดสปอตที่ลดลงด้วย โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีการล้างพอร์ตในตลาด Futures มูลค่ากว่า $434 ล้าน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความเคลื่อนไหวครั้งนี้มาจากการใช้อัตราทด (leverage) สูงเป็นหลัก

แม้จะมีแรงขาย แต่ดัชนี Coinbase Premium Index — ที่วัดความต่างระหว่างราคา Bitcoin ใน Coinbase กับ Binance — ยังคงอยู่ในแดนบวกตลอดเดือนมิถุนายน แสดงถึงความต้องการซื้อจากฝั่งนักลงทุนสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง

ผู้ถือระยะกลางเทขายกำไรครั้งใหญ่

ข้อมูลจาก Glassnode เผยว่า นักลงทุนที่ถือ Bitcoin ระยะกลาง (6–12 เดือน) ได้เทขายทำกำไรกว่า $904 ล้านในวันจันทร์ที่ผ่านมา คิดเป็น 83% ของกำไรที่เกิดขึ้นทั้งหมดในวันนั้น ซึ่งแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในตลาด จากเดิมที่กลุ่มผู้ถือระยะยาว (เกิน 12 เดือน) เป็นกลุ่มหลักที่ขาย

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนระยะยาวยังไม่แสดงสัญญาณการขายออกจำนวนมาก ซึ่งโดยทั่วไปถือว่าเป็นสัญญาณเชิงบวกในตลาดบิทคอยน์

ค่า MVRV Z-score ที่ยังอยู่ในระดับดี บ่งชี้ว่า Bitcoin ยังไม่ถูกประเมินมูลค่าสูงเกินจริง และค่าดัชนี Coin Days Destroyed (CDD) ที่บวก ก็สนับสนุนแนวคิดว่าแรงขายครั้งนี้ยังไม่ใช่การ panic sell แต่เป็นการขายทำกำไรอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งในอดีตก็เคยเกิดปรากฏการณ์คล้ายกันและตามมาด้วยการพุ่งขึ้น 18–25% ภายใน 6–8 สัปดาห์ ซึ่งอาจส่งผลให้ BTC ทะลุ $130,000 ได้ภายในสิ้นไตรมาสที่ 2

แนวรับสำคัญอยู่ที่ $102,000 – จุดฟื้นหรือร่วงต่อ?

มุมมองทางเทคนิคบ่งชี้ว่าราคา BTC อาจกำลังเข้าสู่จุดต่ำสุดชั่วคราวบริเวณ $102,000 ถึง $104,000 ซึ่งเป็นจุดที่มีสภาพคล่องสูง และตรงกับแนวรับทางเทคนิคในอดีต

อีกหนึ่งปัจจัยที่น่าจับตาคือ Bollinger Bands ที่เริ่มบีบตัว แสดงถึงการเตรียมเกิดความผันผวนในระดับสูง โดยแนวต้านที่ต้องจับตาคือ $106,748 หากทะลุและปิดเหนือระดับนี้ได้ ก็มีโอกาสพุ่งกลับไปแตะ $112,000 ได้

ในทางกลับกัน หากราคาร่วงทะลุแนวรับจิตวิทยาที่ $100,000 อย่างชัดเจน โครงสร้างขาขึ้นอาจพัง และราคามีโอกาสไหลลงไปที่ $98,000

ข้อมูลจาก Alphractal ชี้ว่าแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาอยู่ที่ $98,300 ซึ่งเป็นระดับที่ผู้ถือระยะสั้น (Short-Term Holders – STH) ยังคงมีกำไรอยู่ หากระดับนี้พังลง ตลาดอาจเข้าสู่ภาวะขาลงที่ลึกขึ้นได้

“ตราบใดที่ราคายังอยู่เหนือ STH Realized Price ตลาดยังถือว่าเป็นขาขึ้น แต่ถ้า BTC หลุด $98K อย่างรุนแรง โอกาสร่วงต่อก็มีสูง” – Alphractal

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/25-bitcoin-price-rally-set-to-follow-today-s-correction-if-history-repeats

Coinbase เดินหน้าขออนุมัติเทรด "หุ้นโทเคน" ในสหรัฐฯ หวังชิงพื้นที่การลงทุนยุคใหม่

แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตชื่อดังอย่าง Coinbase กำลังเดินหน้าเพื่อขอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลของสหรัฐฯ โดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (SEC) เพื่อให้สามารถเปิดบริการ เทรดหุ้นในรูปแบบโทเคน (Tokenized Equities) ได้สำหรับผู้ใช้งานในสหรัฐฯ

ข้อมูลจากรายงานของ Reuters เมื่อวันอังคาร ระบุว่า Paul Grewal ประธานฝ่ายกฎหมายของ Coinbase กล่าวว่า

“เรื่องนี้คือหนึ่งในภารกิจสำคัญอันดับต้น ๆ ของเรา”

ปัจจุบัน การเทรดหุ้นโทเคนในสหรัฐฯ ยังไม่สามารถทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่มีบริษัทคริปโตบางแห่ง เช่น Kraken ที่ได้เริ่มให้บริการนี้ในต่างประเทศแล้ว สำหรับลูกค้าที่ไม่ใช่พลเมืองสหรัฐฯ

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?

  • หุ้นโทเคนจะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายหุ้นผ่านบล็อกเชนได้แบบ 24/7
  • ลดต้นทุนการทำธุรกรรม เพิ่มความโปร่งใส และเปิดโอกาสให้ผู้คนทั่วโลกเข้าถึงการลงทุนในหุ้นแบบดั้งเดิมได้ง่ายขึ้น

บรรยากาศเปลี่ยนไปหลังยุค Trump

ตั้งแต่ฝ่ายบริหารของ โดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาในต้นปีนี้ สถานการณ์ของบริษัทคริปโตในสหรัฐฯ เริ่มผ่อนคลายลง โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา SEC ได้ถอนคดีที่เคยฟ้อง Coinbase ไว้เมื่อปี 2023

หาก SEC อนุมัติแผนการของ Coinbase ก็อาจออก "จดหมายไม่ดำเนินคดี (No-action letter)" ซึ่งเป็นสัญญาณว่า SEC จะไม่ดำเนินการทางกฎหมายต่อบริษัทในเรื่องนี้

Coinbase กับภาพลักษณ์ระดับโลก

ขณะเดียวกัน Coinbase ยังเตรียมจะขอ ใบอนุญาตดำเนินธุรกิจภายใต้กฎ MiCA ในสหภาพยุโรป (Markets in Crypto-Assets Regulation)

อย่างไรก็ตาม ชื่อของ Coinbase ก็ยังมีข่าวด้านลบอยู่บ้าง เช่นกรณีที่มีรายงานว่าพนักงานฝ่ายสนับสนุนของบริษัทบางคนในต่างประเทศอาจถูกแฮกเกอร์ติดสินบนเพื่อเข้าถึงข้อมูลลูกค้า ส่งผลให้เกิดการโจมตีแบบฟิชชิง (Phishing) หลายครั้ง

ราคาหุ้น Coinbase ยังแกว่งตัว

หุ้นของ Coinbase (COIN) ถูกซื้อขายอยู่ที่ $252.20 ในขณะเผยแพร่ข่าว โดยราคาลดลงประมาณ 3.6% ภายใน 24 ชั่วโมง และเพิ่งจะถูกบรรจุเข้าสู่ดัชนี S&P 500 ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ถือเป็นบริษัทคริปโตแห่งแรกที่ได้เข้าร่วมดัชนีนี้

อ้างอิง : cointelegraph.com
ที่มา https://www.bitcoinaddict.com/news/coinbase-sec-approval-tokenized-equities

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้

Facebook คลิก [https://www.facebook.com/thunhoonnews

](https://www.facebook.com/thunhoonnews)Youtube คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...