โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สลด ชายจีนตายเพราะโดน “ปูหนีบ” หมอเผยต้นเหตุมาจากแบคทีเรียชนิดนี้

Thaiger

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 13.00 น. • Thaiger ข่าวไทย

ชายชาวจีนในเมืองเหวินโจว ต้องเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าหลังจากที่โดน “ปูหนีบ” แต่หมอเผยว่าสาเหตุที่แท้จริงเป็นเพราะติดเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้

ตามรายงานของสำนักข่าว The Paper เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อคุณลุงกำลังเตรียมปูเขียวอยู่ที่บ้าน เขาบังเอิญถูกก้ามปูหนีบที่มือซ้าย ทำให้เกิดบาดแผลเล็กๆ ซึ่งในตอนแรกเขาคิดว่าไม่เป็นอันตราย จึงใช้ผ้าพันแผลธรรมดาปิดไว้และดำเนินชีวิตตามปกติ

แต่ภายใน 23 ชั่วโมง แขนของเขาก็เริ่มบวมแดง มีหนองไหลออกจากบาดแผล และมีไข้ขึ้น ครอบครัวรีบนำตัวเขาส่งโรงพยาบาล โดยแพทย์ระบุว่าผู้ร้ายที่แท้จริงคือ Vibrio Vulnificus แบคทีเรียที่ขึ้นชื่อว่าก่อให้เกิดภาวะเนื้อตายจากเชื้อแบคทีเรียกินเนื้อ (Necrotising Fasciitis) ซึ่งเป็นภาวะติดเชื้อที่ทำลายเนื้อเยื่ออ่อนของร่างกาย

อาการของคุณลุงทรุดลงภายในหนึ่งชั่วโมงหลังจากเข้ารับการรักษา เขาเกิดภาวะเนื้อตายในเนื้อเยื่อผิวหนัง ผิวหนังดำคล้ำและมีหนองไหลออกมา และเข้าสู่ภาวะช็อกจากการติดเชื้อในกระแสเลือดภายใน 24 ชั่วโมง

แม้จะได้รับการผ่าตัดฉุกเฉิน ทำความสะอาดบาดแผลหลายครั้ง และสุดท้ายต้องตัดแขนซ้ายทิ้ง แต่ก็ไม่สามารถควบคุมการติดเชื้อได้ เขาเสียชีวิตในวันที่เก้าหลังจากได้รับบาดเจ็บครั้งแรก

แบคทีเรีย Vibrio vulnificus อาศัยอยู่ในน้ำทะเล โคลน และอาหารทะเล โดยเฉพาะหอยนางรมและปู มันสามารถแพร่เข้าสู่คนได้ผ่านบาดแผล หรือจากการรับประทานอาหารทะเลดิบหรือไม่สุก

ตามข้อมูลของ Cleveland Clinic อัตราการเสียชีวิตจากแบคทีเรียชนิดนี้สูงกว่า 50% หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน และหลังจาก 72 ชั่วโมง โอกาสรอดชีวิตจะลดลงอย่างมาก แพทย์กล่าวว่าแบคทีเรียนี้ส่วนใหญ่คุกคามผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน โรคไต หรือโรคตับ

แพทย์แนะนำให้ปฏิบัติตามคำแนะนำต่อไปนี้เมื่อต้องจัดการกับอาหารทะเล ดังนี้

  • สวมถุงมือ เมื่อเตรียมอาหารทะเล
  • ฆ่าเชื้อบาดแผลทันที ด้วยไอโอดีนหรือแอลกอฮอล์
  • รีบไปพบแพทย์ทันที หากสังเกตเห็นอาการแดง บวม มีไข้ หรือมีหนองไหล เพราะชั่วโมงแรกนั้นสำคัญมาก

อ้างอิง : mustsharenews.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...