โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไวรัลโลกออนไลน์จีน เมื่อเกมถูกมองเป็นภาพสะท้อนสังคม สู่การตั้งคำถามถึงความเท่าเทียมทางเพศ

TODAY

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 03.21 น. • workpointTODAY

ใครจะเชื่อว่าเกมที่ถูกสร้างมาเพื่อความบันเทิง จะกลายเป็นชนวนถกเถียงเรื่องเพศครั้งใหญ่ในสังคมจีน แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับ ‘Revenge on Gold Diggers’ เกมจีบสาวน้องใหม่บน Steam ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อกลางเดือน มิ.ย. และสามารถไต่ขึ้นสู่อันดับหนึ่งของเกมขายดีในจีนภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

กระแสตอบรับที่ร้อนแรงกลับมาพร้อมแรงตีกลับที่ไม่เบา เมื่อผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและนักวิจารณ์จำนวนมากตั้งคำถามว่า นี่คือเกมที่ต้องการส่งสารเตือนภัย ‘รักลวงหลอก’ บนโลกออนไลน์? หรือเป็นเพียงการผลิตซ้ำภาพเหมารวมที่ลดทอนคุณค่าของผู้หญิงภายใต้ฉากหน้าของความบันเทิง?

TODAY ชวนสำรวจปรากฏการณ์ที่กำลังเขย่าขอบเขตของ เกมอินเตอร์แอคทีฟ ในวันที่เส้นแบ่งระหว่าง ‘การสะท้อนสังคม’ กับ ‘การสร้างอคติ’ เริ่มเลือนราง พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า ‘Revenge on Gold Diggers’ สะท้อนอะไรเกี่ยวกับจีนในวันที่ ‘ความรัก ความรวย และความอยู่รอด’ ถูกผูกโยงเข้าหากันอย่างแนบแน่น

จนแม้แต่ชื่อเกมเพียงชื่อเดียว ก็สามารถจุดไฟความขัดแย้งทางเพศและเศรษฐกิจให้ลุกลามได้ในชั่วข้ามคืน

เมื่อ ‘ชื่อเกม’ ถูกมองเป็นกระจกสะท้อนอคติทางเพศ

เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเกม Revenge on Gold Diggers ปรากฏขึ้นมาบน Steam เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. เกมอินเตอร์แอคทีฟจากจีนเกมนี้ก็กลายเป็นไวรัล พร้อมจุดชนวนกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างร้อนแรงในโลกออนไลน์

โดยเฉพาะประเด็นเรื่องชื่อเกม ซึ่งไปพ้องกับคำภาษาจีนว่า ‘捞女’ ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า ‘หญิงล่าทรัพย์’ หรือ ‘ผู้หญิงที่แสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินจากผู้ชาย’ เป็นคำเปรียบเปรยเชิงลบที่มักถูกใช้ดูแคลนผู้หญิงที่แต่งตัวดี ใช้ชีวิตหรูหรา หรือแสดงออกว่าต้องการความมั่นคงจากความสัมพันธ์ คบกับผู้ชายเพื่อเงิน

ในมุมมองของนักวิจารณ์จำนวนมาก การเลือกใช้คำนี้ในชื่อเกมไม่ได้ถูกมองว่าเป็นเพียงการ ‘เล่นคำ’ เพื่อความสนุก แต่เป็นการผลิตซ้ำอคติทางเพศ ที่ตอกย้ำภาพเหมารวมของผู้หญิงว่าเป็น ‘ฝ่ายล่า’ ทั้งที่ขาดการพิจารณาบริบทชีวิตหรือปัจเจกความจริงของแต่ละคนอย่างถี่ถ้วน

กระแสความไม่พอใจขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนไม่กี่ชั่วโมงหลังเกมเปิดตัว บัญชีทางการของผู้พัฒนาในแพลตฟอร์มวิดีโอจีนอย่าง Bilibili และ Douyin ได้ถูกระงับ ในขณะที่บัญชีของ ผู้กำกับเกมชาวฮ่องกง ‘มาร์ก หวู่’ ก็ถูกแบนจากโซเชียลมีเดียหลายช่องทาง โดยไร้คำชี้แจงจากทางการ

ท่ามกลางแรงกดดัน ทีมพัฒนาตัดสินใจเปลี่ยนชื่อเกมใหม่เป็น ‘Emotional Fraud Simulator’ หรือ ‘เกมจำลองการหลอกลวงทางอารมณ์’ พร้อมถอดฟีเจอร์ให้ผู้เล่นแชร์ประสบการณ์ชีวิตจริงออกจากตัวเกม เพื่อหลีกเลี่ยงดราม่าระลอกใหม่ แม้จะยืนยันว่าเนื้อหาหลักในเกมยังคงเดิมทุกประการ

แต่ถึงชื่อเกมจะเปลี่ยนไป เสียงวิจารณ์ที่ถูกจุดประกายขึ้นมากลับยังคงดังสะท้อนอยู่ไม่เสื่อมคลาย

ผู้เล่นสวมบท ‘ชายหนุ่ม’ ล้างแค้นหญิงล่าทรัพย์

Revenge on Gold Diggers หรือชื่อใหม่ Emotional Fraud Simulator เป็นเกมอินเตอร์แอคทีฟแนวโรแมนติก ที่ให้ผู้เล่นรับบทเป็นชายหนุ่ม ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับหญิงสาว 5 คน ผ่านการเลือกตอบบทสนทนาและตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ โดยทุกตัวเลือกจะส่งผลต่อทิศทางของเรื่องราว และนำไปสู่ตอนจบที่แตกต่างกันถึง 38 แบบ

หญิงสาวแต่ละคนในเกมมีบุคลิกและบทบาทต่างกัน ตั้งแต่สาวไลฟ์สตรีมเมอร์ ผู้ประกอบการ ไปจนถึงบาริสต้าในร้านกาแฟ แต่สิ่งที่พวกเธอมีเหมือนกันคือภาพลักษณ์ของการ ‘ล่อลวงชายหนุ่ม’ เพื่อหวังผลประโยชน์ ทั้งเงินทองและของขวัญมีค่า

หนึ่งในประโยคที่กลายเป็นไวรัลอย่างร้อนแรง มาจากตัวละครหญิงที่กล่าวว่า “เขาเชื่องยิ่งกว่าสุนัข… ขอแค่เจอพวกทึ่มแบบนี้อีกสักคนก็พอ” คำพูดนี้เองที่จุดไฟให้กับการวิพากษ์วิจารณ์เกมอย่างหนักบนโลกออนไลน์

โครงเรื่องของเกมถูกออกแบบให้ผู้เล่นได้สัมผัสประสบการณ์ของการ ‘ล้างแค้นหญิงล่าทรัพย์’ โดยต้องใช้การวางแผนและตัดสินใจเพื่อรับมือกับกลยุทธ์ของตัวละครหญิง ภายในเกมประกอบด้วยฉากวิดีโอความยาวรวมกว่า 8 ชั่วโมง พร้อมระบบตัวเลือกกว่า 200 จุด ซึ่งช่วยเพิ่มความลุ่มลึกและหลากหลายให้กับเนื้อเรื่อง

นอกจากนี้ เกมยังมาพร้อม ‘คลังความรู้เกี่ยวกับกลวิธีหลอกลวงทางอารมณ์’ (Love Scam Knowledge Archive) ซึ่งรวบรวมเทคนิคและกลเม็ดต่าง ๆ ที่ใช้ในการต้มตุ๋นความสัมพันธ์ เพื่อช่วยให้ผู้เล่นตระหนักรู้และป้องกันตัวจากภัยรักออนไลน์ได้ดีขึ้น

เมื่อเกมสะท้อนความเปราะบางของคนรุ่นใหม่

แม้ทีมพัฒนาเกมจะอธิบายว่า Emotional Fraud Simulator มีเป้าหมายเพื่อสร้าง ‘บทสนทนาแบบเปิด’ ว่าด้วยขอบเขตของความสัมพันธ์ยุคใหม่และการตระหนักรู้ต่อ ‘กลโกงทางอารมณ์’

แต่สำหรับนักวิจารณ์จำนวนมาก เกมนี้กลับสะท้อนชุดความเชื่อที่กดทับผู้หญิง และตอกย้ำภาพลักษณ์ของ ‘หญิงล่าทรัพย์’ อย่างไม่มีพื้นที่ให้ความซับซ้อนของชีวิตจริง

กระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้เกิดขึ้นในสุญญากาศ แต่แวดล้อมด้วยบริบททางเศรษฐกิจและสังคมจีนที่กำลังเปราะบางอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่

ในขณะที่เศรษฐกิจชะลอตัว อัตราว่างงานพุ่งสูง และราคาบ้านในเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้พุ่งเกินเอื้อม ‘การแต่งงาน’ ถูกมองโดยบางคนว่าเป็นทางรอดสุดท้ายทางการเงิน มีรายงานว่า ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มเข้าสู่ ‘วิวาห์ปลดหนี้’ หรือที่ในโลกออนไลน์จีนเรียกว่า ‘ภรรยาล้างหนี้’ (Debt-clearing wives) ซึ่งใช้กับกลุ่มผู้หญิงที่แต่งงานกับชายที่มั่งคั่ง เพื่อหลุดพ้นจากหนี้สินมหาศาลที่สะสมจากการบริโภค ถึงขั้นที่บางคนแสดงเจตนาชัดว่า “ต้องการผู้ชายที่มีบ้าน มีรถ และพร้อมโอนให้หลังแต่งงาน”

ขณะเดียวกัน กรณีหลอกแต่งงานเพื่อฮุบทรัพย์สินก็กลายเป็นข่าวบ่อยครั้ง ผู้ชายหลายคนโพสต์เตือนภัยหลังถูกภรรยาใหม่หย่ากะทันหันและเรียกร้องแบ่งบ้านที่ซื้อด้วยกันเพียงไม่กี่เดือนก่อน

สถานการณ์เช่นนี้ไม่เพียงทำให้ผู้ชายบางกลุ่มเกิดความไม่ไว้วางใจ แต่ยังนำไปสู่การเหมารวม หรือกล่าวหาผู้หญิงทุกคนว่าอาจแฝงเจตนาซ่อนเร้นในความรัก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเกมที่จำลองสถานการณ์ ‘หลอกแล้วล้างแค้น’ อย่าง Emotional Fraud Simulator ถึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในจีน ทั้งที่เต็มไปด้วยข้อถกเถียง

สะท้อนความจริง หรือสร้างอคติในสังคมจีน?

Emotional Fraud Simulator อาจดูเหมือนเกมจีบสาวธรรมดา แต่ในความเป็นจริง มันได้กลายเป็นเวทีสะท้อนรอยร้าวลึกในสังคมจีนร่วมสมัย ตั้งแต่ปัญหาเศรษฐกิจที่ผลักดันให้ผู้คนต้องมองความสัมพันธ์เป็นทางรอด ไปจนถึงทัศนคติที่ยังคงตีกรอบผู้หญิงด้วยภาพเหมารวมซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เสียงสนับสนุนมองว่าเกมนี้คือการเตือนภัยยุคดิจิทัล แต่เสียงวิจารณ์ก็ตั้งคำถามว่า ภายใต้ฉากรักและเส้นเรื่องซับซ้อน มันอาจกำลังตอกลึกความไม่เท่าเทียมและความหวาดระแวงระหว่างเพศ โดยไม่เปิดพื้นที่ให้เข้าใจความหลากหลายของแรงจูงใจและบริบทชีวิตจริง

ในยุคที่เกมไม่ได้เป็นแค่ความบันเทิง แต่กลายเป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อความคิดและทัศนคติ การตั้งคำถามว่า “เกมกำลังสะท้อนมุมมองแบบไหนต่อโลกและสังคม” จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การถามว่า “เกมนี้สนุกหรือไม่” เพราะสิ่งที่เราเลือกเล่น อาจกำลังกำหนดวิธีที่เรามองคนอื่น และมองตัวเราเองโดยไม่รู้ตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...