โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

‘อิ๊งค์’ ประกาศยกระดับ ‘5 ซอฟต์พาวเวอร์ไทย’ เชื่อมโลก

เดลินิวส์

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 17.42 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 10.29 น. • เดลินิวส์
ดันส่งออกอัญมณี 1 ล้านล้านบาทใน 5 ปี สร้างมาตรฐานอาหารไทย

เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ที่ Exhibition Hall 4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการประชุมนานาชาติด้านซอฟต์พาวเวอร์ (SPLASH - Soft Power Forum 2025) พร้อมทั้งกล่าวเปิดงาน ว่า ทุกวันนี้เราทุกคนกำลังอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อน มากกว่าทุกยุคที่ผ่านมา เรากำลังเผชิญโลกที่เปราะบาง น่าวิตกกังวล เข้าใจยาก และไม่ตรงไปตรงมา เชื่อว่าในโลกยุคใหม่ การเข้าใจบริบทของความเปลี่ยนแปลง คือจุดเริ่มต้นของทุกการเดินหน้า สิ่งที่เราต้องการ ไม่ใช่แค่ความรู้หรือแผนงาน แต่คือความยืดหยุ่น ความเข้าใจมนุษย์ และความกล้า ที่จะเปลี่ยนความเปราะบาง ให้กลายเป็นพลังในการออกแบบอนาคตใหม่ สิ่งที่เราเคยฝากความหวังไว้ เช่น การเป็น ดีทรอยต์แห่งเอเชีย ศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือ ครัวของโลก ที่เน้นส่งออกพืชผลและวัตถุดิบทางการเกษตร มาถึงวันนี้ ความหวังดังกล่าวกำลังเผชิญข้อจำกัดมากขึ้น ทั้งจากสงครามการค้า เทคโนโลยีที่เปลี่ยนไว ความผันผวนของตลาดโลก และความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม ประเทศไทยกำลังยืนอยู่บนทางแยกแห่งอนาคต รัฐบาลไทยกำลังลงทุนในโครงสร้างใหม่ ๆ เช่น อุตสาหกรรมดิจิทัล และการเป็นศูนย์กลางการขนส่งของภูมิภาค ซึ่งล้วนเป็นรากฐานของเศรษฐกิจอนาคต ที่ใช้เวลาและการลงทุนมหาศาล

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อไปว่า อีกหนึ่งเส้นทางสำคัญ ที่เราให้ความสำคัญ คือวัฒนธรรมสร้างสรรค์ที่สร้างซอฟต์พาวเวอร์ ผู้คนทั่วโลกไม่ได้ซื้อแค่สินค้าและบริการ แต่ซื้อประสบการณ์ที่สะท้อนอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และรากของภูมิปัญญา ตลาดโลกกำลังเปิดรับซอฟต์พาวเวอร์ ที่มีรากจากท้องถิ่น และมีคุณค่าแบบสากล สะท้อนความยั่งยืน มีความคิดสร้างสรรค์ และเป็นของจริงเท่านั้น เชื่อว่าวัฒนธรรมไทยของเรามีครบถ้วนทุกองค์ประกอบที่จะทำให้ต่างชาติหลงรัก ไม่ได้เป็นเพียงแค่ความภาคภูมิใจทางวัฒนธรรม แต่กำลังกลายเป็นเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ เป็นโอกาสใหม่กับพี่น้องคนไทย ที่สร้างรายได้มหาศาลจากความเป็นตัวของเราเอง ปีที่ผ่านมา นโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ได้เดินหน้าอย่างมีทิศทางและเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในสองด้านสำคัญ คือ การบูรณาการทุกภาคส่วนให้ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาสังคมให้มีเป้าหมายเดียวกัน หลายหน่วยงานสามารถทำงานร่วมกันได้ มีการบูรณาการงบประมาณเพื่อใช้ตรงจุด ไม่ซ้ำซ้อน และกำหนดบทบาทของแต่ละฝ่ายชัดเจนมากขึ้น สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราทำสำเร็จ และการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐให้เป็นผู้สนับสนุน เปิดทางให้เอกชนที่เข้าใจอุตสาหกรรมของตัวเอง ได้เป็นผู้นำในการขับเคลื่อน วันนี้ เอกชนนำ รัฐสนับสนุน เป็นแนวคิดสำคัญที่ทำให้นโยบายซอฟต์พาวเวอร์เดินหน้า เมื่อรากฐานเริ่มมั่นคง

นายกรัฐมนตรี และ รมว.วธ. กล่าวอีกว่า ขั้นต่อไปของเราคือการยกระดับ จากจุดเริ่มต้นที่เน้นภายในประเทศ สู่การเชื่อมกับโลกให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายใหญ่ดังนี้ เริ่มต้นจาก 1.อาหารไทย จุดแข็งที่ทั้งโลกหลงรัก ไม่ได้แค่จะขายรสชาติ แต่จะขายประสบการณ์ของความเป็นไทย เราจะยกระดับอาหารไทยให้เป็นแบรนด์ระดับโลกและเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง ด้วยโมเดลร้าน "Thai Cuisina" (ไทยคูซิน่า)  ซึ่งครอบคลุมถึงขั้นตอนสุดท้ายหรือ Last mile ของ supply chain อาหารไทย คือ เราจะรวมร้านอาหารไทย 4 ภาค และซูเปอร์มาร์เก็ตขายผลิตภัณฑ์อาหารไทยสำเร็จรูปที่มีคุณภาพไว้ในที่เดียวกัน รวมทั้งยังจะเป็นศูนย์ค้าส่งกระจายผลิตภัณฑ์อาหารไทยในต่างประเทศอีกด้วย เราวางแผนว่าจะให้มีร้าน Thai Cuisina ไปอยู่ตามเมืองใหญ่ทั่วโลก พร้อมกันนี้ จะต้องยกระดับการท่องเที่ยวในการต้อนรับนักเดินทางสายกิน ด้วยประสบการณ์แบบ Thai Culinary Tourism อย่างจริงจัง ทั้งคลาสเรียนทำอาหาร ทัวร์แหล่งวัตถุดิบท้องถิ่นควบคู่ไปกับการสร้างมาตรฐาน “Thai Select” ให้เทียบเคียงได้กับ รางวัลทางอาหารอื่นๆ เช่น Michelin Star การันตี รสชาติอาหารที่เป็นไทย และใช้วัตถุดิบไทย

น.ส.แพทองธาร กล่าวด้วยว่า 2.มวยไทย จะไม่ใช่แค่กีฬาอีกต่อไป แต่มวยไทยจะกลายเป็นไลฟ์สไตล์ใหม่ของชาวโลก เราจะสร้าง Muay Thai Bootcamp ให้เป็นเทรนด์ใหม่ที่ใครก็อยากทำ ได้ทั้งความฟิตสุขภาพดี และได้ Detox พบกับความสงบ ออกมาจากโลกที่วุ่นวาย รวมทั้งพัฒนาลีกอาชีพให้แข็งแรง มีการแข่งขันที่มีคุณภาพ ดูสนุก และยกระดับมาตรฐานมวยไทยในทุกมิติ 3.Thai Wellness คือโอกาสใหม่ในยุคที่คนทั่วโลกแสวงหาความสมดุล เราจะผสานนวดไทย สมุนไพร อาหารสุขภาพ และสมาธิ ให้กลายเป็นประสบการณ์แบบองค์รวม สร้าง Thai Retreat Chain ให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่การบำบัดร่างกายและจิตใจ สร้างมาตรฐานสปา และ therapist แบบไทย พร้อมยกระดับสมุนไพรไทยและนวดไทยที่รองรับด้วยการวิจัยทางการแพทย์ พร้อมสำหรับการทำเป็นสินค้าส่งออกและส่งเสริมร้านนวดไทยเพื่อสุขภาพแบบมืออาชีพไปทั่วโลก 4.ภาพยนตร์ไทย เราจะสนับสนุนคนทำหนังไทยให้กล้าฝันและกล้าสร้าง ผ่านพื้นที่ทดลองอย่าง writer’s room และ creative lab ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีเพื่อสร้างหนังไทยที่มีเอกลักษณ์ ให้ต่างชาติเข้าใจความบันเทิงแบบไทย สนับสนุนภาพยนตร์ไทยด้วยสิทธิประโยชน์คืนเงิน หรือ Cash Rebate ที่น่าจะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ เช่นเดียวกับที่เราให้กองถ่ายภาพยนตร์ต่างประเทศ พร้อมดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศผ่านกองทุน co-production และจะจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ Bangkok International Film Festival ให้เป็นเทศกาลภาพยนตร์สำคัญของโลก 5.อัญมณี เป็นอุตสาหกรรมส่งออกอันดับต้นๆ ของเรา ซึ่งเกิดจากทักษะสร้างสรรค์ของคนไทย เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มียอดส่งออกประมาณ 50,000 ล้านบาท ปีที่แล้วเราส่งออกไปกว่า 500,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 เท่า และเพียง 5 เดือนแรกของปีนี้ส่งออกไปแล้ว 380,000 ล้าน มีคนในอุตสาหกรรมนี้ถึง 1 ล้านคน ดังนั้น เราจะฝึกอบรมนักออกแบบ ช่างเจียรนัยเพชร ช่างทอง ช่างเงิน จำนวนมาก และยกระดับจากช่างให้เป็นศิลปิน มีค่าตอบแทนสูง เพื่อเป็นหลักให้ครอบครัว และเราจะใช้มาตรการต่างๆ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมนี้ เพื่อเพิ่มมูลค่าส่งออกอัญมณีให้ถึง 1 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี

น.ส.แพทองธาร กล่าวอีกว่า ปีนี้เป็น ปีที่ 2 ของ Splash Soft Power Forum งานนี้ไม่ใช่แค่เวทีจัดแสดงศักยภาพของอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทย แต่คือพื้นที่แห่งความหวัง ความร่วมมือ และความสร้างสรรค์ร่วมกันของคนไทย เรามีหน่วยงานภาครัฐ ศิลปิน นักออกแบบ นักเล่าเรื่อง เชฟ นักแสดง นักกีฬา นักเขียน ช่างฝีมือ ผู้ประกอบการ ที่ร่วมกันทำให้งานนี้เกิดขึ้น เราจะได้มองเห็นอนาคตของอุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ไทยในหลายรูปแบบ ได้แลกเปลี่ยนกับนักสร้างสรรค์จากทั่วโลก ได้ร่วมฟังวิสัยทัศน์จากผู้นำในอุตสาหกรรม ซึ่งจะจุดประกายไอเดียใหม่ๆ ที่เปลี่ยนอนาคตของประเทศไทยไปตลอดกาล

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...