คัด 3 กองทุนเด็ด Thai ESGX ลดหย่อนภาษีพิเศษ
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 พ.ค. 2568 เวลา 02.03 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2568 เวลา 01.56 น. • The Bangkok Insightคัด 3 กองทุนเด็ด Thai ESGX ลดหย่อนภาษีพิเศษ หุ้นยั่งยืน 2568
กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ หรือ Thai ESGX เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่ล่าสุดสำหรับปี 2568 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ลงทุน และสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุน LTF ภายในช่วงระยะเวลา 2 เดือน คือ พฤษภาคม-มิถุนายน โดยมีนโยบายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีคุณสมบัติด้านความยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV และต้องเป็นหุ้นยั่งยืน ไม่น้อยกว่า 65% ของ NAV นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น เงินสด ทองคำ หรือหุ้นต่างประเทศ ได้ไม่เกิน 20% ของ NAV
Thai ESGX ให้สิทธิลดหย่อนภาษีรวมสูงสุดสุด 800,000 บาท ประกอบด้วย 1.) วงเงินสำหรับการลงทุนใหม่ใน Thai ESGX ปี 2568 ลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาท และไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน 2.) วงเงินสำหรับผู้ที่ถือ LTF และสับเปลี่ยนมา Thai ESGX ลดหย่อนได้สูงสุด 500,000 บาท แบ่งเป็น ลดหย่อนภาษีปีที่ 1 (2568) สูงสุด 300,000 บาท และลดหย่อนภาษีปีที่ 2-5 (2569-2572) สูงสุดปีละ 50,000 บาท รวมเป็นไม่เกิน 200,000 บาท
ทั้งนี้ มีทั้งหมด 19 บลจ. ที่ออกเสนอขายกองทุน Thai ESGX ทั้งหมด 37 กองทุน ซึ่งสามารถจัดกลุ่มนโยบายการลงทุนออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ ได้แก่ กลุ่มลงทุนหุ้นไทยล้วน กลุ่มเน้นหุ้นไทยผสมหุ้นต่างประเทศ และกลุ่มกองทุนผสมหุ้นและตราสารหนี้ 70/30
บทความนี้เราจึงสรุป 3 กองทุนแนะนำจากแต่ละกลุ่มมาฝาก คัดเลือกโดย Finnomena Funds ซึ่งมีกระบวนการวิเคราะห์ทั้งปัจจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative) และปริมาณ (Quantitative)
1. กลุ่มหุ้นไทยล้วน แนะนำกองทุน K-HDTHAIESGX จาก บลจ. กสิกรไทย
กองทุนหุ้นไทยปันผลสูง เน้นบริหารเชิงรุก (Active Management) ถือหุ้นประมาณ 25-30 บริษัทที่อยู่ในดัชนี SETHD โดยอาจพิจารณาลงทุนในหุ้นที่อยู่นอกเหนือจาก SETHD ไม่เกิน 10% เพื่อหา Alpha โดยคาดว่าพอร์ตการลงทุนจะเข้าไปลงทุนจะอยู่ในหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงาน เป็นส่วนใหญ่
ในช่วงที่ผ่านมา การลงทุนในดัชนี SETHD TRI สร้างผลตอบแทนเหนือกว่าหุ้นไทยดัชนีอื่นๆ เนื่องจากมีลักษณะเป็นหุ้น Value ที่รายได้มั่นคง แม้จะไม่ได้เติบโตโดดเด่นเหมือนหุ้น Growth อีกทั้งหุ้นกลุ่มนี้ก็มักจะได้ประโยชน์ในช่วงที่สภาวะเศรษฐกิจไม่ค่อยเอื้ออำนวย เนื่องจากมี Drawdown ที่ค่อนข้างต่ำ
2. กลุ่มหุ้นไทยผสมหุ้นต่างประเทศ แนะนำกองทุน MEGATX8020U จาก บลจ. ทาลิส
กองทุนที่เน้นหุ้นไทยประมาณ 80% ซึ่งจะลงทุนหุ้นไทย 20-25 ตัว และได้รับการประเมินผล ESG Rating มุ่งหวังให้ผลประกอบการเคลื่อนไหวสูงกว่าดัชนี SETESG TRI ในระยะยาว ส่วนสัดส่วนอีก 20% จะแบ่งไปลงทุนในหุ้นสหรัฐอเมริกาใน 10 บริษัทชั้นนำ
เป็นกองทุนที่มีกลยุทธ์แบบ High Conviction ซึ่งมีสไตล์คัดเลือกหุ้นแบบ Rules based Approach พิจารณาจาก Market Cap ของบริษัทเป็นหลัก เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ชอบการลงทุนในหุ้นเน้น ๆ ไม่กี่ตัว
3. กลุ่มกองทุนผสมหุ้นและตราสารหนี้ 70/30 แนะนำกองทุน ASP-MIX ThaiESGX จาก บลจ. แอสเซท พลัส
กองทุนผสมเน้นบริหารเชิงรุกแบบยืดหยุ่นสูง โดยในส่วนของหุ้นจะคัดเลือกหุ้นปันผลขนาดใหญ่จาก SET และ mai บริหารโดย Fund Manager มากประสบการณ์ที่มี Track Record โดดเด่น ซึ่งจุดเด่นที่แตกต่างจากกองทุนผสมอื่นๆ คือ ในสภาวะตลาดปกติ (Normal Market) จะบริหารแบบ Dynamic Management คัดเลือกสินทรัพย์โดยมีกรอบการลงทุนในหุ้นระหว่าง 70-100% และตราสารหนี้ 0-30%
สำหรับในสภาวะตลาดขาขึ้น (Bull Market) กองทุนจะพิจารณาเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเป็น 100% เพื่อเพิ่มความสามารถการเติบโตของพอร์ต ส่วนในตลาดขาลง (Bear Market) จะพิจารณาลดสัดส่วนการลงทุนในหุ้น และถือครองตราสารหนี้เพิ่มขึ้นสูงสุดไม่เกิน 30% เพื่อลดความผันผวนของพอร์ต
ทั้งหมดนี้ก็คือกองทุน Thai ESGX ที่น่าสนใจที่เราสรุปมาฝาก ซึ่งย้ำอีกครั้งผู้ที่สนใจสามารถลงทุนและสับเปลี่ยน LTF ได้ภายในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568 นี้เท่านั้น พลาดแล้วพลาดเลย ไม่กลับมาอีกแล้ว
คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน ความเสี่ยงและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวม Thai ESGX กรณีไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขภาษี จะไม่ได้สิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกองทุน
อ่านข่าวเพิ่มเติม