โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต.เผยปี 68 บังคับใช้กฎหมายแล้ว 15 เคส - ปลื้ม NAV กอง TESG พุ่งเฉียด 3.5 หมื่นลบ.

efinanceThai

เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 07.31 น.

ก.ล.ต.เผยปี 68 บังคับใช้กฎหมายแล้ว 15 เคส - ปลื้ม NAV กอง TESG พุ่งเฉียด 3.5 หมื่นลบ.

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -8 พ.ค. 68 14:31 น.

ก.ล.ต. เปิดข้อมูล 4 เดือนแรกปี 68 บังคับใช้กฎหมายด้านตลาดทุนไปแล้ว 15 คดี รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุน รวม 2,735 ครั้ง ปลื้ม NAV กองทุน Thai ESG เพิ่มขึ้น 17.42% เฉียด 3.5 หมื่นลบ. พร้อมแจง คดี " แอน จักรพงษ์ " ยังนั่งบริหาร JKN ต่อได้หากยังไม่เซ็นยอมรับผิด แต่จะต้องเข้ากระบวนการทางศาลต่อไป

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการ และโฆษก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เปิดเผยในงาน สรุปข้อมูล Media Briefing เดือนพ.ค. 68 ถึง 4 หัวข้อสำคัญได้แก่ การบังคับใช้กฎหมาย, การดำเนินการของ "สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน", การจัดการบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลและปิดกั้นแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต, กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)

*** 4 เดือน บังคับใช้กฎหมายแล้ว 15 คดี

การดำเนินคดีอาญา ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 68 ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษผู้กระทำผิดต่อพนักงานสอบสวน (บก.ปอศ. และดีเอสไอ) หรือคดีอาญา รวม 7 คดี มีผู้กระทำผิด 26 ราย จากฐานความผิด ได้แก่ สร้างราคา 4 คดี ผู้กระทำผิด 14 ราย, แพร่ข่าว/ข้อความเท็จ 1 คดี ผู้กระทำผิด 1 ราย, ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต 2 คดี ผู้กระทำผิด 11 ราย

โดยการดำเนินการตามมาตรการลงโทษทางแพ่ง ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 68 คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) กำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิด รวม 8 คดี ผู้กระทำผิด 42 ราย ฐานความผิด ได้แก่ แพร่ข่าว/ข้อความเท็จ 1 คดี ผู้กระทำผิด 2 ราย, สร้างราคา 4 คดี ผู้กระทำผิด 26 ราย, ใช้ข้อมูลภายใน/การเปิดเผยข้อมูลภายใน 2 คดี ผู้กระทำผิด 12 ราย, แสดงข้อความอันเป็นเท็จ/ปกปิดข้อความจริง 1 คดี ผู้กระทำผิด 2 ราย

ทั้งนี้ การสร้างราคา 4 คดี ประกอบด้วย (1) ผู้กระทำความผิด 2 ราย กรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ RPC, (2) ผู้กระทำความผิด 1 ราย กรณีสร้างราคา 4 หลักทรัพย์ (ABM F&D TVDH-W3 และ AMR), (3) ผู้กระทำความผิด 13 ราย กรณีสร้างราคา 4 หลักทรัพย์ (MAX EIC NEWS และ NEWS-W5), (4) ผู้กระทำความผิด 10 ราย กรณีสร้างราคาหรือปริมาณหลักทรัพย์ TCC

โดยการตกลงทำบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 68 รวม 4 คดี ผู้กระทำผิด 14 ราย โดยมีค่าปรับทางแพ่ง 14.14 ล้านบาท และชดใช้เงินเท่าผลประโยชน์ที่ได้รับ 10.20 ล้านบาท

ซึ่งการมีคำพิพากษาในคดีที่ ก.ล.ต. ยื่นฟ้องเพื่อให้ศาลแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง คดีมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว จำนวน 6 คดี (ศาลชั้นต้น 1 คดี และศาลอุทธรณ์ 5 คดี) โดยศาลพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น/ศาลอุทธรณ์ จำนวน 15 คดี แบ่งเป็น 11 คดี อยู่ระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น และ 4 คดี อยู่ระหว่างอุทธรณ์ (ทั้ง 4 คดี ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ ก.ล.ต. ชนะคดี โดยลงโทษและกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งแก่จำเลยในอัตราสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด)

*** การดำเนินการของ "สายด่วนแจ้งหลอกลงทุน"

ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 68 ก.ล.ต. ได้รับแจ้งเบาะแสหลอกลงทุน รวม 2,735 ครั้ง ผ่านระบบรับแจ้งใน 6 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์สำนักงาน ก.ล.ต. (www.sec.or.th/scamalert) โทรศัพท์ (1207 กด 22) อีเมล (scamalert@sec.or.th) เดินทางมาที่สำนักงาน ระบบบริการสนทนา และไปรษณีย์ โดยมีบัญชีโซเชียลมีเดียเข้าข่ายหลอกลงทุนที่ประสานผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและหน่วยงานภาครัฐเพื่อปิดกั้น จำนวน 1,849 บัญชี โดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียได้ปิดกั้นไปแล้ว 99.94% ภายในเวลา 7 นาที - 48 ชั่วโมง และให้คำปรึกษาในเรื่องการหลอกลงทุน จำนวน 886 ครั้ง

*** การจัดการบัญชีม้าสินทรัพย์ดิจิทัลและปิดกั้นแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต

ด้านความคืบหน้าการดำเนินการหลังจาก พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ และ พ.ร.ก. อาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ ฉบับแก้ไขมีผลใช้บังคับ (13 เม.ย. 68) โดยผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้มีการระงับบัญชีต้องสงสัยว่าเป็นบัญชีม้า ตามที่ได้รับข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ไปแล้วมากกว่า 27,000 บัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินมากกว่า 169.29 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 18 เม.ย.)

ด้านการปิดช่องทางการเข้าถึงแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีกระบวนการที่กระชับกว่าเดิม เนื่องจากมีการลดขั้นตอน

*** ปลื้ม NAV กอง Thai ESG พุ่งเฉียด 3.5 หมื่นลบ.

มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของ Thai ESG ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในทุกประเภทกองทุน โดย ณ สิ้นเดือน เม.ย. 68 เพิ่มขึ้น 17.42% มาอยู่ที่ 34,745 ล้านบาท จาก 29,591 ล้านบาทเมื่อสิ้นปี 67 แสดงถึงการขยายตัวของ Thai ESG อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกองทุนที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารหนี้ เพิ่มขึ้นถึง 31.42% จากสิ้นปี 67 ขณะเดียวกัน Thai ESG ที่มีนโยบายเน้นลงทุนในตราสารทุน เพิ่มขึ้น 1.94% จากสิ้นปี 67 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

*** แจงคดี "แอน-จักรพงษ์" หากไม่เซ็นรับผิด ยังนั่งบริหาร JKN ต่อได้ แต่จะต้องเข้าสู่กระบวนการทางศาลต่อไป

ส่วนความคืบหน้า กรณี ก.ล.ต.มีการบังคับใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับ นายจักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ และห้ามเป็น บริหารในบมจ. เจเคเอ็น โกลบอล กรุ๊ป (JKN) แต่ปัจุบันยังคงดำรงอยู่ในดำแหน่งบริษัท ถือว่ากรณีดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่ผู้บริหารยังไม่ลงจากตำแหน่ง ซึ่งโดยส่วนมากเมื่อก.ล.ต.ชี้มูลความผิดแล้ว ผู้บริหารจะลาออกจากตำแหน่งด้วยตนเอง เนื่องจากบริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับ บรรษัทภิบาล (Corporate Governance)

"เคสที่ผู้บริหารไม่ยอมออก น่าจะเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้น เพราะเมื่อถูกทางการชี้มูลความผิดแล้ว โดยเฉพาะได้รับการพิจารณาลงโทษทางแพ่ง ถ้าชี้แล้ว มักจะต้องออก เพราะบริษัทจดทะเบียนให้ความสำคัญกับธรรมาภิบาล เพราะงั้นการที่ผู้บริหารมีชื่อเสียงแบบนี้ ส่วนมากเจ้าตัวจะลาออกเอง และไม่ค่อยมีการปลดออก เพราะเขาต้องการรักษาบริษัท" นายเอนกกล่าว

อย่างไรก็ตามมาตรการลงโทษดังกล่าวยังไม่มีผลเบ็ดเสร็จ หากยังไม่ได้รับการเซ็นยินยอมจากผู้ถูกชี้มูลกระทำผิด โดยผู้บริหารยังดำรงตำแหน่งได้ไม่มีความผิด ซึ่งกระบวนการเซ็นสัญญายินยอม มีช่วงระยะเวลาให้พิจารณาโดยผู้กระทำผิดอาจขอขยายระยะเวลาได้ ซึ่งขึ้นกับการพิจารณาความสมเหตุสมผลจากก.ล.ต. ประกอบกัน และหากผู้ถูกชี้มูลความผิดไม่เซ็นยินยอม จะเข้าสู่กระบวนการนำส่งสำนวนต่อตุลาการต่อไป

นอกจากนี้กลับกันหากผู้ถูกชี้กระทำผิดเซ็นยินยอม และบริษัทฯ ยังแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหาร บริษัทฯ จะมีความผิด เนื่องจากผิดคุณสมบัติการปฏิบัติหน้าที่

รายงาน โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล เรียบเรียง โดย สุรเมธี มณีสุโข
อีเมล์. suramatee@efnancethai.comอนุมัติ โดย อนุรักษ์ ลีประเสริฐสุนทร
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...