โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ทลายขบวนการสวมบัตรเถื่อน ฟอกตัวเป็นไทย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 28 ก.ค. 2568 เวลา 13.35 น. • เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 06.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

28 ก.ค. – ผบช.ก. แถลงผลปฏิบัติการ “ทลายขบวนการสวมบัตรเถื่อน ฟอกตัวเป็นไทย” ตรวจค้น 10 จุดทั่วประเทศ รวบ 9 ผู้ต้องหา ขบวนการสวมบัตรคนตายให้ต่างชาติ

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงข่าวผลปฏิบัติการของกองบังคับการปราบปรามในปฏิบัติการ “ทลายขบวนการสวมบัตรเถื่อน ฟอกตัวเป็นไทย” ตรวจค้น 10 จุดทั่วประเทศ รวบ 9 ผู้ต้องหา ขบวนการสวมบัตรคนตายให้ต่างชาติ

โดยในคดีนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาที่สวมบัตรประชาชนจำนวน 2 ราย คือ 1. Mr.Kyar Htaw หรือนายจา ตอ สัญชาติเมียนมา อายุ 25 ปี โดยสวมบัตรประชาชนเป็นบุคคลอื่น จับกุมได้ที่บริเวณบ้านพัก ม.5 ต.บ้านเกาะ อ.เมืองอุตรดิตถ์ จ.อุตรดิตถ์ 2. นายเป่าฉั่น อายุ 25 ปี เป็นชาวเขาที่ไม่มีข้อมูลทางทะเบียน โดยสวมบัตรประชาชนเป็นบุคคลอื่น จับกุมได้ที่บ้านพัก ถ.เทพารักษ์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ

ทั้งสองคนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานปลอมและใช้เอกสารราชการปลอม แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ใช้หรือแสดงบัตรอันเกิดจากการกระทำความผิด รวมทั้งสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เป็นผู้รับรองข้อมูลตัวตนจำนวน 7 ราย คือ

  • น.ส.เทอะซา อายุ 53 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ม.8 ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
  • น.ส.จันทร์จิรา อายุ 25 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ม.8 ต.แม่สวด อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน
  • นายพะเบอะ อายุ 51 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
  • นางสมพร อายุ 46 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ม.3 ต.แม่วะหลวง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
  • น.ส.เพ็ญพรรณ อายุ 50 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ม.1 ต.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต
  • นางกชพร อายุ 51 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ม.7 ต.หลักหก อ.เมืองปทุมธานี จ.ปทุมธานี
  • น.ส.ณัฐฐนันท์ อายุ 49 ปี จับกุมได้ที่บ้านพัก ซ.นวมินทร์ 57 แยก 7-2 ถ.นวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ทั้งเจ็ดคนเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาในความผิดฐานแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานฯ แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานและยื่นคำขอมีบัตรโดยมิได้มีสัญชาติไทย ด้วยการแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ใช้หรือแสดงบัตรอันเกิดจากการกระทำความผิด”

โดยคดีสืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือน เมษายน 2568 ตำรวจกองบังคับการปราบปรามได้รับเรื่องร้องเรียนแจ้งว่า พบการโพสต์ข้อความพร้อมรูปภาพตัวอย่างบัตรประชาชนในแพลตฟอร์มโซเซียลมีเดียของประเทศจีน (เสี่ยวหงษ์ชู – XHS) ว่า รับบริการจัดทำบัตรประชาชนไทยได้

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. จึงได้ทำการตรวจสอบข้อเท็จจริง จนสามารถระบุข้อมูลตัวตนและภาพใบหน้าบนตัวอย่างบัตรประชาชนที่ถูกโพสต์โฆษณาข้างต้นว่าคือ “นายสมบูรณ์ วรรณสารคีรี”

เมื่อสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า ได้มีขบวนการสวมบัตรเถื่อน นำพา Mr.Kyar Htaw หรือนายจา ตอ สัญชาติเมียนมา มาทำบัตรประชาชน ณ เทศบาลแห่งหนึ่งย่านรังสิต โดยใช้พยานหลักฐานเอกสารเท็จประกอบการทำบัตร นอกจากนี้ยังมีการพากลุ่มบุคคลมาแสดงตัวเป็นเครือญาติและบุคคลใกล้ชิด เพื่อให้การรับรองอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานฝ่ายทะเบียนของเทศบาลว่า Mr.Kyar Htaw หรือนายจา ตอ คือ “นายสมบูรณ์ วรรณสารคีรี” จนท้ายที่สุด ขบวนการดังกล่าวจึงได้บัตรประชาชนที่ระบุชื่อ “นายสมบูรณ์ วรรณสารคีรี”

ซึ่งในระหว่างทำการสืบสวน เจ้าหน้าที่ยังพบว่าขบวนการดังกล่าวได้พานายเป่าฉั่น บุคคลผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน มาสวมบัตรประชาชนเป็น “นายวีรพล จะลอ” โดยมีขั้นตอนลักษณะพฤติการณ์คล้ายกับกรณีข้างต้นอีกด้วย

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. ได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งตัวการหรือผู้สวมบัตร จำนวน 2 รายและผู้ร่วมขบวนการสวมบัตรประชาชน จำนวน 10 ราย รวม 12 ราย พร้อมขออนุมัติศาลอาญาออกหมายค้นเพื่อทำการตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 10 จุด แบ่งเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 จุด จังหวัดปทุมธานี 2 จุด จังหวัดอุตรดิตถ์ 1 จุด จังหวัดแม่ฮ่องสอน 1 จุด จังหวัดตาก 1 จุด จังหวัดสมุทรปราการ 2 จุด และจังหวัดภูเก็ต 1 จุด

จากนั้นในวันที่ 23 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้นำกำลังเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนทั้งสิ้น 9 รายตามรายนามข้างต้น ยังเหลือระหว่างติดตามจับกุม 3 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่มาให้การรับรอง พร้อมตรวจค้นสถานที่ตามหมายค้น โดยสามารถตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องหลายรายการ จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับสารภาพ บางส่วนให้การปฏิเสธ

ด้าน พ.ต.ต.อดิศร อินทิยศ สารวัตร กก.2 บก.ป. อธิบายแผนประทุษกรรมของขบวนการสวมบัตรประชาชนว่า เมื่อกลุ่มขบวนการได้โพสต์โฆษณาชักชวนให้ทำบัตรประชาชนคนไทยผ่านโซเชียลมีเดียของจีน มีเป้าหมายเป็นลูกค้าชาวต่างชาติเช่นชาวเมียนมา ชาวเขา หรือชาวจีน

จากนั้นกลุ่มขบวนการจะไปหาครอบครัวชาวไทยที่เคยมีบุตรหรือแจ้งเกิดบุคคลที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ดำเนินการแจ้งตาย ก่อนจะดำเนินการติดต่อว่าจ้างเพื่อนำชื่อและข้อมูลของคนตายไปสวมบัตรสมอ้างกับลูกค้า เมื่อติดต่อตกลงสำเร็จ ก็จะดำเนินการย้ายที่อยู่ของครอบครัวและผู้ตายไปอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งที่ทางกลุ่มขบวนการได้ตระเตรียมเอาไว้สำหรับเป็นท้องที่ทำบัตรประชาชน

เมื่อเรียบร้อยแล้วก็จะดำเนินการพาลูกค้าไปสวมทำบัตรประชาชนในท้องที่นั้น โดยนำครอบครัวของผู้ตายมาสมอ้างและทำทีเป็นรับรองยืนยันว่าลูกค้าเป็นญาติจริง ๆ พร้อมกับนำเอกสารหลักฐานเท็จจากครอบครัวคนตายมายื่นกับทางเจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปสู่การทำบัตรประชาชนที่ข้อมูลทุกอย่างเป็นของคนตาย แต่ใบหน้าบัตรประชาชนจะเป็นของลูกค้าที่มาสวมบัตร เมื่อได้บัตรประชาชนเป็นที่เรียบร้อย ลูกค้าและครอบครัวผู้ตายที่นำมาสมอ้างถึงค่อยย้ายที่อยู่ออกจากบ้านที่ขบวนการให้มาอยู่แต่แรก โดยเป้าหมายของลูกค้าที่สวมบัตรประชาชนคนไทย เพื่อจะได้นำบัตรไปสมอ้างและใช้สิทธิ์ต่าง ๆ ของคนไทยได้ โดยขบวนการดังกล่าวจะได้ค่าจ้างครั้งละ 300,000 ถึง 1 ล้านบาท ก่อนจะนำมาแบ่งผลประโยชน์กัน ซึ่งกลุ่มครอบครัวที่นำชื่อคนตายมาสมออ้างและกลุ่มคนที่มาให้การรับรองจะได้ค่าจ้างคราวละ 80,000 ถึง 100,000 บาท

ขณะที่ พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวเสริมว่า ในคดีนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการสืบสวนขยายผลต่อไปว่า มีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอีกหรือไม่ โดยเฉพาะคนจีนที่ให้การสนับสนุนด้านการเงินและทำการตลาดให้ รวมทั้งจากไล่ตรวจสอบไปถึงตัวการใหญ่สุดซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นคนไทย นอกจากนี้ก็จะขยายผลไปยังเจ้าหน้าที่รัฐ หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทั้งหมด โดยเชื่อว่ายังมีลักษณะขบวนการสวมบัตรประชาชนขบวนการอื่น ๆ อีกมาก ซึ่งก็จะดำเนินการไล่ตรวจสอบและขยายผลจับกุมดำเนินคดีเช่นเดียวกัน เพราะคาดว่าอาจจะมีขบวนการสวมบัตรประชาชนเพื่อนำไปประกอบธุรกิจสีเทาด้วย

ทั้งนี้ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน หากพบบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่เข้าข่ายหรือมีพฤติกรรมต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการสวมบัตรประชาชนไทยสามารถแจ้งเข้ามาได้ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางหรือสถานีตำรวจใกล้เคียง เพื่อทำการตรวจสอบและขยายผลจับกุมต่อไป รวมทั้งทางตำรวจสอบสวนกลางพร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษาให้กับทางกระทรวงมหาดไทยในเรื่องของการวางแนวทางป้องกันขบวนการสวมบัตรประชาชนต่อไป.-414-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...