โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

Customer Obsession : เบื้องหลังแคมเปญ “ทรู” ดูแลลูกค้า 50 ล้านราย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2568 เวลา 07.51 น.
สกลพร หาญชาญเลิศ-ฐานพล มานะวุฒิเวช-สรรค์พิจิตร เอี่ยมชีรางกูร

สภาพเศรษฐกิจที่ไม่สู้ดี และกำลังซื้อที่ซบเซา เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลาย ๆ แบรนด์ ต้องโหมทำแคมเปญการตลาดครั้งใหญ่ “ลด-แลก-แจก-แถม” ในช่วงครึ่งหลังของปี 2568 เพื่อปลุกการจับจ่าย และตรึงลูกค้าไว้กับแบรนด์ให้นานที่สุด

หนึ่งในนั้นคือ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น (True) ด้วยแคมเปญใหม่แกะกล่อง“Your Happiness First” ส่ง “ความสุข” ด้วยบริการและสิทธิประโยชน์ ซึ่งออกแบบจากอินไซต์การใช้งานเชิงลึกตามแนวคิด “Customer Obsession” ที่ศึกษาความต้องการของลูกค้าอย่างรอบด้าน

ประกอบด้วย 1.แพ็กเกจ 5G Super Max รวมความคุ้มค่า 3 ต่อ 2.True App ในฐานะ Living-Tech Hub รวมบริการที่ตอบโจทย์การดำเนินชีวิตยุคดิจิทัล และ 3.สิทธิพิเศษ “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน”

เจาะพฤติกรรมลูกค้าทรู-ดีแทค

“ฐานพล มานะวุฒิเวช” หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า จากข้อมูลพฤติกรรมการใช้งานของลูกค้าทรู-ดีแทค พบว่าลูกค้าให้ความสำคัญกับประสบการณ์การเชื่อมต่อระหว่างออนไลน์และออฟไลน์ที่ต้องเป็นไปอย่างราบรื่นไร้รอยต่อในทุกดิจิทัลไลฟ์สไตล์ สอดคล้องกับตัวเลขการเติบโตของคนไทยที่รับชมคอนเทนต์สตรีมมิ่งผ่านมือถือและอุปกรณ์เชื่อมต่อ เช่น สมาร์ททีวี แท็บเลต เพิ่มขึ้นถึง 54% เนื่องจากใช้งานง่าย สะดวก ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z และมิลเลนเนียล

ขณะเดียวกัน ตลาดดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่อง มีจำนวนผู้ที่ใช้บริการดิจิทัลแบบจ่ายค่าบริการสูงถึง 25 ล้านคน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 250 บาทต่อเดือน และ 21.6% จ่ายค่าบริการเพื่อดูหนัง และทีวีแบบ Subscription (SVOD) มีการใช้บริการดิจิทัล 2-4 บริการต่อคน

ทั้งยังพบด้วยว่า 5 อันดับแรกของบริการด้านดิจิทัลที่คนไทยจ่ายเงิน Subscription ได้แก่ 1.SVOD ทีวี และภาพยนตร์ 82% 2.ฟังเพลง 51% 3.ฟู้ดดีลิเวอรี่ 46% 4.กีฬา 36% และ 5.เกม 30% ขณะที่การใช้บริการ OTT แอปของลูกค้าทรู-ดีแทคเติบโตเพิ่มขึ้น 19% จากปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ใช้ OTT 2 แอปขึ้นไป เพิ่มขึ้น 11%

และในปัจจุบันยังเป็น “The Rise of Loyalty” หรือยุครุ่งเรืองของ Loyalty Program ที่มีไว้รักษาความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า โดยคาดว่าตลาด Loyalty Program ในไทย ระหว่างปี 2024-2029 จะเติบโตเฉลี่ย 17% ต่อปี และ 70% ของคนไทยยอมใช้จ่ายมากขึ้น เมื่อได้เป็นสมาชิกกับแบรนด์

“ยุคนี้ลูกค้าไม่ได้เลือกสินค้าจาก ‘ราคา’ อย่างเดียว แต่มองหาความคุ้มค่า และบริการที่ตรงใจ เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้มารวมกับเทคโนโลยี และการสร้างความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ จะช่วยให้บริการต่าง ๆ เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น”

เบื้องหลัง 5G Super Max

“สกลพร หาญชาญเลิศ” หัวหน้าสายงานโพสต์เพย์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ผู้บริโภคต้องการให้บริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ รวมในที่เดียว ทั้งเห็นแนวโน้มการใช้บริการจ่ายเงินด้วยเบอร์มือถือ (True | dtac Pay) มากขึ้น มีจำนวนผู้ใช้เติบโตขึ้นถึง 15% ส่วนใหญ่ใช้จ่ายใน 5 หมวดหมู่ ได้แก่ 1.ความบันเทิง (OTT) 2.เกม 3.ไลฟ์สไตล์ 4.บริการคลาวด์ และ 5.แอปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เช่น AI และแอปแต่งภาพ

ปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าใช้บริการ True | dtac Pay มากขึ้น คือ ความสะดวก (51%) ตามมาด้วยมีความปลอดภัย เพราะใช้ระบบ OTP (40%) และรวมทุกค่าใช้จ่ายไว้ในบิลเดียว ไม่จำเป็นต้องมีบัตรเครดิต หรือแอปอื่น ๆ (34%)

ล่าสุด ทรูได้ออกแบบประสบการณ์ดิจิทัลผ่านกลยุทธ์ “Telco + Content” ผสานจุดแข็งทั้งเรื่องโครงข่ายและระบบรับชำระเงิน โดยร่วมมือกับพันธมิตร Top 5 OTT ยอดนิยมในไทย ได้แก่ Netflix, YouTube และ iQIYI ออกแบบแพ็กเกจความบันเทิง “5G Super Max” ชูความคุ้มค่า 3 ต่อ ได้แก่

ต่อที่ 1 เน็ตและโทร.แบบครอบคลุมการใช้งาน ความเร็วเพียงพอต่อการชมคอนเทนต์

ต่อที่ 2 รับชม 2 แอปสตรีมมิ่ง ได้แก่ Netflix (แพ็กเกจ 499 ขึ้นไป) และ YouTube Premium กับ YouTube Music (แพ็กเกจ 699 ขึ้นไป)

และต่อที่ 3 รับส่วนลด 100 บาท เมื่อเลือกซื้อแอปดูบอล และแอปดูกีฬาอื่น ๆ มูลค่า 299 บาทขึ้นไป ชำระผ่าน Google Service/Apple Store และเลือกจ่ายผ่านบิลทรู-ดีแทค

“การทำแพ็กเกจลักษณะนี้ นอกจากจะช่วยให้ลูกค้าเกิดความคุ้มค่าในการใช้จ่ายต่อบิล ยังช่วยให้สัดส่วนของ ARPU สูงขึ้น และจูงใจให้ลูกค้าเติมเงินมาใช้แพ็กเกจรายเดือนมากขึ้น เพราะบางคนเติมเงินเดือนละ 300-400 บาท ใช้จ่ายไม่น้อยกว่ากลุ่มรายเดือน แต่แค่ชินกับพฤติกรรมแบบเดิม”

โชว์ “True App” เวอร์ชั่นใหม่

“ฐานพล” กล่าวด้วยว่า ทรูพัฒนา “True App” ให้เป็น “Living-Tech Hub” รวมบริการของทั้งแอปทรู และแอปดีแทคไว้ด้วยกัน ด้วยการนำข้อมูลเชิงลึก และเทคโนโลยี AI วิเคราะห์พฤติกรรมและความชอบของผู้ใช้แต่ละรายเพื่อออกแบบประสบการณ์แบบ Hyper-Personalized ด้านการแนะนำบริการ การจัดโปรโมชั่นเฉพาะกลุ่ม และการสื่อสารที่ตรงจังหวะชีวิตลูกค้า

บริการส่วนใหญ่ที่ลูกค้าใช้บน True & dtac App คือ 1.จ่ายบิล 2.ซื้อแพ็กเกจ 3.แลกสิทธิพิเศษ และ 4.ใช้แชตบอต “Mari Chat” เพื่อสอบถามข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งที่ผ่านมา Mari ให้บริการลูกค้าเฉลี่ย 9 แสนคน/เดือน และได้รับความพึงพอใจจากลูกค้าถึง 85%

“เราทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการใหม่ ๆ ได้สะดวกยิ่งขึ้น มีการนำ Generative AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการประมวลผลบน True App ราว 21% เพื่อให้เกิดประสบการณ์ใช้งานที่ดียิ่งขึ้น ปัจจุบันลูกค้าดีแทคก็ใช้ True App จ่ายบิล และซื้อแพ็กเกจต่าง ๆ ได้แล้ว”

ทำไม “ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน”

ด้าน “สรรค์พิจิตร เอี่ยมชีรางกูร” หัวหน้าสายงานบริหารความสัมพันธ์และผสานสิทธิประโยชน์ลูกค้า บริษัทเดียวกัน กล่าวว่า จากจำนวนผู้ใช้ทรู-ดีแทค ราว 50 ล้านเลขหมาย เป็นลูกค้าที่อยู่บนระบบ CRM ของทรู-ดีแทคราว 30 ล้านคน โดย 31% ของฐานลูกค้าเป็นกลุ่ม Silver Generation ที่มีกำลังซื้อสูง ต้องการมีสุขภาพดี ทำให้การแลกพอยต์เพื่อเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ (Health & Wellness) สูงขึ้นจากปีก่อน 6 เท่า

ส่วนกลุ่ม Gen Z คิดเป็น 20% เป็นกลุ่มที่เติบโตมากับดิจิทัล ต้องการความสะดวก รวดเร็ว และมีความเป็นปัจเจกสูง ใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 12 ชั่วโมง/วัน ทำให้สิทธิพิเศษเรื่องเน็ต-โทร. ได้รับความนิยมมาก สะท้อนผ่านยอดแลกพอยต์ ที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10%

และท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่ท้าทาย ยังเห็นแนวโน้มคนใช้พอยต์แลกสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มากขึ้น โดยยอดแลกพอยต์ปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% หมวดหมู่ที่ได้รับความนิยมสูงมาก คือการใช้พอยต์เป็นส่วนลดในรอบบิล โตขึ้นถึง 250% ตามด้วยส่วนลดสำหรับซื้อของชำ โตขึ้น 45% และส่วนลดอาหาร-เครื่องดื่ม โตขึ้น 20%

“ลูกค้าหลายคนอยู่กับทรู-ดีแทคมานานมาก โดย 82% กลุ่มแบล็กการ์ดใช้มากกว่า 1 บริการ ทำให้ปีนี้ทรูมีแคมเปญ ‘ยิ่งอยู่นาน ยิ่งรักกัน’ เพื่อขอบคุณลูกค้าผ่านสิทธิพิเศษที่ทำร่วมกับพาร์ตเนอร์รายต่าง ๆ เช่น MK Restaurant เป็นต้น”

“สรรค์พิจิตร” บอกด้วยว่า ปัจจุบันอีโคซิสเต็มของทรูพอยต์ มีการเชื่อมต่อกับ “อเมซ ซูเปอร์ แอป” (Amaze Super App) แอปพลิเคชั่นของเครือ ซี.พี. ที่ใช้สำหรับแลกพอยต์จาก Loyalty Program ในเครือ และพาร์ตเนอร์บัตรเครดิตต่าง ๆ

“เราเห็นแนวโน้มที่ลูกค้านำทรูพอยต์เข้าไปแลกในแอปอเมซมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ลูกค้ามีทางเลือกในการแลกพอยต์มากขึ้น บางคนอยากแลกเป็นของใช้ก็ไปที่อเมซ แต่ถ้าอยากแลกเป็นบริการสายไลฟ์สไตล์ ก็แลกที่แอปทรูได้เหมือนเดิม”

ผสานระบบ CRM “ทรู-ดีแทค”

“ฐานพล” ทิ้งท้ายด้วยว่า ปัจจุบันลูกค้ายังเลือกได้ว่าจะเปิดเบอร์ภายใต้แบรนด์ “ทรู” หรือ “ดีแทค” ซึ่งมีรายละเอียดและสิทธิพิเศษของแพ็กเกจไม่ได้ต่างกัน แต่ในฝั่งของระบบ CRM ยังไม่ได้รวมกันทั้งหมด

สำหรับลูกค้าทรูใช้ “ทรูพอยต์” มีระดับสมาชิก 5 ระดับ แบ่งตามระยะเวลาที่เป็นลูกค้าและยอดการใช้ ได้แก่ White, Green, Blue, Red และ Black ส่วนลูกค้าดีแทคยังคงใช้ “ดีแทคคอยน์” ปัจจุบันมี 3 ระดับ คือ Silver, Gold และ Platinum Blue

“เรามีแผนที่จะทำให้ระบบพอยต์กับคอยน์เชื่อมกันอยู่แล้ว ตามเป้าหมายจะแล้วเสร็จภายในช่วงครึ่งแรกปี 2569 แม้ตอนนี้ระบบจะยังแยกกัน แต่ลูกค้าของทั้งสองแบรนด์มั่นใจได้ว่าสิทธิพิเศษที่จะได้รับไม่ต่างกัน”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : Customer Obsession : เบื้องหลังแคมเปญ “ทรู” ดูแลลูกค้า 50 ล้านราย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...