“อิชิบะ” เจรจา “ทรัมป์” ล้มเหลว ญี่ปุ่นเสี่ยงโดนภาษีรถยนต์เต็มพิกัด
"อิชิบะ" เจรจา "ทรัมป์" ล้มเหลว ญี่ปุ่นเสี่ยงโดนภาษีรถยนต์เต็มพิกัด ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศ ขณะที่ภาษีรอบใหม่ 24% ใกล้มีผลเดือนกรกฎาคม 68
วันที่ 18 มิถุนายน 2568 เวลา 12.20 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น พยายามเจรจากับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ให้ยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นและอนาคตทางการเมืองของเขา แต่ความพยายามดังกล่าวกลับไม่สัมฤทธิ์ผลในสัปดาห์นี้ สะท้อนรอยร้าวในความสัมพันธ์ของพันธมิตรทั้งสองชาติ ขณะที่กำหนดการขึ้นภาษีใหม่ 24% กำลังใกล้เข้ามาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2568
แหล่งข่าวระบุว่า นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น เดินทางไปร่วมประชุมสุดยอด G7 ที่แคนาดา ด้วยความหวังว่าการพูดคุยโดยตรงกับทรัมป์จะช่วยฟื้นฟูการเจรจา หลังผู้แทนญี่ปุ่นพยายามต่อรองให้สหรัฐ ยกเว้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% แต่ไม่เป็นผล
แม้บรรยากาศจะดูผ่อนคลายขณะทั้งสองผู้นำสนทนาบนเก้าอี้พักผ่อนท่ามกลางเทือกเขา Canadian Rockies เมื่อวันจันทร์ แต่การพูดคุยสั้น ๆ กลับไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางที่น่าเป็นห่วงของอุตสาหกรรมญี่ปุ่นที่กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาษีรอบใหม่
ความล้มเหลวครั้งนี้อาจกระทบต่อความเชื่อมั่นในทักษะทางการทูตของอิชิบะ โดยเฉพาะเมื่อเขากำลังเตรียมลงเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาในเดือนหน้า ซึ่งนักวิเคราะห์บางรายมองว่าอาจนำไปสู่การพ้นตำแหน่งของเขา
“แม้เราพยายามอย่างจริงจังในการหาจุดร่วม แต่การพบกับประธานาธิบดีทรัมป์เมื่อวานนี้ก็ยืนยันว่า เรายังมีความเห็นต่างกันอยู่มาก” อิชิบะกล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนออกจากแคนาดาในวันอังคาร
ก่อนหน้านั้นทรัมป์ให้สัมภาษณ์บนเครื่องบิน Air Force One ว่า “มีโอกาสที่จะตกลงกันได้” แต่ก็แสดงท่าทีไม่เต็มใจที่จะอ่อนข้อ โดยกล่าวว่า “สุดท้ายแล้ว คุณต้องเข้าใจว่า เราจะส่งจดหมายไปว่า นี่คือสิ่งที่คุณต้องจ่าย ถ้าไม่อยากจ่าย ก็ไม่ต้องทำธุรกิจกับเรา”
โดยปัญหาเร่งด่วนที่สุดของญี่ปุ่น คือ ภาษีนำเข้ารถยนต์ ซึ่งเป็นภาคอุตสาหกรรมที่จ้างงานประชากรราว 1 ใน 10 และคิดเป็น 20% ของการส่งออกทั้งหมด ยอดส่งออกของญี่ปุ่นลดลงในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่เปราะบางของประเทศซึ่งเป็นเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 4 ของโลก
บริษัท Toyota Motor Corp ชี้ว่าภาษีเหล่านี้ทำให้กำไรในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม หายไปถึง 180,000 ล้านเยน หรือราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ Honda คาดว่าภาษีจะทำให้กำไรทั้งปีลดลงถึง 650,000 ล้านเยน หรือราว 4.5 พันล้านดอลลาร์ ส่วน Mazda ยังไม่สามารถคาดการณ์กำไรประจำปีได้ เนื่องจากความไม่แน่นอนจากภาษีนำเข้า
แม้รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศต่อสาธารณชนว่าต้องการยกเว้นภาษีรถยนต์โดยสิ้นเชิง แต่แหล่งข่าวระบุว่า เบื้องหลังผู้เจรจาพยายามต่อรองให้สหรัฐฯ ลดภาษีเหลือราว 10% ซึ่งเท่ากับดีลที่ทรัมป์ทำไว้กับอังกฤษ เพื่อแลกกับการผ่อนปรนภาษีในภาคยานยนต์ ญี่ปุ่นเสนอซื้อก๊าซธรรมชาติและสินค้าอื่น ๆ จากสหรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยลดดุลการค้าขาดดุลซึ่งเป็นประเด็นที่ทรัมป์ไม่พอใจมาโดยตลอด แต่ก่อนการประชุม G7 เพียงไม่กี่วัน ฝ่ายญี่ปุ่นเริ่มรู้ว่าสหรัฐไม่ยอมเปลี่ยนใจ
Kenji Minemura นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน Canon Institute for Global Studies มองว่า อิชิบะประเมินผิดที่ตั้งความหวังสูงเกินไปกับการเจรจากับทรัมป์ ขณะนี้อิชิบะอาจต้องหันไปเจรจาขอให้ทรัมป์ขยายเวลาเลื่อนภาษีแทนที่จะหวังข้อตกลงใหม่
หากไม่สำเร็จ ญี่ปุ่นอาจต้องเผชิญกับผลกระทบทางเศรษฐกิจเต็มรูปแบบในช่วงเลือกตั้งเดือนหน้า โดย Mizuho Research & Technologies คาดว่าภาษีเหล่านี้อาจทำให้ GDP ของญี่ปุ่นหดตัวเกือบ 1%
Hiroshi Shiratori ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโฮเซ ระบุว่า “ความล้มเหลวในการเจรจาอาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงศักยภาพทางการทูตของรัฐบาลอิชิบะ”
นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า พรรคของอิชิบะอาจเสียที่นั่งส่วนใหญ่ในวุฒิสภา และหากซ้ำรอยกับผลเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนตุลาคม ก็อาจนำไปสู่การเปลี่ยนตัวผู้นำ
Michael Cucek ศาสตราจารย์จาก Temple University ในโตเกียว ระบุว่า“หากแพ้เลือกตั้งใหญ่สองครั้งติดต่อกัน อิชิบะจะอยู่ต่อไม่ได้”
เขายังประเมินว่ามีโอกาสถึง 70% ที่พรรค LDP จะเปลี่ยนตัวหัวหน้าพรรค
อย่างไรก็ตามอิชิบะอาจมีโอกาสแก้มืออีกครั้งในการประชุมสุดยอด NATO ที่กรุงเฮก ระหว่างวันที่ 24–25 มิถุนายน 2568 ซึ่งจะได้พบกับทรัมป์อีกครั้ง
อ้างอิง : reuters.com