โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ลงทุนวิทยาฉบับ 50+ เส้นทาง “เงินล้าน” ของวัยเตรียมเกษียณ ต้องรู้อะไรบ้าง?

Thairath Money

อัพเดต 28 พ.ค. 2568 เวลา 03.24 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 03.24 น.
ภาพไฮไลต์

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินประโยคคลาสสิกนี้มาแล้วหลายรอบ“เกษียณแล้วต้องมีเงินใช้ไปตลอดชีวิต”

แต่ในความเป็นจริง มีข้อมูลเชิงประจักษ์ ว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยยังไปไม่ถึงฝั่งฝันนั้น เพราะกว่า 60% ไม่พร้อม “เกษียณ” เงินออมที่มีอยู่น้อยจนไม่แน่ใจว่าจะพอยืดไปได้ถึงอายุ 80 หรือ 90 ปี 100 ปี ได้

และต่อให้มีเงินเก็บอยู่บ้าง ก็ไม่ใช่ว่าจะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้แบบ "สบายใจไร้กังวล" อย่างที่ใคร ๆ ใฝ่ฝันในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้นไม่หยุด เงินเฟ้อวิ่งไล่ตาม ทำให้เงินเก็บมูลค่าน้อยลงแต่คนเราก็อายุยืนขึ้นเรื่อยๆไหนจะค่าโรงพยาบาล ค่าจ้างคนดูแล โดยลืมไปว่า ผู้สูงอายุต้องใช้เงินดูแลสุขภาพจำนวนมาก

การวางแผนการเงินให้มั่นคงจึงกลายเป็น “ภารกิจสำคัญ” ที่ต้องเริ่มลงมือแต่เนิ่น ๆ และถ้าเราอยู่ในวัย 50+ ซึ่งเป็นช่วงที่มักพอมีเงินเก็บอยู่ในมือสักก้อนหนึ่งแล้ว นี่แหละ คือจุดเริ่มต้นที่ดีในการเปลี่ยน “เงินเก็บ”ให้กลายเป็น “รายรับ” ระยะยาว

ลองสังเกตดูได้ ช่วงหลังๆ เราจะเห็นคนรุ่นพ่อแม่หลายคน ที่ไม่ได้รอเกษียณแล้วนั่งเหงา ๆ อยู่บ้าน แต่กลับขับรถคันโปรด ไปจิบกาแฟร้านเก๋ หรือออกทริปต่างประเทศ นั่นเพราะเขาไม่ได้รอให้ชีวิตหลังเกษียณมาถึงแล้วค่อยหาทางรอด แต่เริ่มวางแผนไว้ล่วงหน้า

กลุ่มนี้ก็มีชื่อเรียกเก๋ ๆ ว่า “WOOF” หรือ “Well Off Older Folk” คือผู้สูงวัยที่มีฐานะดี มีรายได้สม่ำเสมอ ไม่มีหนี้สิน ไม่ต้องรับภาระค่าเล่าเรียนลูกหลานทำให้เขามีทั้งอิสระทางการเงิน และเวลาใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนจะเป็น WOOF ได้ตั้งแต่แรก สิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกันคือ "วินัยทางการเงิน" และ "กล้าลงทุนอย่างมีสติ" ตั้งแต่ยังไม่แก

วัย 50+ ยังลงทุนได้ไหม?

วัย 50+ ยังลงทุนได้ไหม? คำตอบคือ “ได้” และ “ควร” ด้วยซ้ำเพียงแต่การลงทุนในวัยนี้ ไม่ใช่เรื่องของการหวังผลตอบแทนหวือหวาเหมือนวัยหนุ่มสาวเพราะ โอกาสฟื้นตัวจากการขาดทุนมีน้อยลง และเงินก้อนนี้อาจเป็นตัวหลักในการใช้จ่ายยามเกษียณ

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ให้คำแนะนำเอาไว้ ถึงหลักการลงทุนสำหรับวัย 50+ โดยสิ่งที่ต้องคำนึง อยู่ภายใต้ 3 คำนี้เป็นพิเศษ

1. ความเสี่ยงที่ยอมรับได้

ถ้ายังไม่รู้ว่าตัวเองรับความเสี่ยงได้แค่ไหน ลองเริ่มต้นจากการประเมินตนเองผ่านแบบประเมินความเสี่ยงที่ธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์มักมีให้

วัย 50+ ส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่ม “เสี่ยงต่ำถึงปานกลาง” ซึ่งหมายความว่า การลงในสินทรัพย์มั่นคงอย่างตราสารหนี้ หรือกองทุนผสมแบบเน้นรายได้ประจำ มักเหมาะกว่าโยนเงินลงหุ้นเต็มพอร์ต

2. การกระจายการลงทุน

แทนที่จะเทเงินทั้งหมดลงในกองทุนเดียว หรือหุ้นตัวเดียว
ควรแบ่งพอร์ตกระจายไปในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น

  • กองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้น/ยาว
  • หุ้นปันผล
  • กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ที่ให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ
  • ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-linked) สำหรับคนที่ต้องการ
  • วางแผนมรดกหรือคุ้มครองชีวิตควบคู่ไปด้วย

3. สภาพคล่อง

อย่าลืมเว้นเงินสดไว้ส่วนหนึ่งสำหรับค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน หรือค่าใช้จ่ายประจำในอีก 6-12 เดือนข้างหน้า เพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะมาถึงเมื่อไหร่การมีเงินก้อนที่หยิบใช้ได้ทันที จะช่วยให้พอร์ตการลงทุนที่เหลือไม่ต้องถูกขายออกตอนขาดทุน

หลักการลงทุนให้มั่นคง

  • S – Suitability (ความเหมาะสม) > เลือกการลงทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงที่ตัวเองรับได้ และเป้าหมายการลงทุน
  • A – Asset Allocation (การกระจายสินทรัพย์) > จัดสรรเงินลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทให้สมดุลระหว่างความเสี่ยงและผลตอบแทน
  • N – Net Worth Growth (การเติบโตของมูลค่าสุทธิ) > ลงทุนเพื่อให้มูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ไม่ใช่แค่รักษาเงินต้น
  • O – Opportunities (โอกาสลงทุน) >มองหาโอกาสใหม่ ๆ เช่น หุ้นปันผล, กองทุนรวมที่ลงทุนต่างประเทศ หรือกองทุนรวมที่มีนโยบายหลากหลายที่เหมาะกับตนเอง
  • O – Optimization (การปรับแผนลงทุนให้เหมาะสม) > ตรวจสอบและปรับแผนการลงทุน ให้เหมาะสมตามสถานการณ์
  • K – Knowledge (ความรู้) > ศึกษาข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการลงทุนอยู่เสมอ

แล้ว “เงินล้าน” จะไปถึงไหม?

ถึงแม้จะไม่ได้เริ่มลงทุนตั้งแต่อายุ 20 หรือ 30 แต่การเริ่มต้นตอนอายุ 50 ก็ยังทัน หากเดินเกมอย่างมีแบบแผน ยิ่งถ้าเราเป็นคนไม่มีหนี้ ไม่มีภาระลูกหลาน และพอมีเงินก้อน การให้เงินทำงานในช่วง 10-15 ปี ก่อนเกษียณเต็มตัว ก็เพียงพอจะต่อยอดให้มีเงินล้านเพื่อใช้ชีวิตหลังเกษียณได้ แค่เปลี่ยนวิธีคิดจาก “เก็บไว้ในบัญชีเฉย ๆ”มาเป็น “แบ่งมาลงทุนแบบคุมความเสี่ยง” ก็อาจสร้างผลตอบแทนที่ชนะเงินเฟ้อได้แล้ว

สรุปแล้ว วัย 50+ ไม่ใช่วัยที่สายเกินไปจะเริ่มลงทุน แต่ต้องลงทุนแบบมีสติ ยอมรับความเสี่ยงได้พอประมาณ เน้นกระจายความเสี่ยง และมีเงินสำรองเผื่อฉุกเฉิน อย่าเทหมดหน้าตัก แต่เลือกลงทุนให้เหมาะกับเป้าหมายระยะเกษียณแล้วชีวิตหลังเกษียณจะไม่ใช่แค่ “อยู่ได้” แต่จะ “อยู่ดี” และมีเงินใช้แบบไม่ต้องพึ่งลูกหลาน นั่นเอง

ที่มา : ก.ล.ต.

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลงทุนวิทยาฉบับ 50+ เส้นทาง “เงินล้าน” ของวัยเตรียมเกษียณ ต้องรู้อะไรบ้าง?

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : Thairath Money
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...