โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"อนุทิน" สวน‘ทรัมป์’ไทยถูกรุกรานจำต้องปกป้อง เมินถูกมองไม่มีใครเข้าข้าง

The Better

อัพเดต 23 ธ.ค. 2568 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 23 ธ.ค. 2568 เวลา 05.55 น. • THE BETTER
นายกฯ อนุทิน ยันไทยถูกรุกรานจำต้องปกป้องแผ่นดิน หลังทรัมป์ กล่าวหาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ปฏิเสธข่าวโลกเข้าข้างเขมร ชี้เป็นเรื่องทวิภาคีต้องจบที่คู่กรณี เตรียมเสนอ กกต. อนุมัติงบเยียวยาประชาชนและงบเลือกตั้ง

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เผย การประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ มีการขออนุมัติงบเยียวยาประชาชนเหตุประสบภัยการสู้รแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งต้องขอคณะกรรมการการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง จะมีเรื่องงบเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพและเรื่องงบผู้ประสบภันพิบัติน้ำท่วมเพิ่มเติม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นงบช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ ไม่ได้เป็นเรื่องงบก่อหนี้ผูกพันอะไร และมีเรื่องของการจัดหารถเอ็กซเรย์ยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น แต่ทั้งหมดก็นำไปขอรับความเห็นชอบและได้รับอนุมัติจาก กกต. ก่อน รวมถึงมีกรอบงบที่ไว้ใช้สำหรับการเลือกตั้ง แต่ยังไม่ได้เป็นวงเงินที่แน่นอน ต้องนำเข้า ครม.อีกครั้ง ประมาณกว่า 8 พันล้านบาท

เมื่อถามถึงกรณีที่ทางประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีกัมพูชาก่อน จะมีการตอบโต้ประเด็นนี้อย่างไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า ความจริงทุกคนทราบอยู่แล้ว ไม่มีความกังวลใดๆ เราเป็นฝ่ายถูกรุกราน ถูกโจมตี สิ่งที่เราทำคือการตอบโต้เพื่อป้องกันอธิปไตยของเรา

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหลายๆ ประเทศเหมือนจะเป็นกลาง แต่ท้ายที่สุดเหมือนยืนข้างกัมพูชา จะต้องมีการพูดคุยกับนานาประเทศอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เห็นมีใคร แต่ปัญหาเป็นเรื่องระดับทวิภาคีไทย-กัมพูชา ยังไม่เห็นประเทศไหนที่บอกว่ายืนอยู่ข้างไหน ประเทศที่มาทุกคนก็บอกว่าเป็นกลางหมดและยินดีที่ทุกประเทศเป็นกลาง ทั้งนี้มันเป็นปัญกาที่เราจะต้องแก้ไข และต้องทำให้จบสิ้นให้ได้ ระหว่างประเทศเรากับคู่กรณี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...