โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“คิม จอง อึน” สั่งทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก ประณามสหรัฐละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 ม.ค. เวลา 12.10 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. เวลา 05.10 น.

"คิม จอง อึน" สั่งทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก หลังสหรัฐจับ ปธน.เวเนซุเอลา พร้อมประณามการกระทำของวอชิงตันว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ

วันที่ 5 มกราคม 2568 เวลา 08.01 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า คิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธานควบคุมการทดสอบขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิก เพียงหนึ่งวันหลังจากสหรัฐอเมริกาควบคุมตัว นิโคลัส มาดูโร ผู้นำเวเนซุเอลา ซึ่งเกาหลีเหนือประณามว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างอันธพาลและโหดร้าย

สำนักข่าวทางการ Korean Central News Agency (KCNA) รายงานเมื่อวันจันทร์ว่าการยิงขีปนาวุธมีขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อทดสอบความเสถียรและประสิทธิภาพของระบบอาวุธดังกล่าว โดยขีปนาวุธถูกยิงจากพื้นที่รอบกรุงเปียงยางไปทางตะวันออกเฉียงเหนือ และพุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 1,000 กิโลเมตร โดยการทดสอบขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง เตรียมเดินทางไปพบประธานาธิบดีจีน สี จิ้นผิง ที่กรุงปักกิ่งในวันเดียวกัน

ก่อนหน้านั้น กองทัพเกาหลีใต้ ระบุว่า เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธต้องสงสัยว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยไกล (ballistic missiles) เมื่อเช้าวันอาทิตย์ ซึ่งบินได้ไกลราว 900 กิโลเมตร

KCNA อ้างคำกล่าวของคิม จอง อึน ว่า “ช่วงหลังมานี้ เราบรรลุความสำเร็จสำคัญในการทำให้กองกำลังนิวเคลียร์ของเรามีความพร้อมใช้งานจริง และเตรียมพร้อมสำหรับสงครามจริง” พร้อมย้ำว่า“เราต้องยกระดับขีดความสามารถทางทหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะระบบอาวุธเชิงรุก”

ปัจจุบัน สหรัฐ จีน เกาหลีเหนือ และประเทศอื่น ๆ กำลังแข่งขันกันพัฒนาอาวุธไฮเปอร์โซนิก ซึ่งใช้หัวร่อนที่สามารถหลบหลีกได้สูงและมีความเร็วมาก จนระบบป้องกันขีปนาวุธแบบเดิมตรวจจับได้ยาก อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกาหลีเหนือได้พัฒนายานร่อนไฮเปอร์โซนิกที่ใช้งานได้จริงแล้วหรือไม่

คิมไม่ได้เอ่ยถึงปฏิบัติการของสหรัฐในกรุงการากัสที่นำไปสู่การปลดมาดูโรออกจากตำแหน่งโดยตรง แต่กล่าวว่า “วิกฤตทางภูมิรัฐศาสตร์ล่าสุดและเหตุการณ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อน” เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เกาหลีเหนือจำเป็นต้องพัฒนาขีดความสามารถในการยับยั้งเชิงนิวเคลียร์

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ประณามการบุกจู่โจมของสหรัฐว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรงที่สุด และเป็นการฝ่าฝืนกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างโจ่งแจ้ง

ลิม อึล-ชอล ศาสตราจารย์จากสถาบัน Far Eastern Studies แห่งมหาวิทยาลัยคยองนัม ระบุว่า การจับกุมมาดูโรจะยิ่งตอกย้ำความเชื่อของคิมว่าการละทิ้งอาวุธนิวเคลียร์ไม่ต่างจากการฆ่าตัวตาย

ลิมกล่าวว่า “เหตุการณ์นี้มีแนวโน้มทำให้ความพยายามปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลีซับซ้อนยิ่งขึ้น เพิ่มความไม่อาจคาดเดาได้ของพฤติกรรมเกาหลีเหนือ และยิ่งใช้เป็นเหตุผลในการเร่งพัฒนาขีดความสามารถด้านนิวเคลียร์”

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีเหนือ ระบุในแถลงการณ์ผ่าน KCNA ว่า การกระทำของวอชิงตันได้ยืนยันธรรมชาติอันอันธพาลและโหดร้ายของสหรัฐอีกครั้ง ซึ่งประชาคมโลกได้เห็นมาแล้วบ่อยครั้ง

ในฐานะประธานาธิบดีเกาหลีใต้คนแรกที่เดินทางเยือนจีนตั้งแต่ปี 2562 อี แจ-มยอง คาดว่าจะขอความร่วมมือจากปักกิ่งในการช่วยลดความตึงเครียดในภูมิภาค รวมถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเกาหลีเหนือ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...