โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

”พล.อ.อ.ประภาส“ สรุปบทเรียนการสื่อสารในภาวะวิกฤต ย้ำยึดข้อเท็จจริง–มนุษยธรรม–กฎหมายสากล

สวพ.FM91

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 1 ม.ค.2568 พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา เปิดเผยถึงบทเรียนสำคัญจากการทำหน้าที่สื่อสารในภาวะวิกฤต โดยระบุว่า หัวใจของการสื่อสารในสถานการณ์อ่อนไหวคือการยึด “ข้อเท็จจริงและหลักฐาน” เป็นศูนย์กลาง สื่อสารอย่างชัดเจน สม่ำเสมอ และตรวจสอบได้ พร้อมหลีกเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือถ้อยคำยั่วยุ ซึ่งอาจซ้ำเติมสถานการณ์และลดความน่าเชื่อถือของรัฐ

พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยึดหลักการสื่อสาร 4 ประการ ได้แก่ การสื่อสารบนฐานข้อมูลที่ตรวจสอบได้ (Fact-based) การคำนึงถึงมนุษยธรรมและความปลอดภัยของประชาชน (Humanitarian-minded) การดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายทั้งในประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ (Lawful) และการสื่อสารอย่างสุภาพ นิ่ง และเป็นมืออาชีพ (Calm & Professional)

“ถ้อยคำรุนแรงอาจทำให้สถานการณ์บานปลาย และเปิดช่องให้เกิดความเข้าใจผิดในระดับนานาชาติ เราจึงเลือกสื่อสารให้หนักแน่นด้วยเหตุผล มากกว่าดังด้วยอารมณ์ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศและความปลอดภัยของประชาชน” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

สำหรับการรับมือกับข่าวลือหรือข้อมูลบิดเบือน ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง ชี้แจงเฉพาะประเด็นที่กระทบต่อความปลอดภัยและความเข้าใจของสาธารณะ และตอบด้วยหลักฐานโดยไม่ขยายต่อข้อมูลเท็จ เพื่อไม่ให้กลายเป็นการช่วยกระจายข่าวลือ

ในด้านความรวดเร็วของการสื่อสาร พล.อ.อ.ประภาส อธิบายว่า ศูนย์ฯ ใช้หลัก “เร็วภายใต้ความถูกต้อง” โดยจัดระบบข้อมูลเป็นรอบเวลา มีชุดคำตอบมาตรฐาน (Q&A) และการประสานงานจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถสื่อสารได้ทันสถานการณ์โดยไม่เกิดความผิดพลาด

พล.อ.อ.ประภาส ยังเน้นว่า การ “ฟังให้จบก่อนตอบ” เป็นสิ่งสำคัญในการแถลงข่าวภาวะวิกฤต เพราะช่วยให้ตอบตรงคำถาม ลดความขัดแย้ง และสะท้อนความเป็นมืออาชีพ โดยเป้าหมายไม่ใช่การเอาชนะการโต้เถียง แต่คือการทำให้สังคมเข้าใจข้อมูลตรงกันบนฐานข้อเท็จจริง

ส่วนการสื่อสารเรื่องความพร้อมทางทหาร ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ จะยืนยันการคุ้มครองอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชน รักษาความพร้อมตามภารกิจ แต่ใช้ถ้อยคำที่ไม่ยั่วยุ ไม่ข่มขู่ และไม่สร้างความตื่นตระหนกแก่สังคม

“ความสม่ำเสมอของสารเป็นเรื่องสำคัญมากในภาวะวิกฤต เราจึงใช้สารหลักเดียวกันทุกช่องทาง ลดความสับสน ลดข่าวลือ และสร้างความเชื่อมั่นว่ารัฐสามารถควบคุมสถานการณ์ได้” พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

นอกจากนี้ ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยังมุ่งสร้างความมั่นใจให้สังคมด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่การปลุกอารมณ์ โดยเน้นการสื่อสารถึงมาตรการดูแลประชาชน ความปลอดภัย และความคืบหน้าที่สามารถตรวจสอบได้

สำหรับการพัฒนาการสื่อสารในอนาคต พล.อ.อ.ประภาส ระบุว่า ศูนย์ฯ จะสรุปบทเรียนเป็นมาตรฐานการปฏิบัติ (SOP) พร้อมพัฒนาระบบตรวจสอบข้อมูลแบบรวมศูนย์ ชุด Q&A และสารหลักที่อัปเดตตามสถานการณ์ การสื่อสารหลายภาษาและหลายแพลตฟอร์ม รวมถึงการฝึกซ้อมและจำลองสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ท้ายที่สุด พล.อ.อ.ประภาส ฝากถึงประชาชนให้ใช้หลัก “3 ตรวจ” ในการรับข่าวสารช่วงวิกฤต ได้แก่ ตรวจแหล่งข่าว ตรวจเวลา และตรวจหลักฐาน พร้อมติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการเป็นหลัก

“ศูนย์แถลงข่าวร่วมฯ ยืนยันว่าการสื่อสารในภาวะวิกฤตจะยึดข้อเท็จจริง มนุษยธรรม และกฎหมาย ควบคู่กับความพร้อมในการปกป้องประเทศอย่างรับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความตื่นตระหนก และรักษาภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีสากล”พล.อ.อ.ประภาส กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...