โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นโลก ปี2026 ท้าทายกว่าที่คิด? แนะ 4 ธีมเด่น ควรมีติดพอร์ต!

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 09 ธ.ค. 2568 เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2568 เวลา 07.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น – จับตาหุ้นโลก ปี2026 ปีแห่งความท้าทายของการลงทุน ! ฟาก 'เอเซีย พลัส' เปิดแผนรับมือแนะถือเงินสดรอจังหวะ พร้อมชู 4 ธีมเด่น ฝ่ามรสุมเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ชี้หุ้น AI ไม่ใช่คำตอบเดียว!

นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา ตลาดหุ้นโลกได้แสดงความร้อนแรงอย่างมาก ซึ่งนักลงทุนที่ลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ต่างมีกระแสตอบรับที่ดีกับผลตอบแทนที่สูง โดยในช่วงปี 2025 โดยหุ้นโลกปรับตัวขึ้นมาแล้วถึง 19% และหากมองย้อนกลับไปในช่วง 3 ปี ตลาดหุ้นโลกได้ปรับตัวขึ้นมาอย่างน่าทึ่งถึง 62% ซึ่งเป็นผลพวงจากสภาพคล่องส่วนเกินในระบบและความคาดหวังว่าอัตราดอกเบี้ยจะทยอยลดลง

นอกจากนี้สินทรัพย์เสี่ยงที่ร้อนแรงที่สุดในช่วง 3 ปี คือ Bitcoin ซึ่งพุ่งขึ้นไปถึง 400% ตามมาด้วยกลุ่มหุ้นเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ หรือ " Magnificent 7 " ที่เพิ่มขึ้นรวมกันประมาณ 270% ขณะที่ทองคำปรับขึ้น 130% และ Nasdaq ขึ้นประมาณ 110% อย่างไรก็ตาม ในทางกลับกัน ตลาดหุ้นไทยกลับโดนกดดันและปรับตัวลงไปประมาณ 23% ในช่วง 3 ปีเดียวกัน

*ความท้าทายครั้งใหญ่ ในปี 2026

นายภราดร มองว่าปี 2026 จะเป็นปีที่ "ท้าทาย" อย่างยิ่งสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ เนื่องจากตลาดได้ปรับตัวขึ้นมาแรงมาก โดยมีปัจจัยกดดันหลัก 3 ประการ

  • การเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัว IMF คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกในปีหน้าจะเติบโตที่ 3.1% ซึ่งถือเป็นอัตราที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี แม้เศรษฐกิจจะยังคงเติบโต แต่ก็เป็นการเติบโตในอัตราที่ช้าลง
  • สภาพคล่องที่ลดความเข้มข้น ความคาดหวังในการลดดอกเบี้ยเริ่มเบาบางลง หลังจากที่ Fed ลดดอกเบี้ยมาแล้ว 4 ครั้งในปี 2024 และคาดว่าจะลด 3 ครั้งในปี 2025 แต่..สำหรับปี 2026 มีหลายสำนักคาดการณ์ว่าอาจจะมีการลดดอกเบี้ยเพียงแค่ครั้งเดียว เช่น เดียวกับ ECB ที่คาดอาจจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยในปีหน้า
  • แนวต้านทาง Valuation หุ้นโลกที่ปรับตัวขึ้น 60% กว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ได้เข้าสู่ระดับที่เคยเป็น "ข้อจำกัดแนวต้าน" ทางสถิติ โดยเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วในช่วงก่อนปี 2000 ยุคหลัง .com ซึ่งหลังจากที่หุ้นโลกขึ้นไป 60% กว่า ตามมาด้วยการปรับฐานลงถึง 10% กว่าในปี 2000 และ 20% ในปี 2002 จากการรันโมเดลทางสถิติ เมื่อหุ้นโลกขึ้น 60% ใน 3 ปีก่อนหน้า ค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนในปีถัดไปมีโอกาส "ย่อตัว" ประมาณ 5%

ดังนั้น นักลงทุนที่สนใจหุ้นต่างประเทศ จึงต้อง "เฝ้าระวัง" และ "หาจังหวะดี ๆ" ในการลงทุนซึ่งอาจไม่ง่ายเหมือนในปี 2025

*เทรนด์ AI เปลี่ยนโลก ?

สำหรับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ในสหรัฐฯ มีความร้อนแรงมาก อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงนี้มีโอกาสผันผวน เนื่องจากมูลค่าการใช้มาร์จิ้นของสหรัฐฯ อยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ สำหรับหุ้น AI ที่ขึ้นมาแรง นักลงทุนควรเปลี่ยนกลยุทธ์จากหุ้นกลุ่ม "Infrastructure Tech" ที่ราคาสูงไปแล้ว เป็นการ "Select" หรือ "Buy on Dip" และมองหาหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากการวางโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงกลุ่มค้าปลีกในสหรัฐฯ

ฟากตลาดเอเชีย เมื่อเทียบกับ Nasdaq ที่มี P/E อยู่ที่ 35-36 เท่า โดยตลาดเกิดใหม่ในเอเชีย (Emerging Markets) มี P/E อยู่ที่ประมาณ 16 เท่าในช่วงที่ผ่านมา การขึ้นของตลาดเอเชียยังมาจากเงินลงทุนภายในประเทศเป็นหลัก เนื่องจากต่างชาติยังขายสุทธิอยู่ ด้วย Valuation ที่ถูกกว่า ทำให้ยังมีโอกาสที่เม็ดเงินจะไหลเข้าสู่หุ้นตลาดหุ้นในเอเชียได้ในปีหน้า

*ฟองสบู่ AI ต้องกังวลไหม?

นายภราดร เผยว่า แม้จะมีคำถามเรื่อง "ฟองสบู่ AI" ซึ่งเป็นเรื่องที่วิเคราะห์ได้ยากและมักเกิดจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน แต่..ก็มีสัญญาณเตือนหลายอย่างที่ควรเฝ้าระมัดระวัง เช่น สัญญาณไฮดินเบิร์ก (Hindenburg) ซึ่งชี้ถึงโอกาสในการปรับฐาน และ P/E ของ Magnificent 7 ได้ขึ้นไปแตะระดับแนวต้านที่ 34 เท่า ดังนั้น โอกาสที่จะเกิดการ "การย่อตัว/ปรับฐาน" จึงมีมากกว่าการเกิด "ฟองสบู่แตก" เว้นแต่จะมีปัจจัยภายนอกมากระทบแรงรุนแรง

*แนะ 4 ธีมเด่น ปี 2026 ควรมีติดพอร์ต!

ด้านฝ่ายวิจัยแนะนำให้นักลงทุนเตรียมตัว โดยการถือเงินสดไว้ 20-30% เพื่อรอจังหวะ "Buy on Dip" และแนะนำ 4 ธีม สำหรับการลงทุนหลัก

  • กลุ่ม Stimulus Play หรือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ กลุ่มค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายของรัฐบาล เช่น การลดภาษี คาดว่าจะลดจาก 21% เหลือ 15% และการแจกเงิน เนื่องจากกลุ่มค้าปลีกมี Profit Margin ที่บาง การลดภาษีจะช่วยหนุนกำไรได้มาก แนะนำ Walmart หรือ ETF ในกลุ่มค้าปลีก

ฟากหุ้นจีนที่ครบวงจรด้าน AI รัฐบาลจีนยังคงกระตุ้น GDP ให้ได้ 5% และให้การสนับสนุนอุตสาหกรรม AI ผ่านการอุดหนุนค่าไฟสำหรับ Data Center แนะนำหุ้น Alibaba ซึ่งมีความครบวงจรและมีโมเดล AI เป็นของตัวเอง

  • กลุ่ม New S-Curve เทคโนโลยีคลื่นลูกใหม่ ฝ่ายวิจัยมองว่า Robotaxi และ Humanoid คาดว่าจะเป็นเทรนด์ AI ที่จะเข้าสู่เชิงพาณิชย์มากขึ้นในปีหน้า เล็งหุ้น Tesla และ Xpeng ในฝั่งตลาดจีน นอกจากนี้มอง Quantum Technology ที่เป็น AI เชิงลึก ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในธุรกิจต่างๆ เช่น ธุรกิจยา เป็นต้น
  • กลุ่มหุ้น Turnaround & Growth ฝ่ายวิจัยแนะนำ หุ้น Grab คาดการณ์ว่าปี 2025 จะเป็นปีแรกที่ Grab สามารถ Turn Around พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร และคาดจะเติบโตได้ดีในปี 2026 คล้ายกับกระแสการเติบโตของหุ้น Uber ในอดีต และอีกตัวแนะนำ Estée Lauder หุ้นกลุ่มแฟชั่นและเครื่องสำอาง ซึ่งซบเซาลงเนื่องจากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว มองว่าหากเศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัว การเติบโตของกำไรจากฐานที่ต่ำจะทำให้ราคาหุ้นปรับขึ้นได้แรงอีกด้วย
  • กลุ่ม Hedging Risk หรือ การป้องกันความเสี่ยง แนะนำหุ้นกลุ่มพลังงานสะอาด หุ้น Cyber Security หุ้น Defensive จากปัจจัยภายนอกการเกิดสงคราม ควรมีติดพอร์ตในบางจังหวะ เพื่อลดความผันผวนระหว่างปี 2026 ได้

ทั้งนี้ นายภราดร ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ปี 2026 มองว่าจะเป็นปีที่ไม่ง่ายสำหรับการลงทุน แต่ยังพอมีจังหวะและกลยุทธ์ในการทำกำไรได้อยู่บ้าง นักลงทุนควรหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหุ้นที่แนะนำ และพิจารณาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่หลากหลาย ซึ่งทางเลือกสำหรับการลงทุนที่อาจเป็นโอกาสในการทำกำไรได้อีกด้วย

รายงานโดย กานต์นที ใยระย้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...