โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลาโหมใช้แนวทางสันติวิธีทวงคืนปราสาทตาควาย เร่งสร้างรั้วในพื้นที่ราบก่อน

JS100

อัพเดต 07 พ.ย. 2568 เวลา 00.43 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2568 เวลา 23.07 น. • JS100:จส.100
กลาโหมใช้แนวทางสันติวิธีทวงคืนปราสาทตาควาย เร่งสร้างรั้วในพื้นที่ราบก่อน

พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวยืนยันว่า ปราสาทตาควายยังคงเป็นของไทย แต่ในการทำงานจะเป็นไปตามแนวทางสันติวิธีผ่านกลไกที่มีอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางที่นานาชาติยอมรับ สำหรับการทำงานในช่วงนี้จะเป็นไปตามข้อตกลงกับฝ่ายกัมพูชา ลำดับแรกคือการถอนอาวุธหนัก เพื่อเป็นการป้องกัน เพราะหากยังมีอาวุธหนักอยู่ในพื้นที่แล้วมีการใช้กำลังใช้อาวุธ จะทำให้ประชาชนทั้งสองฝ่ายเดือดร้อน ต่อมาคือการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ไทยเน้นย้ำกับทางฝ่ายกัมพูชา เรื่องที่ 3 คือการบริหารจัดการชายแดน เพราะต้องพยายามทวงคืนพื้นที่ที่เป็นของไทยกลับมาภายใต้ข้อตกลงที่ได้ประชุมร่วมกันโดยใช้กลไก JBC โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว

ส่วนเรื่องการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทยกัมพูชาระยะทาง 798 กิโลเมตร ประกอบด้วยลักษณะภูมิประเทศ 3 อย่างคือ สันปันน้ำ ซึ่งพื้นที่มีความชัดเจน พื้นที่ในลักษณะลำน้ำที่มีความชัดเจนแต่เรื่องของการสร้างรั้วก็ยังคงมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ส่วนภูมิประเทศที่สามารถทำได้แน่นอนคือแนวเขตที่เป็นเส้นตรง ในพื้นที่นา ป่า หลักเขตแดนบางหลักห่างกัน 1 กิโลเมตร บางหลักห่างกัน 5 กิโลเมตร บางหลักห่างกัน 10 กิโลเมตร การมองเห็นพื้นดินจะไม่เห็นเส้นเขต ดังนั้นก็มีบ้างที่จะล้ำกันไปล้ำกันมา ซึ่งพื้นที่ตรงนี้จะสร้างรั้วในลักษณะถาวร โดยมีการพูดคุยกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดให้เร่งรัดดำเนินการในจุดที่ดำเนินการได้ คือพื้นที่ที่จุดหลักเขตสามารถตกลงกันได้แล้วก็ดำเนินการก่อสร้างรั้วในหลักเขตนั้น

และสุดท้ายคือการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งหน่วยที่รับผิดชอบหลักคือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกองทัพพร้อมให้การสนับสนุน

#ปราสาทตาควาย

#กองทัพบก

#กลาโหม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...