โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมเนียม 'ไว้ทุกข์' | ธงทอง จันทรางศุ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 19 พ.ย. 2568 เวลา 11.51 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2568 เวลา 16.58 น.

หลังลับแล มีอรุณรุ่ง | ธงทอง จันทรางศุ

เช้าวันนี้ผมตื่นขึ้นมาพร้อมกับเปิดโทรศัพท์เพื่ออ่านข้อความใน LINE ตามปกติ มีคำถามที่เพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่งส่งมาถามโดยแจ้งในเบื้องต้นว่าเป็นคำถามที่รับมาอีกทอดหนึ่ง ผมเห็นว่าคำถามน่าสนใจดีครับ

ผู้ถามต้นทางถามมาว่า

“หนูจะไปงานศพพระ ปกติงานศพพระใส่ชุดขาว ถ้าจะทำบุญถวายก็ต้องแต่งดำ ไหมคะ ขอปรึกษาหน่อยนะคะ”

ผมอ่านคำถามแล้วก็อึ้งไปอยู่ครึ่งวินาทีก่อนจะตั้งสติแล้วอธิบายกับตัวเองว่า ท่านผู้เป็นเจ้าของคำถามมีความเข้าใจเป็นเบื้องต้นว่าถ้าไปงานศพพระแล้วต้องแต่งขาวเสมอไป ความเข้าใจอย่างนี้ย้อนแย้งกับคำถามในประโยคที่สองที่ได้ข้อมูลว่าถ้าไปงานทำบุญให้พระต้องแต่งดำ ผู้ถามจึงเกิดความสับสนว่าจะทำอย่างไรดีกับชีวิต

ก่อนที่ผมจะนึกอะไรต่อไปให้ตัวเองพลอยสับสนมากยิ่งขึ้น ผมกำหนดประเด็นคำถามเสียใหม่ว่า ไปงานศพพระแต่งกายไว้ทุกข์อย่างไรดี แค่นี้เห็นพอกระมังครับ

อันที่จริงเรื่องการไว้ทุกข์หรือการไปงานศพโดยแต่งกายให้ถูกต้องตามประเพณีนั้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่งานศพของพระหรืองานศพของญาติพี่น้องเราเท่านั้น

แม้ไปงานศพของผู้อื่นเราต้องไว้ทุกข์ด้วย

และการไว้ทุกข์ก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่งานศพเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น งานพระบรมศพสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงในขณะนี้ การไว้ทุกข์มิได้จำกัดเฉพาะแต่ผู้ที่ไปร่วมงานพระบรมศพเท่านั้น

หากแต่เป็นการไว้ทุกข์ตลอดเวลาหนึ่งปีหรือตามกำหนดจำนวนวันที่ผู้ประสงค์จะไว้ทุกข์กำหนดหมายไว้ในใจตัวเอง

ผมเองคิดว่าในเมื่อคำถามอย่างนี้มาถึงตัวแล้ว วันนี้น่าจะเป็นโอกาสที่เรามาพูดกันถึงเรื่องไว้ทุกข์ให้เป็นเรื่องเป็นราวดีไหมครับ

ขึ้นต้นตั้งแต่ความตายหรือความพลัดพรากนั้นเป็นวิสัยของโลกที่ไม่มีใครหนีพ้น และทุกครั้งที่มีความทุกข์เช่นนี้เกิดขึ้น ย่อมทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือคุ้นเคยด้วยฐานะต่างๆ จะเกิดความโศกเศร้า

การแต่งกายประดับประดาด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ต่างๆ ที่อันวิจิตรสวยงามตามปกติก็ไม่อยู่ในอารมณ์ที่จะปฏิบัติเช่นนั้นเสียแล้ว

เสื้อผ้าสีสดที่แสดงถึงความรื่นเริงในอารมณ์ก็ไม่อยากหยิบมาใส่ ใจคออยากจะแต่งกายแต่เพียงเพื่อความเรียบร้อย เพื่อทำหน้าที่การงานต่างๆ ต่อไปตามปกติ

ยิ่งถ้าจะต้องเป็นการไปจัดงานศพหรือไปร่วมงานศพ การเลือกสีเสื้อผ้าอาภรณ์ก็ยิ่งเคร่งครัดมากขึ้น

สีที่นิยมว่าเป็นสีที่ไม่ฉูดฉาด เหมาะสำหรับการแต่งกายในสถานการณ์เช่นนั้น

ทั่วทั้งโลกนิยมกันว่าถ้าไม่เป็นสีดำก็เป็นสีขาว

ความโศกเศร้าที่มีอยู่ในใจเช่นนี้ ในอดีตสมัยไม่ได้นึกถึงเรื่องการแต่งกายด้วยเครื่องนุ่งห่มต่างๆ เท่านั้น

แม้กระทั่ง “ผม” ซึ่งอยู่กับเนื้อตัวร่างกายเราและเป็นเครื่องประดับหน้าตาให้มีความสวยงามก็โกนออกเสียด้วย เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความทุกข์ครั้งสำคัญที่ตนกำลังได้รับ

ธรรมเนียมบ้านเมืองของเราแต่โบราณเมื่อมีการไว้ทุกข์ใหญ่ เช่น มีเหตุสวรรคตของพระเจ้าแผ่นดิน จะมีประกาศของทางการให้คนทั้งแผ่นดินโกนหัวทั้งหมด

เว้นแต่ผู้คนที่อยู่ตามหัวเมืองชายแดนโดยเฉพาะอย่างยิ่งชายแดนด้านตะวันตกซึ่งมีศึกสงครามมาจากด้านนั้นบ่อยครั้ง จะมีหมายประกาศยกเว้นว่า ผู้คนพลเมืองย่านนั้นไม่ต้องโกนหัว เพราะเกรงว่ากองสอดแนมของผู้เป็นอมิตรจะสังเกตเห็นได้และรู้ว่าเมืองไทยกำลังผลัดแผ่นดิน

ชะดีชะร้ายจะฉวยโอกาสยกทัพเข้ามารุกรานบ้านเรา จึงต้องปิดความข้อนี้ไม่ให้เขาล่วงรู้ได้

สังเกตไหมครับว่าการไว้ทุกข์ด้วยวิธีโกนหัวนั้น ผู้มีหน้าที่ต้องปฏิบัติคือราษฎรทั้งปวง และทางราชการเป็นผู้ออกประกาศกำหนดให้ทุกคนต้องทำอย่างนั้น

ถ้าเป็นการลงทะเบียนเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยก็ต้องบอกว่าเป็นวิชาบังคับ ไม่ใช่วิชาเลือก ทุกคนทั้งประเทศต้องทำเหมือนกันหมด

แต่ประเพณีเรื่องนี้ก็ผ่อนคลายลงไปตามกาลสมัย ธรรมเนียมการโกนหัวเมื่อต้องไว้ทุกข์แผ่นดินคือเมื่อพระเจ้าแผ่นดินสวรรคตนั้นเลิกไปกว่าร้อยปีแล้ว คงเหลือแต่เรื่องของการไว้ทุกข์ด้วยการแต่งกายตามขนบไว้ทุกข์ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงไปตามวันเวลา

โปรดสังเกตว่าเมื่อสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงเสด็จสวรรคตคราวนี้ มีประกาศของสำนักพระราชวัง กำหนดให้พระราชวงศ์และข้าทูลละอองธุลีพระบาท ซึ่งเราอาจจะกำหนดความเข้าใจได้ว่า เป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดหรือเป็นผู้ที่อยู่ในราชสำนักนั้นเลยทีเดียวไว้ทุกข์ถวายมีกำหนดหนึ่งปี

ส่วนในทางราชการก็จะมีประกาศตามมติของคณะรัฐมนตรีให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐไว้ทุกข์ถวายมีกำหนดหนึ่งปีเช่นเดียวกัน

ประกาศของสำนักพระราชวังและประกาศของทางราชการตามมติคณะรัฐมนตรีมิได้ครอบคลุมไปถึงการปฏิบัติของประชาชนแต่อย่างใด

ประชาชนจะไว้ทุกข์ถวายด้วยความรำลึกนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณด้วยวิธีอย่างไร ยาวนานเท่าใด เป็นเรื่องที่แต่ละบุคคลจะปฏิบัติตามที่ตัวเองเห็นเหมาะสม

หรือบางกรณีถ้าเป็นเรื่องของหมู่คณะ เช่น เป็นผู้ปฏิบัติงานอยู่ในบริษัทเอกชน ผู้บริหารและผู้ทำงานอยู่ในองค์กรบริษัทนั้นจะตกลงกันร่วมกันเช่นไร ก็สุดแต่จะตกลงเห็นสมควรร่วมกัน

เรื่องสีของเสื้อผ้าที่แต่งกายไว้ทุกข์ ก็เป็นเรื่องที่อภิปรายกันมากว่าต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีอะไรจึงจะถูกต้องหรือเหมาะสม

ผมซึ่งเป็นคนอ่านหนังสือมามากพอสมควรและอยู่ในโลกนี้มายาวนานพอสมควรด้วยเช่นเดียวกัน อยากจะให้ข้อมูลในชั้นต้นว่า สีเสื้อผ้าของการแต่งกายไว้ทุกข์นั้นแต่เดิมมา เช่น ในสมัยรัชกาลที่ห้า ก็วนอยู่ในโทนสีประมาณสีดำหรือสีขาว และอาจจะมีสีอื่นที่ไม่ฉูดฉาดด้วย ตามฐานะความสัมพันธ์ระหว่างผู้ไว้ทุกข์กับผู้วายชนม์

เช่น ในระหว่างเครือญาติ ถ้าคนไว้ทุกข์อายุมากกว่าคนตาย ผู้ไว้ทุกข์จะแต่งกายสีดำ

ในทางตรงกันข้าม ถ้าคนไว้ทุกข์อายุน้อยกว่าคนตาย ผู้ไว้ทุกข์ก็จะแต่งกายสีขาว

แต่ถ้าเป็นการไว้ทุกข์ให้กับผู้ที่มิได้เป็นเครือญาติ ผู้ไว้ทุกข์ก็จะแต่งกายด้วยสีม่วงแก่หรือสีน้ำเงินแก่

แต่หลักนี้ก็ยังมีข้อยกเว้นอีกนะครับ เช่น ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ในงานศพพระราชธิดาพระองค์หนึ่ง คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนศรีสุนทรเทพ ซึ่งทรงพระเมตตาเป็นที่ยิ่ง งานพระศพเจ้าฟ้าพระองค์นั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ ทรงพระภูษาขาวเขียนทอง โดยรับสั่งว่า “ลูกคนนี้รักมาก ต้องแต่งขาวให้”

กรณีเหตุการณ์นี้น่าจะถือเป็นข้อยกเว้นของการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยสีขาว ว่ามิได้หมายถึงประเด็นเรื่องอายุแก่อ่อนกว่ากันเท่านั้น หากแต่เป็นประเด็นเรื่องความผูกพันใกล้ชิดเป็นพิเศษด้วย

อย่างไรก็ดี ต่อมาเมื่อประมาณปี 2480 เศษ ประเพณีไว้ทุกข์ของไทยได้เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญตามแนวทางที่รัฐบาลกำหนดให้การแต่งกายไว้ทุกข์ใช้สีดำเป็นหลักในทุกกรณี และเป็นแนวทางที่ถือปฏิบัติมาจนถึงทุกวันนี้

แต่โปรดสังเกตได้ว่า นอกจากการไว้ทุกข์ด้วยเครื่องแต่งกายสีดำแล้ว สีขาวก็ยังเป็นอีกสีหนึ่งที่ส่วนรวมทั่วไปเห็นว่าเป็นการแต่งกายไว้ทุกข์ที่ไม่ผิดไปจากขนบธรรมเนียมแต่อย่างใด

ตัวผมเองเวลานี้ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการไว้ทุกข์ถวายสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ผมก็ถือหลักเช่นนี้แหละครับ คือแต่งกายด้วยสีดำเป็นพื้น ถ้าแต่งสากล มีเสื้อนอกมีกางเกงมีเนกไท ผมมีเสื้อเชิ้ตขาวก็ใช้ประกอบการแต่งกายได้ ไม่ถึงกับเดือดร้อนต้องไปหาเสื้อเชิ้ตดำมาสวมใส่

เสื้อนอกนั้นถึงแม้จะมีสีเข้มหรือสีดำแล้วก็ตามที แต่ต้องใส่ปลอกแขนสีดำที่ต้นแขนซ้ายด้วยจึงจะครบถ้วนถูกต้องตามแบบ

ถ้าเป็นการแต่งกายอย่างลำลอง เช่น ไปธุระส่วนตัวในวันเสาร์อาทิตย์ หรือไปกินข้าวกับเพื่อนในวันไหนก็ตาม ผมอาจเลือกแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีดำ สีขาว สีเทา หรือสีทั้งสามผสมกันอยู่ในเสื้อตัวเดียวก็เป็นได้

อนึ่ง ถ้าเป็นการแต่งกายด้วยเครื่องแบบที่สีไม่ฉูดฉาดแล้ว ผมมีความเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเพิ่ม “ไว้ทุกข์” เข้าไปอีก

เมื่อมีผู้ถามผมถึงเรื่องการประดับริบบิ้นที่ทำด้วยผ้าบ้างหรือโลหะทำเป็นรูปริบบิ้นบ้าง ว่าผมมีความเห็นอย่างไร ความเห็นส่วนตัวของผมมีอยู่ว่า ถ้าแต่งกายไว้ทุกข์ครบถ้วนตามขนบหรือแต่งเครื่องแบบที่สีไม่ฉูดฉาดแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องประดับริบบิ้นเพิ่มเติมเข้าไป

ตัวอย่างเช่น นิสิตชายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อนุ่งกางเกงสีดำหรือนุ่งกางเกงสีน้ำเงินเข้ม สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว นิสิตหญิงแต่งกายชุดนิสิตเรียบร้อยสวยงาม กระโปรงสีดำหรือกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม สวมเสื้อเครื่องแบบนิสิตหญิง รวมตลอดถึงข้าราชการทหารตำรวจที่แต่งกายสีตามเหล่า เช่น ตำรวจแต่งสีน้ำตาล ทหารบกแต่งสีเขียว ในเมื่อเป็นเครื่องแบบที่สีไม่ฉูดฉาดบาดตาแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องหาริบบิ้นสีดำไปประดับร่างกายไว้ตรงโน้นตรงนี้แต่อย่างใด

แต่ถ้าเครื่องแบบของเราเป็นเครื่องแบบที่สีสะดุดตาอยู่สักหน่อย เช่น สีแดง หรือสีฟ้า ถ้าท่านประสงค์จะนำริบบิ้นอย่างที่ว่ามาประดับไว้ตรงหน้าอกหรือที่ต้นแขนซ้ายขวาตามที่ท่านเห็นสมควร

ผมก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย

เห็นไหมครับว่าธรรมเนียมการแต่งกายไว้ทุกข์ก็ไม่ได้หยุดนิ่งอยู่กับที่ แต่มีความเปลี่ยนแปลงมาตามวันเวลาที่เดินหน้าไป

เรื่องอย่างนี้ผมทำใจให้เป็นกลางไว้แล้วมีความสุขครับ

ความสุขใจของผม คือ ผมอยากแต่งกายไว้ทุกข์ถวายผมก็ปฏิบัติด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและด้วยความพร้อมของผมเอง โดยไม่จำเป็นต้องไปเพ่งโทษผู้อื่น

แต่ละคนแต่ละสถานะมีข้อจำกัดข้อพิจารณาไม่เหมือนกัน

บางคนอยากจะไว้ทุกข์ด้วยเสื้อผ้าสีดำแทบตาย แต่ทั้งบ้านมีเสื้อสีดำอยู่ตัวเดียว ก็จำเป็นอยู่เองที่จะทนใส่เสื้อตัวเดียวไปทุกวันไม่ได้ จะซื้อหาใหม่ก็เป็นราคาทั้งนั้น แบบนี้จะติดริบบิ้นหรือไม่ติดริบบิ้น จะไว้ทุกข์ถวายอย่างไร ยาวนานเพียงใด ผมไปคิดแทนคนอื่นไม่ได้ครับ

คนถามตั้งคำถามมานิดเดียว คนตอบตอบเสียยืดยาวเชียว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธรรมเนียม ‘ไว้ทุกข์’ | ธงทอง จันทรางศุ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...