ที่เที่ยวในซูโจว 8 แห่ง | เก็บครบทุกไวบ์ใน 1 วัน! ‘เวนิสแห่งตะวันออก’
ใครที่เบื่อความวุ่นวายในเมืองใหญ่อย่าง หรือใครกำลังมองหาทริปสั้นๆ วันเดียวจบเราแนะนำให้มาเที่ยวที่ซูโจว เราขอแนะนำให้เพื่อนๆ ลองมา ‘ซูโจว’ (Suzhou) เมืองมรดกโลกที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘เวนิสแห่งตะวันออก’ เลย เพราะที่นี่คือศูนย์รวมของความงามเหนือกาลเวลาที่ผสมผสานความเก่าแก่ของคลองโบราณ และสวนสวยระดับโลก แถมเข้ากันความชิคของคาเฟ่สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เป็นการหลีกหนีความวุ่นวายมาพักใจในบรรยากาศสโลว์ไลฟ์ที่โคตรดี! พร้อมแล้วไปอ่าน 8 ที่เที่ยวในซูโจว กันเลย
ทำไมต้องมา ที่เที่ยวในซูโจว ?
ดินทางง่ายสุดๆ แค่นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเซี่ยงไฮ้แค่ 25-40 นาที เท่านั้น! บางทีอาจจะเร็วเท่ากับการเดินทางในเมืองใหญ่เลยนะ ทำให้ซูโจวเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทริปไปเช้า-เย็นกลับ ไม่ต้องแบกกระเป๋ามาให้วุ่นวายแถมยังเป็นเมืองมรดกโลกและสถาปัตยกรรมระดับมาสเตอร์พีซ เมืองซูโจวนี้มีประวัติศาสตร์กว่า 2,500 ปี ทุกมุมเมืองจึงเต็มไปด้วยเรื่องราว โดยเฉพาะ สวนจีนโบราณที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO และสถาปัตยกรรมสุดปังของ I.M. Pei สถาปนิกคนดัง!
สถาปัตยกรรม & สวนมรดกโลก: ที่เที่ยวในซูโจว สไตล์หรูหรา
Suzhou Railway Station (สถานีรถไฟซูโจว)
หากพูดถึงสถานีรถไฟที่ผสมผสานความเก่าแก่และความทันสมัยได้อย่างลงตัวที่สุดในจีน ชื่อของ Suzhou Railway Station นี่ต้องติดอันดับอย่างแน่นอน นี่ไม่ใช่แค่สถานีขนส่ง แต่เป็นผลงานสถาปัตยกรรมชิ้นเอก ที่สะท้อนจิตวิญญาณของเมืองซูโจว โดยตัวอาคารของสถานีรถไฟซูโจวใหม่ (พึ่งเปิดใช้งานในปี 2013) โดยมีออกแบบที่ผสมผสานสถาปัตกรรมแบบดังเดิมกับความทันสมัย ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมท้องถิ่น คือ สถาปัตยกรรมแบบ “เจียงหนาน” (Jiangnan) แบบบ้านเรือนทางตอนใต้ของแม่น้ำแยงซี ที่เน้นความเรียบง่ายและเส้นสายที่อ่อนโยน แถมดีไซน์เนอร์ได้หยิบยืมและตีความรูปทรงของ “ผนังหัวม้า” (Horse-head wall) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบ้านเรือนพื้นเมืองในซูโจว
Suzhou Museum (พิพิธภัณฑ์ซูโจว)
สถาปัตยกรรมสุดมินิมอลโดยปรมาจารย์ I.M. Pei (คนเดียวกับที่ออกแบบพีระมิดลูฟวร์) Pei เป็นชาวซูโจวโดยกำเนิด การออกแบบจึงเป็นการผสมผสานความเรียบง่ายสมัยใหม่เข้ากับภูมิทัศน์แบบจีนโบราณได้อย่างลงตัว ผนังสีขาวตัดกับเงาในสระน้ำคือ งานศิลป์ ที่เเพื่อนๆสามารถจะเดินถ่ายรูปได้เป็นชั่วโมง แถมด้านในจัดแสดงโบราณวัตถุแบบเรียบง่ายแต่ให้ฟีลมีความขลัง บอกเลยว่า ที่เที่ยวในซูโจว แห่งนี้พลาดไม่ได้จริงๆ
เปิด: 9:00 น. – 17:00 น.(เปิดให้เข้าชมรอบสุดท้ายเวลา 16:00 น.)
ปิด: ทุกวันจันทร์
ราคา: ฟรี (แต่ต้องจองล่วงหน้า)
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 4 ไปลงที่ สถานี Beisita Pagoda ทางออก 4 และเดินต่อไปอีกประมาณ 8-10 นาที (ประมาณ 800 เมตร) จะถึงพิพิธภัณฑ์ซูโจว
Big Bell Pagoda (เจดีย์ระฆังยักษ์)
สำหรับใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวในซูโจว เพื่อพักใจจากความวุ่นวายของการเที่ยวชมเมืองซูโจว เราขอแนะนำให้แวะมาที่บริเวณ Big Bell Pagoda (เจดีย์ระฆังยักษ์) เลยนะ ซึ่งมักจะเชื่อมโยงกับ วัดหานซาน (Hanshan Temple) ที่มีชื่อเสียงเรื่องระฆังศักดิ์สิทธิ์ ที่นี่ให้ฟีลเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาดจีนโบราณเลยละ ไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการได้สัมผัสและ ตีระฆังยักษ์ ด้วยตัวเอง ซึ่งเค้าเชื่อกันว่าจะช่วยขับไล่สิ่งไม่ดีและนำโชคลาภมาให้ เราว่าเป็นประสบการณ์ที่ทั้งศักดิ์สิทธิ์และน่าประทับใจมาก และหากใครมีอกาสอย่าลืมขึ้นไปบนเจดีย์โบราณเพื่อชมวิวมุมสูงของวัดและแม่น้ำด้วยนะ เพราะเป็นจุดถ่ายรูปสวย ๆ ที่ให้ความรู้สึก ฟีลกู๊ด ได้อย่างสมบูรณ์แบบจริงๆ
เปิด: 7:30 น. – 18:00 น.
ราคา: 20 หยวน
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 1 มาลงที่ สถานีซื่อหยวนลู่ (Xiyuan Road Station) ออกจากสถานีแล้วต่อรถแท็กซี่ หรือรถเมล์ต่อไปยังวัดหานซาน (Hanshan Temple) ซึ่งอยู่ห่างออกไปประมาณ 2-3 กิโลเมตร
Humble Administrator’s Garden (สวนจัวเจิ้งหยวน)
สวนคลาสสิกของจีนที่ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกจาก UNESCO! ที่มีทั้งศาลา บ่อน้ำ สะพานเล็กๆ ที่จัดวางได้ลงตัวจนเหมือนหลุดเข้าไปในภาพวาด แถมสวนแห่งนี้เป็นสวนที่ใหญ่ที่สุดในซูโจว และเป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของปรัชญาการใช้ชีวิตแบบจีนโบราณ แค่เดินชมความร่มรื่น เราว่าก็รู้สึกฟีลกู๊ด สุดๆ ใครจะมาที่เที่ยวในซูโจวแห่งนี้แนะนำให้เผื่อเวลาเดินเล่นที่นี่เยอะๆ
เปิด: 7:30 น. – 17:30 น.
ราคา: 80 หยวน
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสถานี Beisi Pagoda (สาย 4) ซึ่งอยู่ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ซูโจว แล้วเดินต่อหรือนั่งแท็กซี่/รถบัสในระยะทางสั้นๆ
จองตั๋วล่วงหน้าได้ที่: ส่วนลดเพิ่มเติมจาก Gograph Journey: [ TRIP ] [ AGODA ][ BOOKING ] [ TRIP ] [ KLOOK ] [ EXPEDIA ]
ที่เที่ยวในซูโจว สไตล์สโลว์ไลฟ์
Suzhou Fengqiao Scenery Spot & Maple Bridge (Feng Qiao)
อีกสถานที่ เที่ยวในซูโจว ที่ต้องมาเลย คือ ที่นี่ Suzhou Fengqiao Scenery Spot & Maple Bridge (Feng Qiao) เพราะเป็นสถานที่ที่ทำให้ซูโจวถูกเรียกว่า ‘เวนิสแห่งตะวันออก’ ซึ่งมีสะพานโบราณริมคลองใหญ่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะสะพานเมเปิ้ลที่เป็นตำนานบทกวีของ จางจี้ (Zhang Ji) กวีสมัยราชวงศ์ถัง “การจอดเรือยามคืนที่สะพานเมเปิ้ล” บรรยากาศดีงาม ยิ่งตอนกลางคืนจะยิ่งโรแมนติกเป็นพิเศษเลยละ
เปิด: 8:00 น. – 15:00 น.
ราคา: ฟรี
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟรถไฟใต้ดินสาย 2 มาลงที่ สถานี Hanshan Temple
Hanshan Temple (วัดหานซาน)
สำหรับใครที่กำลังมองหา ที่เที่ยวในซูโจว เพื่อขอพร เราขอแนะนำให้มาที่วัดหานซานที่อยู่ติดกับสะพานเมเปิ้ลเลย เป็นวัดพุทธที่มีความศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ เป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 1,400 ปี และเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากบทกวีอันโด่งดังของจาง จี้ (Zhang Ji) สมัยราชวงศ์ถัง ไฮไลต์ที่เราว่าต้องไป คือ การตีระฆังยักษ์เพื่อขอพรขับไล่สิ่งไม่ดี แล้วที่สำคัญใครอยากชมวิวสวยๆ ก็อย่าลืมขึ้นไปชมเจดีย์โบราณด้านบนเพื่อชมวิวมุมสูงของวัดและแม่น้ำด้วยนะ
เปิด: 7:30 น. – 18:00 น.
ราคา: 20 หยวน
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ลงที่ สถานี Hanshan Temple หรือ สถานี Shilu จากสถานีรถไฟใต้ดินสามารถต่อรถประจำทางหรือนั่งแท็กซี่ไปวัดได้
จองตั๋วล่วงหน้าได้ที่: ส่วนลดเพิ่มเติมจาก Gograph Journey: [ TRIP ] [ AGODA ][ BOOKING ] [ TRIP ] [ KLOOK ] [ EXPEDIA ]
Pingjiang Street (ถนนผิงเจียง)
ถนนสายประวัติศาสตร์ที่ขนานไปกับคลองเล็กๆ ฟีลเหมือนย่านเมืองเก่าที่ยังมีชีวิตชีวา เราจะได้เห็นอาคารแบบ”มาโถ่วฉีอู่” (หลังคาทรงเกวียน) และกำแพงสีขาวตัดกับกระเบื้องสีดำ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซูโจวเลยนะ แถมยังมีร้านค้า คาเฟ่เก๋ๆ ร้านของฝากน่ารักๆ ตลอดทาง ใครที่อยากแต่งชุดโบราณแบบจีนต้องลองเช่าชุดฮั่นฝูมาเดินถ่ายรูปที่นี่เลยนะ หรือใครที่อยากได้ประสบการณ์แบบดั้งเดิม เราก็สามารถเช่าเรือพายไม้ชมวิวไปได้อีกแบบ
ราคา: ฟรี
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย1 ไปลงที่ สถานี Xiangmen ทางออก 3 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็จะถึงถนนผิงเจียง
Shantang Street (Qili Shantang – ถนนซานถัง)
ถนนเก่าแก่กว่า 1,200 ปี ที่สุดของความคลาสสิก! ถนนเส้นนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์ถัง โดย ไป๋จวีอี้ กวีชื่อดัง ทั้งสองฝั่งคลองเต็มไปด้วยอาคาร สะพานหินโบราณ เช่น สะพานหู่ชิวฉาน) และเรือพายไม้ที่แล่นผ่านไปมา ยิ่งตอนค่ำๆ จะยิ่งสวยเพราะเค้าจะเปิดโคมไฟสีแดง ทำให้บรรยากาศดูโรแมนติกมากๆ แถมยังเต็มไปด้วยร้านขายของฝากหลากหลาย, ร้านอาหารท้องถิ่น, ร้านขนมซูโจว, และของที่ระลึกที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมจีนมากมาย
ราคา: ฟรี
วิธีการเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ไปลงที่ สถานี Shantang Street ออกจากสถานีแล้วเดินต่ออีกประมาณ 5–10 นาที
สรุป ที่เที่ยวในซูโจว ตามไวบ์
สถานที่ (ชื่อไทย/อังกฤษ) สไตล์ (Vibe) เวลาเปิด/ปิด (น.) ราคาเข้าชม (หยวน) วิธีการเดินทาง (Metro) Suzhou Museum (พิพิธภัณฑ์ซูโจว) สถาปัตยกรรมสุดมินิมอล 9:00 – 17:00 (ปิดวันจันทร์) ฟรี (ต้องจอง) สาย 4 ลง Beisita Pagoda (ทางออก 4) Humble Administrator’s Garden (สวนจัวเจิ้งหยวน) สวนมรดกโลก UNESCO 7:30 – 17:30 80 สาย 4 ลง Beisita Pagoda (เดินต่อ) Big Bell Pagoda (เจดีย์ระฆังยักษ์) วัด/ศักดิ์สิทธิ์/ตีระฆัง 7:30 – 18:00 20 สาย 1 ลง Xiyuan Road (ต่อแท็กซี่/รถเมล์) Hanshan Temple (วัดหานซาน) วัด/ประวัติศาสตร์ 7:30 – 18:00 20 สาย 2 ลง Hanshan Temple Suzhou Fengqiao (สะพานเมเปิ้ล) คลองโบราณ/โรแมนติก 8:00 – 15:00 ฟรี สาย 2 ลง Hanshan Temple Pingjiang Street (ถนนผิงเจียง) คลองโบราณ/Slow Life ฟรี ฟรี สาย 1 ลง Xiangmen (ทางออก 3) Shantang Street (ถนนซานถัง) คลองโบราณ/Romantic Night ฟรี ฟรี สาย 2 ลง Shantang Street Lingering Garden (สวนหลิวหยวน) สวนมรดกโลก UNESCO 07:30 – 17:30 80 สาย 6 ลง Zhuozhengyuan (ทางออก 1)
go to top
ทำความรู้จัก ประเทศจีน กันก่อน!
- China Urban Tips 101 – เทคนิคเที่ยวจีน ง่ายๆ ในรีวิวเดียว
- 6 แอป ที่ต้องมี ก่อนไปเที่ยวจีนด้วยตัวเอง | GO101 China EP.1
All-Time Favorite Cities | เมืองฮิตตลอดกาล
- รีวิว ปักกิ่ง Universal Beijing Resort
- รีวิว เซี่ยงไฮ้ ย่านหรู แนะนำที่พัก — รออัพเดท
- รีวิว กวางโจวเล่น Snowboard หน้าร้อน แนะนำที่พัก — รออัพเดท
- รีวิว 10 โรงแรมหรู ย่านใหม่ มีดีไซน์ — รออัพเดท
- รีวิว แพลนเที่ยว ฉงชิ่ง แนะนำที่พัก — รออัพเดท
New Cool Hotspots | เมืองฮิตในหมู่วัยรุ่นจีน
- รีวิว แพลนเที่ยว หางโจว แนะนำที่พัก — รออัพเดท
- รีวิว Homestay หางโจว น่ารักมาก ราคาดี — รออัพเดท
- รีวิว แพลนเที่ยว ฉางชา เมืองฮิป แนะนำที่พัก — รออัพเดท
- รีวิว แพลนเที่ยว เฉินตู แนะนำที่พัก — รออัพเดท