โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

กกต. ขึงกติกาเข้ม ห้ามคนนอกหาเสียงมั่ว ย้ำอำนาจอยู่ที่ประชาชน ใครฝ่าฝืนมีเลือกตั้งใหม่

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 12 ม.ค. เวลา 14.24 น.

กกต. ขึงกติกาเข้ม ห้ามคนนอกหาเสียงมั่ว เตือนฉีกบัตร–ถ่ายบัตรผิดกฎหมาย ซ้อมใหญ่ก่อนเลือกตั้ง 1–8 ก.พ. ย้ำอำนาจอยู่ที่ประชาชน ใครฝ่าฝืนมีเลือกตั้งใหม่ พร้อมจับตาความมั่นคงชายแดน–ใต้ ประกาศเลือกตั้งต้องเดินหน้าอย่างโปร่งใส

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการนำคนนอกเข้ามาช่วบหาเสียงเลือกตั้ง ว่า การที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะนำบุคคลใดมาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคหรือบุคคลภายนอก ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามระเบียบกกต.ว่าด้วยผู้ช่วยค่าเสียงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้วเขาก็สามารถช่วยผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองหาเสียงได้ ซึ่งการแต่งตั้งผู้ช่วยหาเสียงมีค่าตอบแทน ซึ่งจะถูกคำนวณเป็นค่าใช้จ่าย โดยต้องรายงานต่อกกต.ให้ทราบ ทั้งก่อนดำเนินการ และหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้ง ต่อกกต.ประจำจังหวัด หากมีบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งตามที่แจ้ง จะต้องรายงานให้กกต.ทราบทันที

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า ในภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี แต่มีข้อสังเกตที่อาจเกิดข้อผิดพลาดจากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เช่น การฉีกบัตรเลือกตั้งในพื้นที่ 14 จังหวัด รวม 19 ราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่ค่อนข้างเยอะ และควบคุมได้ยาก เพราะบัตรอยู่ในมือประชาชน แต่เมื่อดูรายละเอียดรายบุคคล อาจเกิดจากการชำรุดโดยไม่ได้ตั้งใจ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย และยังมีการถ่ายรูปบัตรด้วย ซึ่งกฎหมายได้มีข้อห้ามไว้ เพราะเป็นการลงคะแนนโดยลับ นอกจากนี้ ยังมีข้อผิดพลาดที่อาจเกิดจาก กกต. เช่น พระสงฆ์ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ทำให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เกิดความสับสน จึงมีพระสงฆ์ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 1 รูป

เลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า ในวันที่ 1 ก.พ.ที่จะเป็นวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป (สส.) ล่วงหน้า และวันที่ 8 ก.พ.ที่จะเป็นวันเลือกตั้งจริง จะต้องมีการซักซ้อมก่อน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอีก โดยเบื้องต้นจะมีการซักซ้อม และจำลองเหตุการณ์ในหน่วยเลือกตั้ง ในวันที่ 15 ม.ค.นี้ จึงขอความร่วมมือสื่อมวลชนให้ร่วมกันไปติดตามทำข่าวเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบ

นายแสวง ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายกอบต. ท่าชะมวง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา มีคะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน มากกว่าคะแนนผู้สมัคร ว่า จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และผู้สมัครจะต้องมาลงสมัครใหม่ แต่ผู้สมัครคนเดิมจะไม่สามารถลงได้ ซึ่งนี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าประชาชนเป็นคนกำหนด อำนาจอยู่ที่ประชาชน โดยการเลือกตั้งครั้งใหม่ กกต.จังหวัดจะเป็นผู้เสนอวันเลือกตั้งใหม่เข้ามา และเบื้องต้นมีเหตุลักษณะนี้ปรากฏเพียงแค่ที่เดียว ส่วนที่ จ.อ่างทอง ยังไม่ได้รับการตรวจสอบ ว่า มีเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นหรือไม่

ส่วนกรณีที่ จ.ศรีสะเกษ มีการเลื่อนวันเลือกตั้ง นายกอบต. ในบางหน่วยนั้น จะสามารถนำมาปรับใช้กับวันเลือกตั้งทั่วไปได้หรือไม่ หากสถานการณ์ยังไม่ปกติ นายแสวง กล่าวว่า การเลือกตั้งนายกอบต. ที่ จ.ศรีสะเกษ กกต. สามารถจัดการเลือกตั้งในที่ 11 มกราคมได้ แต่ประชาชนไม่สะดวก เพราะก็ต้องเตรียมพร้อมทั้งเอกสาร และความเป็นอยู่ จึงได้มีการประชุมชี้แจงกันระหว่างกกต. จังหวัด และผู้ดำเนินการเลือกตั้ง จนได้ความเห็นตรงกันว่า ให้เลื่อนออกไปอีก 1 สัปดาห์ แต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่จะมีการเลือกตั้งเป็นการทั่วไป คาดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้ว

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิด และการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ว่า หากเป็นเรื่องความปลอดภัย กกต. มีความกังวลทั้งนั้น เพราะประชาชนก็คือผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง แต่โชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ใช่พื้นที่ที่ประชาชนไปรวมตัวกันจำนวนมาก ทำให้การเลือกตั้งนายกอบต. เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ผ่านไปด้วยดี

ส่วนการประเมินสถานการณ์วันเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันที่ 1 ก.พ. และวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 ก.พ. เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า เราก็ต้องรับฟังเรื่องความมั่นคง ว่าจะกระทบกับการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ชายแดนหรือที่ภาคใต้ แต่คาดว่าหากเป็นลักษณะของภาคใต้ ที่ไม่ได้กระทบในวงกว้างเหมือนปัญหาชายแดนและการบริหารจัดการจะซับซ้อนกว่า ก็คิดว่าสามารถรับมือได้ เพราะมีกฎหมายให้ทำได้ เช่น การย้ายหน่วย แต่ยังอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น ทั้งนี้ ก็ต้องดูความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนด้วย หรืออาจจะงดลงคะแนนหน่วยนั้นไปก่อนเพียงหน่วยเดียว และหากในวันเลือกตั้งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ คณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะเป็นผู้ตัดสินใจ

นายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต.กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร ว่า กกต.ได้มีการจัดส่งบัตรเลือกตั้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศก็คงไปดำเนินการในรูปแบบของแต่ละประเทศ ซึ่งในการออกเสียงลงคะแนนที่มีอยู่ 3 รูปแบบทั้งการออกเสียงทางไปรษณีย์ การจัดหน่วยเคลื่อนที่และการลงคะแนนที่สถานทูต ตามลักษณะของแต่ละประเทศคิดว่าน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อยส่วนการส่งบัตรเลือกตั้งสส.กลับมานับที่ประเทศไทย และการส่งต่อไปยังเขตเลือกตั้งต่างๆครั้งนี้ต้องดีขึ้นไปเรื่อยๆ ครั้งที่ผ่านมาก็ไม่เกิดข้อผิดพลาด ส่วนบัตรออกเสียงประชามติซึ่งจะนับที่ต่างประเทศเลยก็จะส่งคะแนนกลับมารวมที่ประเทศไทยภายใน 48 ชั่วโมง

เลขาธิการ กกต. กล่าวอีกว่า ส่วนภาพรวมการออกเสียงลงคะแนนในวันที่ 1 ก.พ 69สำหรับผู้ลงทะเบียนนอกเขต สำนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจะทำให้ดีขึ้นเรื่อยๆจำนวนคนที่บางแห่งไปลงทะเบียน 2-3 หมื่นคนและด้วยสถานที่จำกัดก็ต้องยอมรับว่าอาจไม่สะดวก 100% แต่จะอำนวยความสะดวกให้ดีขึ้น รวมทั้งสาระสำคัญของการอำนวยความสะดวกในการลงคะแนน เช่นการจ่าหน้าซองไม่ให้เกิดความสับสนเพราะในแต่ละที่มีคนทั้ง77จังหวัดไปลงในที่เดียวกัน เราจึงต้องจัดอำนวยความสะดวกทั้งเรื่องการลงคะแนนที่สะดวกสบาย หรือเรื่องที่จอดรถ ยืนยันว่า การจ่าหน้าซองในปีนี้ จะไม่เกิดความสับสนขึ้นอีก เพราะการกรอกเอกสาร กรรมการประจำหน่วยจะเป็นผู้รับผิดชอบเพื่อป้องกันความสับสน และให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอให้ประชาชนที่จะไปใช้สิทธิ์ได้ศึกษารายละเอียด ว่าลงทะเบียนเลือกตั้งไว้ที่ใดเพราะหน่วยเลือกตั้งค่อนข้างใหญ่กว่าหน่วยปกติ แต่ก็จะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและต้องเตรียมเอกสารที่นำไปใช้ในการแสดงตนขอใช้สิทธิ์เช่นบัตรประชาชนหรือบัตรที่หน่วยราชการออกให้ รวมถึงสามารถใช้ thai ID แสดงตนได้

ส่วนการจัดทำป้ายไวนิลข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครแต่ละเขตและพรรคการเมืองติดภายในหน่วยเลือกตั้งนั้น นายแสวง กล่าวว่า เป็นข้อปฏิบัติที่สำนักงานฯต้องทำเพื่ออำนวยความสะดวกประชาชน เพราะบัตรเลือกตั้งเป็นบัตรโหล มีแต่หมายเลขกับช่องลงคะแนน กกต.จะอำนวยความสะดวกโดยมีป้ายไวนิลที่มีข้อมูลผู้สมัครทุกคนของแต่ละเขตและหมายเลขของพรรคการเมือง เผื่อจะเผื่อประชาชนจดจำไม่ได้เมื่อเข้าไปมองเห็นก็จะได้กาเบอร์ไม่ผิด

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดบันทึกเทปเวที "Election Debate Thailand 2026" ประชันนโยบายระดับประเทศ ซึ่งวันนี้เป็นแรก ซึ่งเป็นกลุ่มพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร 300-400 เขต จำนวน 5 พรรค ได้แก่ พรรคเพื่อไทย ภูมิใจไทย ประชาชน ประชาธิปัตย์ และกล้าธรรม โดยประชันนโยบายใน 2 ประเด็น 1. ประเด็นด้านสังคม ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้ประชันนโยบายกับพรรคภูมิใจไทย และพรรคกล้าทำ โดยพรรคเพื่อไทยส่งน.ส. ธีราภา ไพโรหกุล ผู้สมัครสส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ส่วนพรรคภูมิใจไทยส่งนายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัครสส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ขณะที่พรรคกล้าธรรม เดิมนน.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เป็นตัวแทนแสดงวิสัยทัศน์ แต่ติดภารกิจปราศรัยหาเสียงที่จังหวัดร้อยเอ็ด จึงไม่สามารถมาเวทีประชันนโยบายได้

สำหรับประเด็นที่ 2 ด้านการศึกษา เป็นการประชันนโยบายระหว่าง พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคประชาชน โดยพรรคประชาธิปัตย์ส่ง น.ส.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดทนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนพรรคประชาชน ส่ง นายปารมี ไวจงเจริญ สส.แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาชน

ทั้งนี้การบันทึกเทปการประชันนโยบายจะมีขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-16 ม.ค. 2569 โดยออกอากาศสถานีโทรทัศน์ วิทยุ และสำนักข่าวออนไลน์ ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.2569 ในช่วงเวลา 05.00น.- 01.00น.วันถัดไป

นายเกรียงไกร พานดอกไม้ รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองหลังมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา ซึ่งเป็นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ว่า ขณะนี้ ยังมีเพียง 6พรรคการเมืองที่ส่งนโยบายมาให้ กกต.ตรวจสอบแล้ว คาดว่า ภายสัปดาห์นี้น่าจะมีพรรคการเมืองทยอยส่งมาให้ตรวจสอบเพิ่ม ภายในวันที่ 19 ม.ค.2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ทุกพรรคการเมืองจะต้องส่งตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 57

น.ส.ธีราภา ไพโรหกุล กรรมการบริหารเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้จัดทำนโยบายพรรคตาม ม.57จำนวน 50กว่านโยบาย ครอบคลุมการบริหารประเทศทุกด้าน แต่ละนโบายจะมีการระบุตัวเลขจำนวนงบประมาณที่จะใช้ ที่มาของเงินงบประมาณ วิธีการจัดสรรงบ ความคุ้มค่า ความเสี่ยง และประโยชน์ที่ประชาชนที่ได้รับอย่างชัดเจน ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจทานแก้ไขครั้งสุดท้าย คาดว่าจะสามารถนำส่งให้ กกต.ตรวจสอบได้ก่อนวันที่ 19ม.ค.นี้

ด้าน นายวราวุธ ศิลปอาชา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ในส่วนของพรรคภูมิไทย ทีมนโยบายที่นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้จัดทำร่างโยบายตาม ม.57 เกือบเสร็จ100เปอร์เซ็นต์แล้ว พร้อมจะส่งให้ กกต.ตรวจสอบได้ภายในสัปดาห์หน้า ยืนยัน ว่า นโยบายที่ต้องใช้เงินงบประมาณของพรรคแต่ละนโยบาย ไม่ใช่นโยบายประชานิยม และไม่ใช้งบประมาณแบบลด แลก แจก แถม ทุกนโยบายทำได้จริง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...