โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

หนึ่งเดียวในโลก ! รวมสุดยอดรถไฮเพอร์คาร์ไฮโซดัง

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 13 ม.ค. เวลา 02.00 น.

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ชื่อของ “ไฮโซคิม” หรือ เอกภัทร พรประภา กลายเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในบ้านเราอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเพราะภาพลักษณ์ชีวิตหรูหราระดับอภิมหาเศรษฐี เขาถือเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจมากที่สุดคนหนึ่งของประเทศ หลายคนรู้จักเขาเพราะความคลั่งไคล้ในเรื่องรถยนต์

สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้กับความชื่นชอบของเขา คือ คอลเลกชันรถยนต์ที่เรียกว่าเขาคือคนเดียวที่ครอบครอง “รถยนต์หายากระดับโลก และเป็นเจ้าของรถ One-Off ที่ไม่เคยปรากฏที่ไหนในโลกหลายคัน” เขาได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้แก่วงการนักสะสมรถยนต์ทั่วโลก วันนี้ Autoinfo พามาดูกันว่าเขามีรุ่นไหนไว้ครอบครองแล้วบ้าง

Bugatti Chiron Super Sport “Le Passage Du Temps”

ผลงานสุดพิเศษที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ “การไหลไปของกาลเวลา” ผ่านลวดลายงานศิลป์บนตัวถัง Bugatti Chiron Super Sport มาพร้อมดีไซจ์น Longtail เฉียบคม เพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ ตัวถังเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พละกำลังระดับ 1,600 แรงม้า ความเร็วปลายเกิน 440 กม./ชม. ความพิเศษรถรุ่นนี้ คือ การออกแบบลวดลายเฉพาะ สีน้ำเงินตัดสีดำ เป็นรถที่ไม่ได้สร้างมาให้แค่เร็ว แต่สร้างมาเพื่อ “เป็นอมตะ” เพียงหนึ่งเดียว

Lamborghini Essenza SCV12

ไฮเพอร์คาร์ตัวแข่งเวอร์ชันพิเศษจากค่ายกระทิงดุ คันนี้พิเศษที่การออกแบบสี ได้รับแรงบันดาลใจจาก “มวยไทย” ถ่ายทอดความดุดันผ่านลวดลาย และคาแรคเตอร์ตัวรถ แบ่งสีตัวรถสีทองตัดกับสีแดงด้านซ้าย สีน้ำเงินด้านขวา มาพร้อมเสียงเครื่องยนต์ V12 กำลังสูงสุด 830 แรงม้า เป็นรถที่ต้องใช้ขับแข่งในสนามเท่านั้น พร้อมด้วย Exclusive Club สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถ จำกัดจำนวนผลิตไว้เพียง 40 คัน

Lamborghini Urus Performante Essenza SCV12

อีกพโรเจคท์ที่ควบคู่กับ Essenza SCV12 ที่เรียกได้ว่า เป็นเอสยูวีที่ได้รับ DNA โดยตรง ขุมพลัง V8 ขนาด 4.0 ลิตร ให้กำลัง 666 แรงม้า ถูกถ่ายทอดคาแรคเตอร์ความดุดันมาเต็ม รถรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งจากแผนก Ad Personam ที่สามารถให้ลูกค้าเลือกสี วัสดุตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ได้อย่างอิสระ เป็น “กระทิงยกสูง” ที่หล่อ และโหดในคันเดียว จำกัดการผลิตเพียง 40 คัน

Lamborghini Countach (LPI 800-4)

การคืนชีพของตำนานยุค 70s เป็นรถที่สานต่อตำนานรถซูเพอร์คาร์ชื่อดังอย่าง Countach ที่มาพร้อมร่างยุคใหม่ ออกแนวดีไซจ์นเหลี่ยมย้อนยุคผสมเทคโนโลยีล้ำสมัย ขุมพลังเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร พ่วงระบบไฮบริดทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุดอยู่ที่ 814 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ 355 กม./ชม. ผลิตจำกัดเพียง 112 คันทั่วโลก คันนี้เป็นสีสั่งพิเศษ ทำให้มีเพียงคันเดียวในโลกเท่านั้น

Lamborghini Sian FKP37 Roer

ไฮเพอร์คาร์ไฮบริดคันแรกของค่ายที่ใช้ระบบ Supercapacitor แทนแบทเตอรีทั่วไป เน้นทั้งการประหยัดพลังงาน และสมรรถนะ เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร พละกำลังรวมทั้งระบบ 819 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุด 350 กม./ชม. ไฮไลท์คันนี้ คือ การออกแบบดีไซจ์นล้ำโลก เหมือนหลุดจากยานอวกาศ เป็นคันเดียวในโลกที่โชว์ลายคาร์บอนสีน้ำตาล พร้อมล้อสี Rose Gold ตัดกับสีส้ม ภายในเบาะ ตกแต่งโทนสีทองตัดส้ม ที่สำคัญสามารถเปิดยกหลังคาได้ ผลิตจำกัดเพียง 19 คันในโลก และคันนี้พิเศษสุดกับการเป็นรถคันสุดท้ายในไลน์ผลิต

Lamborghini Aventador SVJ63 Roer

กระทิงดุพี่ใหญ่ที่หลายคนรู้จัก คันนี้เป็นรุ่นพิเศษฉลอง 63 ปีของ Lamborghini และมีผลิตเพียง 63 คันเท่านั้น ใช้เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 770 แรงม้า ไร้ระบบอัดอากาศ แน่นอนว่าเสียงกระหึ่มอันหอมหวาน เป็นที่ชื่นชอบอย่างแน่นอน และคันนี้พิเศษเป็นรุ่นที่มาพร้อม Aero Part แบบพร้อมแข่งในรูปแบบสีฟ้ารอบคัน

Lamborghini Gallardo Squadra Corse

รุ่นส่งท้ายของ Gallardo ที่จัดเต็มสเปคแบบรถแข่ง มาพร้อมชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เต็มพิกัด ใช้เครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร ไร้ระบบอัดอากาศ กำลังสูงสุด 570 แรงม้า จุดเด่นรุ่นนี้ คือ การใช้วัสดุน้ำหนักเบา ดิบ ดุ และขับสนุกในแบบ Lamborghini จนรู้สึกว่าวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เยอะ ยุคคลาสสิคที่หาได้ยากขึ้นทุกปี

Pagani Imola Nāga Roer x Bvlgari

ที่สุดของความหรู ผสานกับที่สุดของงานฝีมือ Pagani ไฮเพอร์คาร์สัญชาติอิตาลีที่เป็นสุดยอดของวงการรถยนต์ได้จับมือ Bvlgari สุดยอดบริษัทเครื่องประดับสุดอลังการจากอีตาลี ครั้งนี้เป็นครั้งแรกกับสร้างผลงานระดับอัญมณีบนรถ 4 ล้อ ทุกรายละเอียด คือ Handcrafted ตั้งแต่คาร์บอนไฟเบอร์ชิ้นส่วนเป็นลวดลาย "NAGA" หรือพญานาค ไปจนถึงภายในมีการใช้เพชรแท้ในชิ้นส่วนภายนอกและภายใน เช่น หัวเกียร์แบบมรกตพร้อมทองคำ 24K เสมือนงานศิลป์มากกว่ารถยนต์ เครื่องยนต์ V12 AMG ให้กำลังสูงสุด 827 แรงม้า ที่สำคัญมีเพียงคันเดียวในโลกอีกด้วย

Rolls-Royce Dawn Landspeed

สุดยอดแบรนด์อัครยนตรกรรมจากเมืองผู้ดี คันนี้ได้แรงบันดาลใจจากรถที่สร้างสถิติวิ่งทางตรงความเร็วสูงสุด ด้วยรถ Thunderbolt ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ เครื่องบินจาก Rolls-Royce ขับโดยวิศวกรชาวอังกฤษ ร้อยเอกจอร์จ ไอสตัน (George Eyston) รถคันนี้ถ่ายทอดความหรูแบบเปิดประทุน พร้อมการตกแต่งสีพิเศษรอบคัน ภายในมีแผ่นโลหะสลักรูปรถแข่ง Land speed record “Thunderbolt” ด้วยเลเซอร์ พร้อมตัวเลขสถิติทำความเร็วสูงสุดในแต่ละครั้ง มีเส้น Coachline อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 25 คันในโลก

Rolls-Royce Phantom Tempus Collection

สุดยอดอัครยนตรกรรมอีกหนึ่งรุ่นที่ไม่พูดไม่ได้ Phantom รุ่นพิเศษคันนี้ที่ได้แรงบันดาลใจจาก “เวลา และจักรวาล” เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.75 ลิตร ให้พละกำลัง 563 แรงม้า คันนี้ลึกลับหรูหราด้วยสีพิเศษ Kairos Blue ที่มีเกล็ดไมกาคล้ายหมู่ดาว, เพดาน Starlight Headliner ลายดาวนิวทรอน Pulsar และแผงคอนโซลอลูมิเนียม 100 เส้นสะท้อนการโคจรของดวงดาว พร้อมกล่องแชมเปญ Tempus สุดพิเศษ และการสลักวันที่สำคัญบน Spirit of Ecstasy เน้นการดีไซจ์นภายในเปรียบเสมือนท้องฟ้ายามค่ำคืน พร้อมแนวคิดว่า “เวลา คือ สิ่งล้ำค่าที่สุด” รถที่สร้างมาเพื่อเจ้าของระดับโลกที่มีรสนิยมอย่างแท้จริง มีเพียง 10 คันในโลกเท่านั้น

มูลค่าของรถทั้งหมดในลิสต์นี้ ตัวเลขอาจแตะระดับ “หลายพันล้านบาท” ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สนับสนุนบางส่วนมองว่า การมีนักสะสมรถระดับโลกเป็นเจ้าของโดยคนไทย คือ การสร้างชื่อเสียง และ Soft Power ให้ประเทศ ทำให้ไทยถูกพูดถึงในวงการลักชัวรีระดับสากล แต่ตอนนี้หลายคนต่างตั้งคำถามแย้งว่า “ความหรูหรา” ไม่ได้เท่ากับ “ประโยชน์ต่อสาธารณะ” หากปราศจากความโปร่งใส และนั่นเองที่ทำให้สังคมเริ่มตั้งคำถามว่า ความมั่งคั่งระดับนี้ มาจากธุรกิจจริง หรือเป็นเพียงภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...