โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต.ใช้มาตรการลงโทษแพ่งอดีตบอร์ด AQUA ใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้น สั่งปรับ 19 ลบ. ห้ามเป็นผู้บริหาร 14 เดือน

efinanceThai

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2568 เวลา 02.06 น.

ก.ล.ต.ใช้มาตรการลงโทษแพ่งอดีตบอร์ด AQUA ใช้ข้อมูลภายในซื้อหุ้น สั่งปรับ 19 ลบ. ห้ามเป็นผู้บริหาร 14 เดือน

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -15 ธ.ค. 68 9:06: น.

ก.ล.ต.ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งอดีตกรรมการ AQUA ใช้ข้อมูบภายในเข้าซื้อหุ้น สั่งชดใช้เงินเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับ รวม 19.34 ล้านบาท พร้อมสั่งห้ามเป็นบอร์ด หรือผู้บริหารเป็นเวลา 14 เดือน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษทางแพ่งกับนายปกรณ์ มงคลธาดา ผู้กระทำความผิดกรณีซื้อหุ้นบริษัท อควา คอร์เปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) หรือ AQUA โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายใน และให้ชำระเงินตามมาตรการลงโทษทางแพ่งรวม 19,339,187 บาท รวมทั้งกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารเป็นเวลา 14 เดือน

ก.ล.ต. ได้รับข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลาดหลักทรัพย์ฯ) เมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2565 และตรวจสอบเพิ่มเติม พบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่า ในช่วงวันที่ 2 พฤศจิกายน 2564 25 มกราคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนที่ AQUA จะเปิดเผยข้อมูลภายในเกี่ยวกับกรณีที่ AQUA จะอนุมัติจำหน่ายหุ้นสามัญในบริษัทย่อยของ AQUA ให้กับบริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLANB และจะอนุมัติซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ PLANB ซึ่งส่งผลด้านบวกต่อการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น AQUA และผู้ลงทุนทั่วไปไม่อาจคาดการณ์ได้

นายปกรณ์ ซึ่งขณะนั้นเป็นกรรมการของ AQUA ที่ล่วงรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในดังกล่าวได้ซื้อหุ้น AQUA โดยใช้ข้อมูลภายในดังกล่าวก่อนที่ AQUA จะเปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 26 มกราคม 2565 เวลา 07.48 น.

การกระทำของนายปกรณ์เป็นความผิดฐานซื้อหลักทรัพย์โดยเป็นบุคคลซึ่งรู้หรือครอบครองข้อมูลภายในตามมาตรา 242(1) ประกอบมาตรา 243(1) ซึ่งมีบทกำหนดโทษตามมาตรา 296 มาตรา 296/2 และมาตรการลงโทษทางแพ่งตามมาตรา 317/4 และมาตรา 317/5 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535

คณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่ง (ค.ม.พ.) มีมติให้นำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้บังคับ* กับนายปกรณ์ โดยกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งให้นายปกรณ์ชำระค่าปรับทางแพ่ง ชดใช้เงินในจำนวนเท่ากับผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับ ชดใช้ค่าใช้จ่ายของ ก.ล.ต. เนื่องจากการตรวจสอบการกระทำความผิด เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 19,339,187 บาท และห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในบริษัทที่ออกหลักทรัพย์หรือบริษัทหลักทรัพย์ เป็นเวลา 14 เดือน

การกำหนดระยะเวลาห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารดังกล่าวข้างต้นจะมีผลนับตั้งแต่วันที่ผู้กระทำความผิดลงนามในบันทึกการยินยอมปฏิบัติตามมาตรการลงโทษทางแพ่งที่ ค.ม.พ. กำหนด หากผู้กระทำความผิดไม่ยินยอม ก.ล.ต. จะมีหนังสือขอให้พนักงานอัยการดำเนินการฟ้องคดีต่อศาลแพ่งเพื่อกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งในอัตราที่อัตราสูงสุดที่กฎหมายบัญญัติโดยไม่ต่ำกว่าอัตราที่ ค.ม.พ. กำหนด

ทั้งนี้ เงินค่าปรับทางแพ่งและเงินค่าชดใช้คืนผลประโยชน์ที่ได้รับหรือพึงได้รับจากการกระทำความผิดเป็นรายได้แผ่นดินที่นำส่งกระทรวงการคลัง

หมายเหตุ : *มาตรา 317/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2559 ให้การกระทำความผิดอาญาตามบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวดำเนินมาตรการลงโทษทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดได้

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...