โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ไอซ์” เดินช่วย “เท่าพิภพ” หาเสียง ท่ามกลางกระแสดรามาเปลี่ยนตัวผู้สมัครสีเทา ลั่นไม่ปล่อยให้ไปเป็น สส.888 หรือ รัฐมนตรีสีเทา

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 02 ม.ค. เวลา 05.54 น.

ศึกเลือกตั้ง กทม. เขต 33 “ไอซ์” เดินช่วย “เท่าพิภพ” หาเสียง ท่ามกลางกระแสดรามาเปลี่ยนตัวผู้สมัครสีเทา น้อมรับถูกโจมตีเยอะ ลั่นไม่ปล่อยให้ไปเป็น สส.888 หรือ รัฐมนตรีสีเทา - ด้าน “เท่าพิภพ” ฉะ พรรคอื่นค้านเปลี่ยนตัว บอก ไม่ใช่เขตแรกที่ทำ

วันที่ 2 ม.ค. 2569 นางสาวรักชนก ศรีนอก ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ตลาดสะพาน2 เขตวังทองหลาง เพื่อช่วย นายปิติกรณ์ บรรณเภสัช ผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต5 โดยได้เดินทักทายพ่อค้าแม่ค้าและประชาชนอย่างเป็นกันเอง รับฟังปัญหาในพื้นที่ ท่ามกลางความสนใจและรอยยิ้มของชาวตลาดตลอดการลงพื้นที่

ต่อมาเวลา 10.30 น. นางสาวรักชนก ได้ลงพื้นที่ต่อวัดรวกสุธาราม-ตลาดบางขุนศรี เพื่อขึ้นรถแห่ช่วย นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตกร ผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เขต 33 ท่ามกลางกระแสการตั้งคำถามถึงเรื่องดราม่าการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร

โดยนายเท่าพิภพ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้สมัครพรรคอื่น ไปฟ้องเรื่องการเปลี่ยนตัวผู้สมัคร ว่า แน่นอนตนถอนหายใจหลายรอบ ว่าเรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อระบอบประชาธิปไตย แต่ว่านี้จะต้องขอสื่อมวลชนทุกท่าน ว่าการเสนอข่าวดังกล่าวเป็นเรื่องไม่ดี ข้อมูลในโลกใบนี้มี 4 อย่าง คือ 1. ข้อเท็จจริงที่เถียงกันไม่ได้ 2. บางอย่างอาจจะเข้าใจผิด อาจจะเขลา 3. การสร้างเฟคนิวส์ใส่ร้าย “ แต่กรณีนี้เข้าข้อ 4 คือ ไม่ใช่เฟคนิวส์แต่เข้าข่ายไร้สาระ เป็นอะไรที่คุณเปิดเน็ตขึ้นมาแล้ว เปลืองเน็ตฉิบหาย เอาค่าอินเตอร์เน็ตของฉันกลับคืนมา ขอว่าอย่าไปนำเสนอข่าวพวกนี้เลย กกต. เขาก็บอกอยู่แล้ว และไม่ใช่เขตแรกที่ทำ บุรีรัมย์เคยมีเปลี่ยน คุณไม่ไปถามเนวินบ้างล่ะครับ คือ เขาเคยทำกันมาแล้ว ขอให้หยุดเสนอความไร้สาระ ไม่รู้ว่าอ่านกฎหมายไหนมา ทำให้พรรคท่านเสีย จะมาเป็นนิติบัญญัติแต่ไม่รู้เรื่องกฎหมาย จะมาลงเลือกตั้งทำไม”

ด้าน นางสาวรักชนก กล่าวว่า หลายคนอาจจะมองว่าเขต 33 เป็นจุดอ่อนของพรรคประชาชนที่ถูกโจมตีอยู่ ซึ่งเราก็น้อมรับ แต่ว่าสบายใจได้ตอนนี้ เราได้ตัวชัวร์มาแล้ว คือ นายเท่าพิภพ ตนเชื่อว่าการทำงานตลอด 7 ปีที่ผ่านมา ของเท่าพิภพ ทั้งงานพื้นที่ และงานสภา จะสามารถเรียกคืนความไว้วางใจการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนได้

ส่วนกรณีที่ถูกโจมตีเยอะ และเวลาที่เราเจอนักการเมืองสีเทา หรือข้าราชการสีเทา เราก็อยากให้ติดคุก หรือถูกกระบวนการยุติธรรมลงโทษ เพราะฉะนั้น “มีส้มไม่มีเทา” พวกเราเอาจริง ตั้งแต่ในพรรคของเราเอง ไม่ได้พูดเพื่อเอาเท่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ยืนยันว่าเราเริ่มจากพรรคตนเองก่อน ซึ่งขณะนี้เราพิสูจน์ให้ประชาชนเห็น หลายคนอาจจะพูดว่าใครบอกมีส้มไม่มีเทา แต่มีเยอะเลย ตนขอย้ำว่า ตอนนี้ทุกคนออกไปหมดแล้ว พร้อมยืนยันว่าหากเราเจอคนที่มีปัญหาทางข้อกฎหมาย การทำผิดกฎหมาย เราไม่นิ่งนอนใจ ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนคัดคนที่ประวัติเครดิต และขอประวัติอาชญากร แต่ด้วยหมายจับพึ่งมาในวันที่ทุกคนได้ทราบ และหลังจากที่ได้ทราบ ก็ไม่ได้นิ่งเฉยดำเนินการให้ออกจากการเป็นผู้สมัครทันที

นางสาวรักชนก ยืนยันว่า หากเราเจอในพรรคเรา เราไม่เอาไว้ เราไม่ให้เป็น สส. 888 และไม่ให้เป็นรัฐมนตรีสีเทา และสีเทาตรงไหนอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพรรคประชาชน ก็ดูเอาไว้ว่าการแทรกซึมอาจจะเข้าได้ แต่ว่าสุดท้ายเราก็ไม่เอาอยู่ดี และอาจจะติดคุกก่อนใคร ก่อนที่จะอยู่กับพรรคอื่น

“รักชนก” เดินหน้าปราบทุจริตคอรัปชั่น ปัญหาปากท้อง ยัน ไม่ได้ด้อยค่ากองทัพ

นางสาวรักชนก ให้สัมภาษณ์ภายกลังสวนดุสิตโพลยกให้ “ไอซ์ รักชนก” นักการเมืองที่สุดแห่งปี 2568 นั้น ว่า จริง ๆ แล้ว ตนคิดว่าที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนสนับสนุนหรือให้คะแนนมา มันไม่ได้ด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง เป็นเรื่องของพรรค แล้วประเด็นที่ตนทำคือเรื่องทุจริตคอร์รัปชั่น ต้องบอกว่าตลอดหลายการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประเด็นที่เป็นอันดับ 1 เป็นเรื่องปัญหาปากท้อง เวลาคุยถึงนโยบายทุกคนจะถามเรื่องปากท้องก่อน แต่ตนคิดว่าสิ่งนี่เป็นสัญลักษณ์ ตอนนี้ เรื่องปากท้องตกไปอยู่ที่อันดับ 2 แต่เรื่องทุจริตคอร์รัปชั่นการปราบทุนเทาจะขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้สอดคล้องกันกับที่สังคมเราถูกหล่อหลอมหรือถูกทำให้เชื่อมาตลอดว่า ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ปัญหาทุนเทาหรือว่าการทุจริตในนักการเมืองหรือระบบราชการ ที่ผ่านมาเราถูกทำให้คิดว่ามันแก้ไขไม่ได้ แต่ตนคิดว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนเริ่มที่จะมีความเชื่อมั่นขึ้นมาแล้วว่า มันมีจริงๆ พรรคการเมืองที่จะมาแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น การหาส่วนต่างในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มาแก้เรื่องการรับส่วย มาแก้เรื่องการปฏิรูปตำรวจ ทำให้ระบบราชการรับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชนจริงๆ และตนคิดว่ามันสะท้อนผ่าน“โพล” ที่ตอนนี้เรื่องปากท้องก็ลงไปอยู่อันดับ 2 ส่วนการที่ตนได้ก้าวขึ้นมา ก็ไม่ให้เครดิตตัวเอง ต้องให้เครดิตเพื่อนร่วมพรรคของทุกคน ให้เครดิตนายเท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ที่ทุกคนก็ทำงานอย่างหนัก แล้วก็ทำให้พรรคประชาชนมีนโยบายดี ๆ ออกมาให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้เลือกกัน

เมื่อถามถึงกระแสชาตินิยมที่มาแรงในช่วงนี้จะกระทบกับพรรคประชาชนหรือไม่ นางสาวรักชนก มองว่า เรื่องนี้เป็นโอกาสที่จะมาคุยกันด้วยเหตุผลด้วยนโยบายว่าเราจะทำให้กองทัพไทยดึงศักยภาพภาพสูงสุดออกมาได้อย่างไร ที่ผ่านมาเราจะถูกโจมตีว่ามีการด้อยค่าทหารหรือเป็นฝ่ายตรงข้ามกับกองทัพหรือเปล่า

" ดิฉันยืนยันถ้าย้อนกลับไปดูตลอด 7 ปีที่ผ่านมาที่พวกเราทำงาน มีพรรคการเมืองเดียวที่พูดถึงสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย มีพรรคการเมืองเดียวที่กล้าอภิปรายถึงความไม่โปร่งใส การทุจริตในกองทัพ และมีพรรคการเมืองเดียวที่พูดเรื่องโควตาหวยของพี่น้องทหารผ่านศึก ถ้าท่านย้อนกลับไปดูการอภิปรายเรื่องกองทัพหรือ การพูดเรื่องปฏิรูปกองทัพให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้คุณภาพชีวิตพี่น้องทหารชั้นผู้น้อยดีขึ้นแทบจะไม่มีพรรคไหนพูดเลย เราเป็นพรรคเดียวที่พูดเรื่องนี้ แต่ก็น่าแปลกใจว่าเป็นพรรคเดียวที่โดนโจมตีเรื่องทหารหนักที่สุด เราก็อยากจะขอความเป็นธรรมจากพี่น้องประชาชน อยากให้มองด้วยความเป็นธรรมและมองในสิ่งที่พวกเราทำมาตลอด " นางสาวรักชนกกล่าว

เมื่อถามว่าประชาชนยังถูกนำข้อความเก่า ๆ ในอดีตมาโจมตีว่าด้อยค่าทหาร จะส่งผลเสียต่อคะแนนเสียงหรือไม่ นางสาวรักชนก กล่าวว่า คะแนนเสียงจะดีหรือไม่ดี ต้องไปตัดสินในคูหาเลือกตั้ง แต่ขอย้ำอีกครั้งว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคเดียว ที่อภิปรายและเรียกร้องสิทธิ์เพื่อทหารชั้นผู้น้อย เวลาพี่น้องทหารชั้นผู้น้อยถูกทำร้ายหรือเสียชีวิต เราก็เป็นพรรคการเมืองเดียวที่ออกมาพูด จึงไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะสื่อสารที่ผิดพลาดหรือเป็นกระบวนการ อะไรที่พยายามบิดเบือนสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ยืนยันว่าเราเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ยืนเคียงข้างทหารชั้นผู้น้อยมาตลอด 7 ปี

ขณธที่ “องอาจ” ลงพื้นที่ช่วย ผู้สมัคร สส.ปชป. เขต 33 หาเสียง

วันเดียวกันนี้ (02/01/69) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ มาลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขต 33 ช่วยหาเสียงให้กับนายเจตน์สฤษฏิ์ เลิศธนสาร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกตั้งในครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้หรือไม่นั้น นายองอาจ กล่าวว่า กระแสดีกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา และการที่ได้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กลับมานำทัพอีกครั้ง มองว่ากระแสดีมาก ช่วยฟื้นฟู กอบกู้พรรคฯเพื่อกอบกู้ชาติบ้านเมืองในขณะนี้ ตนเองเป็นสส.เขตนี้มาเกือบ 30 ปี เว้นไป 2 สมัยที่ผ่านมา

ทั้งนี้ นายองอาจ ฝากถึงชาวกรุงเทพมหานคร ว่า ผู้ที่เคยให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา อาจไปเลือกพรรคการเมืองอื่น เป็นสิทธิของพี่น้องประชาชนในการตัดสินใจ แต่เชื่อว่าคราวนี้ เท่าที่ออกมาสัมผัสกับพี่น้องประชาชน มีความเชื่อมั่นว่า ประชาชนจะกลับมาให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม ทั้งระบบเขตและบัญชีรายชื่อ

ส่วนจะพลิกคะแนนเสียงในเขตกรุงเทพมหานครกลับมาอย่างไรนั้น เพราะที่ผ่านมาเปลี่ยรจากสีฟ้า เป็นสีอื่น เช่นสีส้ม นายองอาจ ระบุว่า ขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน เราที่จะตัดสินพวกเราก็จะพยามนำเสนอบุคลากรที่เหมาะสมที่สุด ตามสโลแกน ”ไทยหายจนไม่ทน ทุนเทา“

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...