‘สีหศักดิ์’ ชี้ ยกเลิก MOU43-44 เป็นอำนาจรัฐบาล ยัน ต้องฟังเสียงประชาชน
‘สีหศักดิ์’ ชี้ ยกเลิก MOU43-44 เป็นอำนาจรัฐบาล ยัน ต้องฟังเสียงประชาชน ย้ำ ในใจอยากเก็บ MOU43 ต่อ เหตุมีความคืบหน้าแล้ว ฟาก “อภิสิทธิ์” ชี้ หัวใจการเจรจา ปม ชายแดนไทย–กัมพูชา ต้องไม่ให้ความสูญเสียสูญเปล่า แนะ มีผู้สังเกตการณ์ค้ำประกัน ที่มั่นใจว่ากัมพูชาไม่มีศักยภาพในการมาละเมิดซ้ำ เสนอ เจรจาให้กัมพูชาบันทึกชัด แผนที่ 1:200,000 เป็นเพียงหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช้กำหนดเขตแดน
วันที่ 26 ธ.ค. 68 รายการกรรมกรข่าว จัดเวทีดีเบตขึ้นเพื่อให้แคนดิเดตนายกฯแต่ละพรรคได้โชว์วิสัยทัศน์ ซึ่งมี 5 คนด้วยกัน คือ 1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาธิปัตย์
2.นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย
3.นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน
4. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรักฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย
5. พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเศรษฐกิจ
โดยในช่วงหนึ่งได้มีการสอบถามนายสีหศักดิ์ถึงการยกเลิก MOU43-44 ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ตัดสินใจ ไม่ทำประชามติยกเลิก MOU ทั้งสองฉบับไปแล้ว และรัฐบาลภูมิใจไทยต่อไปนี้จะยกเลิกหรือไม่ นาย สีหศักดิ์ กล่าวว่า ตนว่าการตัดสินใจจะยกเลิกหรือไม่เป็นการตัดสินใจของรัฐบาล เราก็ต้องมาดูข้อเท็จจริงว่าMOU43-44มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ที่สำคัญคือเราต้องฟังความคิดเห็นของประชาชน เมื่อถามว่าMOU43ปัญหาอยู่ที่MOUหรือปัญหาอยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาที่มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง
“ ท่านพูดเองว่า MOU43ที่ที่ผ่านมาก็มีความคืบหน้าคืบ เราจะรื้อความคืบหน้าทั้งหมดหรือป่าว เพราะถ้าเกิดเราไม่มีMOU43 แล้วเรามีอะไร เราไปเจราจะไปดึงเขามาเจรจาได้อย่างไรอย่างไร ตรงนี้ต้องฝากเป็นข้อคิด“นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า MOU43 เราต้องมาดูให้ดีส่วน MOU44 ตนมองว่าตั้งแต่มี MOU44 มันยังไม่เคยมีความคืบหน้า พร้อมบอกว่าตนคิดว่า MOU43 ในใจของตน ตนคิดว่าควรที่จะเก็บไว้
“อภิสิทธิ์” ชี้ หัวใจการเจรจา ปม ชายแดนไทย–กัมพูชา ต้องไม่ให้ความสูญเสียสูญเปล่า แนะ มีผู้สังเกตการณ์ค้ำประกัน ที่มั่นใจว่ากัมพูชาไม่มีศักยภาพในการมาละเมิดซ้ำ เสนอ เจรจาให้กัมพูชาบันทึกชัด แผนที่ 1:200,000 เป็นเพียงหลักฐานเชิงประวัติศาสตร์ ไม่ใช้กำหนดเขตแดน
ด้านนายอภิสิทธิ์ วันนี้หากได้เป็นนายกฯรัฐมนตรีจะมีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างไรต่อหรือจะรุกคืบไปกว่านั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สิ่งแรกที่อยากจะบอกว่าที่เรามาถึงจุดนี้ได้ต้องขอบคุณกองทัพไทย ขอบคุณประชาชนชายแดนที่เสียสละ และขอบคุณรัฐบาลที่ทำให้กองทัพสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
เมื่อสักครู่มีการยอมรับว่าทั้งสองฝ่ายสูญเสีย ตนมองว่าเมื่อสูญเสียแล้วอย่าทำต้องให้สูญเปล่า ดังนั้น หัวใจของการเจรจาจากนี้ไป ถ้าสมมุติว่าวันนี้มีการลงนามอีก 3 วันไม่มีการละเมิดกัน ก็ต้องไปสู่ขั้นต่อไปที่เราต้องรุกคืบว่ากัมพูชาจะกลับมาละเมิดหรือรุกรานเราอีกหรือไม่
“คุณสรยุทธพยายามถามตรงนี้ว่าจบไหม จบไหม
คุณสรยุทธต้องไปถามกัมพูชาครับ เพราะไทยไม่ใช่ฝ่ายรุกราน ” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า แต่วิธีเราก็ต้องมีในข้อตกลงขั้นต่อไป ว่ามีผู้สังเกตการณ์คนกลางที่ทำให้มั่นใจว่ากัมพูชาไม่มีศักยภาพในการมาละเมิดอีก นั่นคือการเคลื่อนกำลัง เคลื่อนอาวุธต่างๆเข้ามา ขณะเดียวกันการต่างประเทศและการทูตก็ต้องเดินไปในแง่ของเครื่องมือทั้งหลาย
เมื่อถามว่าคิดว่าฝ่ายกัมพูชาจะรุกรานอีกหรือไม่ในอนาคต นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเมื่อขณะนี้เราสามารถที่จะใช้ปฏิบัติการกำหนดจุดได้เปรียบของประเทศในการเจรจาแล้ว เราต้องไม่ปล่อยให้ตรงนี้ถอยร่นกลับมา ซึ่งถ้าเรามีต่างชาติเขาสนับสนุนเราเรื่องของการปราบปรามสแกมเมอร์ เขาต้องการเห็นสันติภาพที่ยั่งยืนและป้องกันไม่ให้กัมพูชามีศักยภาพในการรุกรานกลับเข้ามา มันก็จะเป็นคำตอบและทางออก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในเรื่องของ MOU ตนก็เริ่มสับสนว่ามันยังไงแน่ เพราะจริงๆแล้วจะเห็นว่า MOU ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติการที่ผ่านมา
“แต่ด้วยความเคารพท่านสีหศักดิ์ ผมทราบดีว่าท่านคิดอย่างไร แต่เลขาธิการพรรคของท่าน พูดชัดเจนมากกว่าพรรคภูมิใจไทยจะยกเลิกMOU43 ผมก็เลยไม่แน่ใจว่าตกลงจะพูดแล้วทำไหม “นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เพราะตรงนี้มันเป็นปัญหาจริงๆ ยืนยันว่าตนเข้าใจนายสีหศักดิ์ ซึ่งตั้งแต่เข้ามาตนเห็นว่าในการตอบกระทู้นายสีหศักดิ์ก็ไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ กับการที่ไปประกาศให้มีการยกเลิก การจะให้กัมพูชายกเลิกหรือแก้ไข เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ถ้าคนอ่าน MOUยังแปลความไม่เหมือนกันและดูการปฎิบัติจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่บางฝ่ายพูด คำว่าแปลความไม่เหมือนกันคือ MOU ไม่ได้บอกว่าเรายอมรับแผนที่ 1:200,000 ดังนั้นการเจรจาถ้าจะมี แค่ให้กัมพูชาบันทึกเข้าใจตรงกันว่าแผนที่ 1:200,000 เป็นเพียงการยอมรับความมีอยู่จริงในเชิงประวัติศาสตร์ไม่ได้เอามาเป็นกำหนดเส้นเขตแดนและปัจจุบันก็ใช้ดาวเทียมยิงเพื่อค้นหาสันปันน้ำที่แท้จริงตามสนธิสัญญาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสำหรับตนดีที่สุดคือทำแบบนี้ แต่ MOU จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกไม่เป็นไรเราปฏิบัติได้ แต่เป้าหมายต้องชัดเจนในการที่ไม่ทำให้การสูญเสียเป็นการสูญเปล่า ด้วยการทำลายศักยภาพของกัมพูชาโดยมีโลกเป็นสักขีพยาน
เมื่อถามว่าจุดยืนชัดเจนว่าไม่ยกเลิก MOU ใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่มีปัญหาใครอยากเลิกก็ปฏิบัติได้ทั้งนั้น เพียงแต่บอกว่าดีที่สุดคือให้กัมพูชามายอมรับว่ามันแปลความอย่างที่ตนพูด แล้วจะได้ใช้เครื่องมือนี้ป้องกันไม่ให้เขาไปเวทีอื่นแต่บีบให้เข้ามาปฏิบัติตาม MOU43 ยึดสันปันน้ำและสนธิสัญญาเป็นหลัก
"สีหศักดิ์" เผยไม่ควรยกเลิก MOU43 เพราะต้องดูว่าปัญหาอยู่ที่อะไร ด้าน "ณัฐพงษ์" โต้ ตอนแถลงนโยบายบอกจะทำประชามติยกเลิก MOU หวังกระแสทางการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีการยกเลิกเอ็มโอยู 2543-2544 นั้น แต่ละพรรคการเมืองมีความคิดเห็นอย่างไร
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า การตัดสินใจจะยกเลิกหรือไม่การตัดสินใจของรัฐบาลซึ่งเราก็ต้องดูข้อเท็จจริงว่าเอ็มโอยูนี้มีข้อดีข้อเสียหรือไม่ รวมถึงต้องฟังความเห็นของประชาชนแต่หากถามว่าเอ็มโอยู 43 ปัญหาอยู่ที่เอ็มโอยูหรือความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาเพราะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องอีกมาก เพราะหากไม่มีเอ็มโอยู 43 นั้นจะใช้เอ็มโอยูอะไรจะดึงเข้ามาเจรจาได้อย่างไร
ซึ่ง ตนมองว่าเอ็มโอยู 43 นั้น ต้องมาดูให้ดีแต่เอ็มโอยู 44 นั้นตนเห็นว่ายังไม่มีความคืบหน้าซึ่งเอ็มโอยู 43 นั้นในใจของตนคิดว่าไม่ควรยกเลิก
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตนายกฯพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าหากวันนี้มีการลงนามหรือละเมิดกันก็ต้องสู้ขั้นต่อไปที่ต้องลุกขึ้นว่ากัมพูชาจะกลับมาละเมิดหรือรุกรานอธิปไตยหรือไม่ ซึ่งต้องถามกัมพูชาด้วยเพราะประเทศไทยไม่ใช่ฝ่ายรุกราน ซึ่งวิธีคือเราต้องมีข้อตกลงขั้นต่อไปเพราะกัมพูชาไม่มีศักยภาพในการละเมิดอีกรวมทั้งการต่างต่างประเทศและการพูดก็ต้องเดินควบคู่กันไป ส่วนมองว่ากัมพูชาจะรุกรานอีกหรือไม่นั้นตนมองว่าเราสามารถใช้ปฏิบัติการเพื่อกำหนดจุดได้เปรียบของประเทศเจรจาเราต้องไม่ปล่อยให้ถอยร่นกลับมาซึ่งหากเรามีต่างชาติที่จะสนับสนุนการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ป้องกันไม่ให้มีศักยภาพในการรุกรานกลับเข้ามา ก็จะเป็นทางออก
ส่วนเรื่องเอ็มโอยูนั้นตนยังมีความสับสนอยู่ เพราะมันเป็นอย่างไรกันแน่เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคในการปฏิบัติงาน แต่เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยพูดเอาไว้ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยจะยกเลิกเอ็มโอยู ตนก็เลยไม่แน่ใจว่าสรุปแล้วจะพูดแล้วทำหรือไม่เพราะตรงนี้เป็นปัญหาซึ่งตนเข้าใจนายสีหศักดิ์ ตั้งแต่เข้ามาก็เห็นชัดว่าการตอบกระทู้ก็ไม่ค่อยสบายใจกับการประกาศให้ยกเลิกจนอยากจะบอกว่าการจะให้กัมพูชามาให้ยกเลิกหรือไม่นั้นเงื่อนไขสำคัญคือคนที่อ่านเอ็มโอยูยังตีความไม่เหมือนกันและหากนำมาปฏิบัติจริงก็ไม่ได้เป็นทางฝ่ายพูดเพราะเอ็มโอยูไม่ได้บอกว่าเรายอมรับแผนที่ 1:200,000 แค่ให้กัมพูชาบันทึกความเข้าใจตรงกันว่าแผนที่ดังกล่าวนั้นเป็นการยอมรับความมีอยู่จริงในเชิงประวัติศาสตร์ไม่ได้เอามาเป็นกำหนดเส้นเขตแดนและปัจจุบันก็ใช้ดาวเทียมยิงสัญญาณเพื่อหาสันปันน้ำที่แท้จริงตามสนธิสัญญาสำหรับตนนั้นดีที่สุด แต่เอ็มโอยูจะยกเลิกหรือไม่งั้นไม่เป็นไรเพราะเราปฏิบัติได้แต่เป้าหมายต้องชัดเจนในการที่ไม่ทำให้การสูญเสียเป็นการสูญเปล่าเพื่อเป็นการทำลายศักยภาพของกัมพูชาโดยมีโลกเป็นสักขีพยาน
”ตนไม่มีปัญหาใครอยากเลิกก็ได้ทั้งนั้นแต่ดีที่สุดคือให้กัมพูชาแปลความหมายที่ตนพูดจะได้ใช้เครื่องมือนี้ป้องกันไม่ให้ไปเวทีอื่นแต่บีบให้เข้าปฎิบัติตามเอ็มโอยู 43 ยึดสันปันน้ำและสนธิสัญญาเป็นหลัก “ นายอภิสิทธิ์กล่าว
ด้านศ.ดร.ยศชนัน วงสวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ต้นขอส่งสัญญาณถึงสามประเด็นสำคัญคือถึงทหารว่าตนได้มีการปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศ สิทธิมนุษยชน และเรื่องสหประชาชาติ ซึ่งตนคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องชื่นชม ส่วนอันต่อมาคือเรื่องนี้มีส่วนสำคัญที่สุดที่ประชาชนอพยพมาตามเขตต่างๆตนวิงวอนว่าพรรคเพื่อไทยในปัจจุบันก็มีการจัดทีมดูแลอยู่ ส่วนในเรื่องเกี่ยวกับกัมพูชานั้นวันนี้หากรัฐบาลทำและสงบได้เราก็ส่งใจไปชื่นชม ส่วนจะจบหรือไม่นั้นตนคิดว่าควรสื่อสารให้ชาวโลกเห็นว่าหากมีการรุกรานที่ผิดกฎเข้ามาเรามีความจำเป็นต้องแจ้งหลักของต่างประเทศซึ่งจะเป็นเกาะกำบังและจะชวนทุกคนมาล้อมและทำให้เห็นว่าปัจจุบันสิ่งที่เรากำลังถูกกระทำอยู่เป็นสิ่งที่ทั้งโลกกำลังเข้าใจผิดสิ่งสำคัญคือเรื่องนี้เป็นเรื่องของสองประเทศ และเป็นเรื่องที่ไทยกับกัมพูชามาคุยกันไม่มีมีความจำเป็นที่มีประเทศอื่นเข้ามา
ส่วนสำคัญอีกอันนึงคือการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ให้สิ้นทราบเพราะเราต้องยอมรับว่าสิ่งนี้ตอนเกิดขึ้นเกิดจากการที่เราไปทำลายสแกมเมอร์ ทุกรูปแบบต้องยอมรับว่าเรื่องไทยกัมพูชาอาจจะสงบชั่วคราวแต่หากเราไม่เป็นผู้ใหญ่และนำทุกคนมาทำเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ ทั้งระบบไม่อย่างนั้นเรื่องนี้จะไม่จบ “ไม่หมดไม่เลิก”
ส่วนด้านพล.อ. รังษี กิติญาณทรัพย์ แคนดิเดตนายกฯพรรคเศรษฐกิจ เห็นว่าควรยกเลิก
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า จะเลิกหรือไม่เลิกนั้นต้องเอาข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรว่ามีข้อเสียด้วยหรือไม่และฝั่งประชาชนเพราะเอ็มโอยู 43 ที่มีปัญหานั้นเพราะมีปัญหาที่เอ็มโอยูหรือความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชา เพราะแผนที่เห็นไม่ตรงกันไม่มีความชัดเจนตนคิดว่าเอ็มโอยูก็จะนำไปสู่การปักปัน พื้นที่ 1:200,000 ก็เป็นเอกสารอ้างอิงตัวสัญญาก็เป็นสิ่งที่เราอ้างอิงและเราก็ต้องมาปัปโดยใช้เทคนิคใหม่ใหม่ ซึ่งเดี๋ยวต้องไปพูดคุยกันในพรรค ว่าความชัดเจนเป็นอย่างไร
ด้านนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิแคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาชนกล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อจุดยืนของนายสีหศักดิ์เป็นอย่างนี้ ซึ่งปัญหาที่ต้นตออาจไม่ได้อยู่ที่เอ็มโอยูแต่อยู่ที่ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกัมพูชาซึ่งประเด็นสำคัญคือแล้วที่ที่ผ่านมารัฐบาลไปตั้งเป็นนโยบายแถลงต่อรัฐสภาทำไมว่าจะทำประชามติยกเลิกเอ็มโอยู ต้องการใช้ประเด็นนี้สร้างกระแสทางการเมืองหรือไม่ซึ่งตนเป็นสิ่งที่อยากให้ช่วยตั้งข้อสงสัย เพราะการยกเลิกเอ็มโอยูอาจมีความเสี่ยงที่อาจทำให้การสู้รบขยายแดน
ด้านนายสีหศักดิ์ได้ตอบกลับว่า วันนี้บริบทมันต่างไปแล้วและเอ็มโอยูนั้นก็ไม่ได้มีระบุว่าจะเป็นฉบับไหนซึ่งมีอยู่สองฉบับซึ่งตนเห็นว่าเอ็มโอยู 43 ควรจะคงอยู่แต่ 44 ควรจะดูให้ดีเพราะเวลานั้นไม่มีความคืบหน้าแต่ ton เห็นด้วยกับนายณัฐพงษ์ จะอยู่หรือไม่ต้องมีความชัดเจนถ้าไม่มีแล้วก็ต้องมีทางเลือกอื่นมิฉะนั้นการยกเลิกโดยไม่มีทางเลือกอื่นเป็นสิ่งที่บั่นทอนต่อผลประโยชน์ประเทศ
ด้านพล.อ.รังษี กล่าวแย้งว่า ตนเห็นเอ็มโอยู 43 มาแล้วซึ่งแทบทุกข้อระบุว่าให้อ้างอิงแผนที่ 1:200,000 ซึ่งแผนที่นี้ความเหลื่อมล้ำ กว้างกว่า 200 เมตรดังนั้นทำให้คุยกันไม่จบวันนี้ควรให้กัมพูชายอมรับแผนที่ 1:50,000 ที่ใช้ปักปันเขตแดนทั้งโลกแต่แผนที่หนึ่งต่อ 200,000 ใช้สำหรับขั้วโลกเหนือขั้วโลกใต้และป่าอเมซอน