โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ศาลจี้สอบ “ธนาคารกลางบราซิล” สั่งชำระบัญชี Banco Master สั่นคลอนเสถียรภาพระบบกำกับ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 ธ.ค. 2568 เวลา 09.56 น. • เผยแพร่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 02.56 น.

การตัดสินใจของ ธนาคารกลางบราซิล ในการสั่งชำระบัญชี Banco Master SA กำลังถูกตรวจสอบอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เมื่อศาลฎีกาและศาลตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาไต่สวนบทบาทหน่วยงานกำกับ

วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 15.05 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางบราซิลกำลังเผชิญแรงกดดันและการตรวจสอบอย่างเข้มข้นเป็นพิเศษ จากการตัดสินใจสั่งชำระบัญชี (liquidate) Banco Master SA ซึ่งถือเป็นกรณีหายากของการที่ฝ่ายตุลาการเข้ามาแทรกแซงการตัดสินใจของหน่วยงานกำกับดูแล และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นด้านความแน่นอนทางกฎหมายของระบบกำกับดูแลสถาบันการเงิน

ทั้งศาลฎีกาบราซิลและศาลตรวจเงินแผ่นดิน (Audit Court) ต่างเรียกร้องข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการตัดสินใจดังกล่าว โดยธนาคารกลางกำลังเผชิญเส้นตายในการชี้แจง การชำระบัญชีเกิดขึ้นหลังการสอบสวนกิจการของ Banco Master ต่อเนื่องหลายเดือน รวมถึงบทบาทของประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่มีสายสัมพันธ์ทางการเมืองอย่าง ดาเนียล วอร์คาโร (Daniel Vorcaro) ซึ่งเคยถูกคุมขังราวหนึ่งเดือน ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวโดยติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์

ธนาคารกลางพบหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความพยายามทุจริตในการเสนอขาย Banco Master ให้กับ Banco de Brasilia SA ซึ่งเป็นธนาคารที่รัฐบาลเขต Federal District เป็นเจ้าของ โดยผลการตรวจสอบถูกส่งต่อให้ตำรวจสหพันธรัฐและอัยการรัฐบาลกลาง ซึ่งได้ยื่นขอหมายจับวอร์คาโรและผู้บริหารรายอื่นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่การตัดสินใจซึ่งอยู่ภายใต้อำนาจโดยตรงของธนาคารกลาง ถูกนำมาพิจารณาโดยศาลสูงสุดของประเทศ สะท้อนความท้าทายของผู้กำหนดนโยบายในการเดินเกมท่ามกลางเครือข่ายการเมืองที่ซับซ้อนในกรุงบราซิเลีย ซึ่งวอร์คาโรถูกมองว่าเชี่ยวชาญในการใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงเหล่านี้มาโดยตลอด

วอร์คาโร ถูกกล่าวหาว่า ธนาคารของเขาสร้างธุรกรรมสินเชื่อปลอมขึ้นมา ก่อนจะนำไปขายให้ Banco de Brasilia ขณะที่ทีมทนายของเขาโต้แย้งว่า พอร์ตสินเชื่อที่ถูกสอบสวนไม่เคยถูกโอนจริง และธนาคารผู้ซื้อได้เข้าซื้อพอร์ตอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดี

ในช่วงต้นเดือนธันวาคม ผู้พิพากษาศาลฎีกา เดียส ทอฟโฟลี (Dias Toffoli) ได้เข้าควบคุมการสอบสวน หลังทนายฝ่ายจำเลยอ้างว่าการดำเนินการของตำรวจอาจกระทบต่อบุคคลที่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองทางรัฐสภา โดยระหว่างการตรวจค้นบ้านของวอร์คาโร พบเอกสารเกี่ยวกับธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับสมาชิกสภานิติบัญญัติ แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคดี Banco Master แต่ทอฟโฟลีเห็นว่าเอกสารดังกล่าวเพียงพอที่จะกำหนดให้การดำเนินการทางกฎหมายใด ๆ ต้องได้รับการพิจารณาล่วงหน้าโดยศาลนี้ ไม่ใช่ศาลชั้นต้น

ในช่วงคริสต์มาส ทอฟโฟลีได้นัดไต่สวนเผชิญหน้าวันที่ 30 ธันวาคม ระหว่างวอร์คาโร, เปาโล เอ็นรีเก คอสตา (Paulo Henrique Costa) อดีตประธาน Banco de Brasilia ที่ถูกปลดหลังคดีถูกเปิดเผย และ ไอล์ตอน เด อากีโน (Ailton de Aquino) ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลของธนาคารกลาง

การนัดไต่สวนดังกล่าวเกิดขึ้นโดยไม่ได้รับการร้องขอจากตำรวจสหพันธรัฐหรืออัยการ โดยสำนักงานอัยการสูงสุดแนะนำไม่ให้ดำเนินการ โดยเห็นว่าการไต่สวนลักษณะนี้ควรเกิดขึ้นหลังจากสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องเป็นรายบุคคลแล้วเท่านั้น

ทอฟโฟลีไม่ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติมถึงเหตุผลในการเรียกอากีโน ซึ่งมีหน้าที่ด้านการกำกับดูแล ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจในเรื่องการขาย Banco Master ให้ Banco de Brasilia ด้านประธานธนาคารกลาง กาเบรียล กาลิโปโล (Gabriel Galipolo) ระบุว่า พร้อมเข้าชี้แจงต่อศาลฎีกา

“ในฐานะประธาน ผมพร้อมให้ข้อมูลต่อศาลฎีกาเช่นเดียวกับที่ได้มอบให้สำนักงานอัยการและตำรวจสหพันธรัฐ เรามีเอกสารครบถ้วน ทั้งการดำเนินการทุกขั้นตอน การประชุม การติดต่อสื่อสารทั้งหมด ผมพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับการสอบสวน” เขากล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม

ในวันเดียวกัน รัฐมนตรีศาลตรวจเงินแผ่นดิน โจนาแทน เด เชซุส (Jhonatan de Jesus) ได้เปิดการสอบสวนแยกต่างหากต่อธนาคารกลาง โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ที่การกำกับดูแล Banco Master จะมีความบกพร่อง โดยระบุว่าการดำเนินการของธนาคารกลางอาจมีการละเลย และตอบสนองต่อสัญญาณการเสื่อมถอยทางการเงินของสถาบันล่าช้าเกินไป ซึ่งบ่อนทำลายประสิทธิภาพของกรอบกำกับดูแลและเพิ่มความเสี่ยงเชิงระบบ

นักวิจารณ์จำนวนมากเคยตั้งข้อสังเกตว่า ธนาคารกลางใช้เวลานานเกินไปในการสั่งชำระบัญชีธนาคารที่มีปัญหาชัดเจน ทั้งการสอบสวนของศาลฎีกาและศาลตรวจเงินแผ่นดินยังอยู่ภายใต้การปิดลับ

Banco Master เคยถูกมองว่าเป็นดาวรุ่งในภาคการเงินบราซิล โดยสามารถดึงดูดเงินลงทุนจากนักลงทุนรายย่อยหลายพันล้านเรียล ผ่านแพลตฟอร์มการลงทุน ด้วยการโปรโมตตราสารหนี้ว่ามีความปลอดภัย เพราะได้รับการค้ำประกันจากกองทุนคุ้มครองเงินฝากของบราซิล (FGC) ซึ่งคุ้มครองสูงสุด 250,000 เรียลต่อราย และไม่เกิน 1 ล้านเรียลภายใน 4 ปี

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงกฎของธนาคารกลางในเดือนธันวาคม 2023 ที่เข้มงวดการเข้าถึงกองทุน FGC ได้ทำลายโมเดลธุรกิจของ Master และการเปลี่ยนกฎครั้งที่สองในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จะกำหนดให้ธนาคารต้องสมทบเงินเข้ากองทุนตามระดับความเสี่ยง ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2026 เป็นต้นไป

แหล่งข่าวระบุว่า การชำระบัญชี Banco Master อาจสร้างภาระต่อกองทุน FGC สูงถึง 55,000 ล้านเรียล (ราว 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หากธนาคารขนาดเล็กอื่น ๆ ล้มตามมา ซึ่งในกรณีนั้น กองทุนจะต้องได้รับการเติมเงินจากธนาคารขนาดใหญ่ของประเทศ

อ้างอิง : www.bloomberg.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...