โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คงกระพัน-สารัชถ์-ผยง ที่สุดซีอีโอประจำปี 2568

ทันหุ้น

อัพเดต 29 ธ.ค. 2568 เวลา 14.52 น. • เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 20.00 น.

#ซีอีโอ #ทันหุ้น – ที่สุดซีอีโอ 2568 “คงกระพัน” ปฏิรูป PTT – “สารัชถ์” เดินเกมดีลแห่งปี ปูทางอนาคต GULF – และ “ผยง” สร้าง “KTB” โดดเด่น ให้ผลตอบแทนจากราคาหุ้นสูงสุด เปิดมุมการวางแผนบริหาร 3 คน 3 สไตล์

ปี 2568 นับเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยเดินบนเส้นด้าย ทั้ง GDP ที่เติบโตต่ำ สงครามการค้า การเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่ๆ ปัญหาการเมือง ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ นับเป็นความท้าทายในด้านการบริหารของผู้นำบริษัทจดทะเบียน

“ทันหุ้น” ได้เลือก 3 ซีอีโอ ที่มีผลงานโดดเด่นในปี 2568 ประกอบด้วยดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง แห่ง PTT จากการบริหารจัดการ PTT ให้กลายเป็นหุ้นปันผลที่สูง ท่ามกลางราคาพลังงานขาลง และผลงานสร้างความมั่นคงด้านเครดิตให้กับ PTTCG และ TOP

นายสารัชถ์ รัตนาวะดี แห่ง GULF ที่ดำเนินการควบรวมกับINTUCH กลายเป็นดีลใหญ่แห่งปี และกำลังเดินหน้าขยายธุรกิจสร้างอนาคต ทำให้ครองอันดับเศรษฐีหุ้นไทยได้ต่อเนื่อง

และนายผยง ศรีวณิช ที่สร้างมูลค่าให้กับ KTB กลายเป็นหุ้นใน SET50 ที่ให้ผลตอบแทนกับผู้ถือหุ้นสูงสุด

@ PTT ปฏิรูปโครงสร้างปลดล็อกมูลค่า

แม้ PTT จะเป็นรัฐวิสาหกิจ ที่หลายคนอาจจะมองว่า มักถูกพลักดันให้ใช้จ่ายเงินลงทุนเพื่อเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ ทว่า ยุคของ ดร.คงกระพัน กลับใส่สูตรคำนึงถึงความคุ้มค่าของการใช้เงิน ประหนึ่งเข้าใจผู้ถือหุ้น

นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ดร.คงกระพัน เดินเกมเร็ว ในจัดการธุรกิจที่สุ่มเสี่ยงกับการขาดทุนออกไปอย่างรวดเร็วทั้ง EV โลจิสติกส์ ไม่ให้บานปลายกับปัญหาการแข่งขัน

และกลับมายืนในจุดแข็งเรื่องพลังงาน โดยเน้นการลดต้นทุนสร้าง EBIDA ควบคู่กับการลดโลกร้อนที่เป็นเมกะเทรนด์ เช่น ธุรกิจไฮโดรเจน หรือ การดักจับคาร์บอน

ก่อนที่จะเสริมเขี้ยวในอนาคตด้วยธุรกิจเทรดดิ้ง LNG ที่จะมาเป็นจุดสำคัญในอนาคต

PTT จัดการสินทรัพย์เพื่อให้มีกระแสเงินสด เสมือน วอร์เรนต์ บัฟเฟต์ ที่ขายสินทรัพย์เพื่อถือครองเงินสด เพราะการมีเงินสด นั้นหมายถึง การมีกระสุนเพื่อคว้าโอกาสในอนาคต

อีกจุดหนึ่งที่ ดร.คงกระพัน เลือกเดินเกมยากแต่จำเป็น นั่นคือ Asset Monetization โดยเป็นการจัดวางสินทรัพย์ประเภท Infrastructure ใหม่ ด้วยการซื้อจากPTTGC และTOP ก่อนปล่อยเช่ากลับ

ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างผลตอบแทนให้กับPTT แล้ว ยังสร้างสเถียรภาพทางการเงินและเครดิตใหักับ PTTGC และ TOP ด้วย

นี่คือการบริหารแบบ“ให้ทั้งกลุ่มรอดไปพร้อมกัน”

ความแข็งแกร่งที่เกิดขึ้นทั้งธุรกิจและกระแสเงินสด ทำให้ PTT ไม่ลังเลที่จะจ่ายปันผลให้สูงกว่าปีก่อน กลายเป็นหุ้นปันผลที่ยิลด์สูงน่าสนใจ

@ GULF ดีลควบประวัติศาสตร์

ถ้า PTT คือการจัดระเบียบภายในGULF คือการ “เขย่าภายนอก” เพราะ ดีลควบรวมGULF–INTUCH สร้าง NewCo ใหม่ และ กลับมาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2568 เป็นการผสานพลังงาน กับ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและโทรคมนาคม ดีลนี้ไม่ใช่แค่ลดความซับซ้อนโครงสร้างถือหุ้น แต่เป็นการวางหมากล่วงหน้าสำหรับเศรษฐกิจData, AI และData Center

GULF ถือหุ้น ADVANC และTHCOM โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับยุคนี้โดยตรง

GULF ประกาศ เป้าหมาย Data Center 300-500 เมกะวัตต์ ใน 3 -5 ปี ธุรกิจคลาวด์ จับมือ Googleในการวางรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการประยุกต์ใช้คลาวด์อย่างแพร่หลาย ปัจจุบันให้บริการ Google Distributed Cloud Hosted (GDCH) และยังร่วมกับ Microsof ในการพัฒนาโซลูชันด้านดิจิทัลร่วมกันเพื่อขยายการเข้าถึงนวัตกรรมคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI)

ส่วนธุรกิจไฟฟ้ายังโตต่อเนื่อง ประเมิน 5 ปีมีกำลังผลิตใหม่รวมราว 2.6 กิกะวัตต์ ทั้งในโรงไฟฟ้าพลังานดั้งเดิมและพลังงานหมุนเวียน

จากการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทำให้ GULF ขึ้นแท่นบริษัทขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของประเทศ โดยมีมูลค่าการซื้อขายตลาดราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) อยู่ที่ 631,208.14 ล้านบาท ติดอันดับ 5 ของบริษัทจดทะเบียนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

นักวิเคราะห์ต่างมองว่า GULF เป็นบริษัทที่มีพอร์ตโฟลิโอแข็งแกร่งและได้รับผลกระทบน้อยจากปัจจัยภายนอก เช่นความผันผวนของราคาพลังงานหรือค่าไฟฟ้าภายในประเทศ ขณะเดียวกันโครงการในมือที่มีศักยภาพช่วยสนับสนุนการเติบโตระยะยาว

นอกจากนี้เชื่อว่าGULF จะเป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการประมูลกำลังผลิตใหม่ของภาครัฐในปีหน้า ทั้งโครงการ Quick Big Win และแผน PDP ฉบับใหม่ที่กำลังจะประกาศใช้

บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มคำแนะนำในหุ้น GULF เป็นซื้อ จากเดิมแนะนำถือ พร้อมทั้งปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 50 บาทจากเดิมที่ 45 บาท พร้อมปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2568-2570 ขึ้น 25%, 28% และ 30% ตามลำดับ

@ KTB วิ่งเร็ว

ในฝั่งสถาบันการเงิน KTB คือกรณีศึกษาว่าธนาคารรัฐก็“วิ่งเร็ว” ได้ หากผู้นำเข้าใจเกมดิจิทัล ซึ่ง ผยง ศรีวณิช รับเครดิตนี้ไปเต็มๆ จากการที่ปี 2568 หุ้น KTB พุ่งกว่า 34.5% สูงสุดในกลุ่ม SET50 ไม่ใช่เพราะวัฏจักรดอกเบี้ย แต่เพราะโครงสร้างธุรกิจที่เปลี่ยนจริง กลยุทธ์ “5 Stars” ลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัว และใช้แพลตฟอร์มอย่าง เป๋าตัง และKrungthai NEXT เชื่อมรัฐ–เอกชน–ประชาชน (X2G2X)

การเป็นช่องทางหลักของนโยบายรัฐ ทำให้ KTB ถือครอง Big Data ระดับประเทศ สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ได้แม่นยำ ขณะที่ ต้นทุนเงินต่ำจากการมีเงินฝากกระแสรายวันและเงินฝากออมทรัพย์ (CASA) ในสัดส่วนที่สูง

และหมากถัดไปคือ Virtual Bank ที่ร่วมกับ AIS และ OR เจาะกลุ่ม Underserved ด้วย AI และ Data Analytics

ปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่ผลักดันราคาหุ้น KTB คือการที่ THAI กลับมาเทรด โดยธนาคารมีต้นทุนหุ้น THAI อยู่ที่เพียง 2.545 บาทต่อหุ้น เมื่อการบินไทยกลับมาทำกำไรและราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น KTB จึงมีโอกาสในเรื่องนี้

ไม่เพียงเท่านั้น ผยง ยังผลักดันให้ KTB จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากกำไร 6 เดือนแรกของปี เป็นครั้งแรกที่ 0.43 บาท ส่วนผลงาน 9 เดือนแรก ปี 2568 รายได้รวม 143,096.70 ล้านบาท กำไรสุทธิ 37,455.80 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 28.21% คิดเป็นอัตราเงินปันผลตอบแทน 5.47%

นอกจากนี้ยังควบตำแหน่งประธานสมาคมธนาคารไทย ในช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ทั้งการช่วยวางแผนการรับมือจากการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ร่วมกับทาง กกร. รวมถึงการแก้ปัญหาเรื่องเงินทุนสีเทาที่เข้ามาในประเทศไทย ในการยกระดับการติดตามและการตรวจสอบการเงิน รวมถึงการพยามที่จะทำให้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าเชื่อมต่อกัน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...