โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกร่ำไห้ พ่อถูกจนท.ปกครองบุกทำร้าย อุ้มหายตัว สุดท้ายพบร่างถูกอำพรางในบ่อดิน

มุมข่าว

เผยแพร่ 29 ธ.ค. 2568 เวลา 01.09 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ลูกร่ำไห้ พ่อถูกจนท.ปกครองบุกทำร้าย อุ้มหายตัว สุดท้ายพบร่างถูกอำพรางในบ่อดิน

วันที่ 29 ธ.ค. 2568 จากกรณีลูกสาวรองขอความช่วยเหลือ หลังจากนายทรงพล (สงวนนามสกุล) 49 ปี ผู้เป็นพ่อ ถูกกลุ่มบุคคล ทราบภายหลังว่าเป็นปลัดอำเภอและพวกรวม 5 คน ใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ บุกมาทำร้าย นำตัวออกไปจากบ้านพื้นที่ ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่กลางดึกวันที่ 26 ธ.ค. และครอบครัวไม่สามารถติดต่อได้ สอบถามไปยังกลุ่มคนดังกล่าวอ้างว่าได้นำตัวไปปล่อยทิ้งไว้ ในพื้นที่ ต.ท่าชนะ โดยทางญาติได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ไว้ที่ สภ.ท่าชนะแล้วหลังเกิดเหตุ

ต่อมาชุดสืบสวน สภ.ท่าชนะ ได้ลงพื้นที่พร้อมชุดสืบจังหวัดสุราษฎร์ธานีไร่กล้องวงจรปิดในพื้นที่ที่ถูกอ้างว่านำตัวนายทรงพลไปปล่อยทิ้งไว้ไม่พบตามกล่าวอ้าง และได้มีการเชิญกลุ่มผู้ก่อเหตุมาที่โรงพัก และทำการสอบสวนและทราบว่า นายทรงพลถูกนำไปทิ้งไว้ในบ่อน้ำหลังบ้านผู้ใหญ่รวยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็น 1 ใน 5 คนทึ่อุ้มนายทรงพล รวมถึงเป็นหลานเขยที่คิดว่า นายทรงพลได้ขโมยพระเครื่องจนเป็นที่มาของเหตุดังกล่าว

โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณหลังบ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 1 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ ทางด้านเจ้าหน้าที่กู้ภัยกุศลศรัทธาท่าชนะ ได้ช่วยกันสูบน้ำและยกสิ่งกีดขวางออกจากบ่อดิน ขนาด ความกว้างประมาณ 2 เมตร พบร่างของนายทรงพลสภาพไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงยีนส์ สภาพคว่ำหน้า โดยที่มือทั้งสองข้างลักษณะแนบชิดบริเวณหน้าอก ถูก ทับด้วยรากไม้ ปล่องซีเมนต์ และปิดด้วยก้อนอิฐ บล็อกด้านบนสุด

ในขณะที่ลูกสาวครอบครัวและญาติๆ ที่มาที่เกิดเหตุร้องไห้ด้วยความเสียใจรวมถึงต่างตั้งคำถามว่าแค่พระเครื่องทำไมถึงต้องเอาชีวิต นอกจากนี้ลูกสาวยังกังวลเกรงว่าผู้ต้องหาจะได้รับการประกันตัวรวมถึงหากมีการรับโทษแล้วจะได้รับโทษน้อยและได้ออกมาเร็ว ในขณะที่พ่อของตนเองจะต้องมาเสียชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...