“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดบวก รับแรงหนุนความคืบหน้าร่างงบฯสหรัฐ-จ่อยุติชัตดาวน์
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดบวก หลังวุฒิสภาสหรัฐลงมติสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว คาดจะช่วยยุติการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลาง ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลก
วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ตลาดหุ้นเอเชีย เปิดบวกในวันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2568 โดยได้รับแรงหนุนจากความคาดหวังว่า วิกฤตชัตดาวน์หรือการปิดหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ยืดเยื้อที่สุดในประวัติศาสตร์ใกล้จะยุติลง หลังจากร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว (Stopgap Spending Bill) ของสหรัฐ มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่น เปิดที่ระดับ 51,314.04 จุด เพิ่มขึ้น 402.28 จุด (+0.79%), ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง เปิดที่ 26,748.09 จุด เพิ่มขึ้น 99.03 จุด (+0.37%), และ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตของจีน ขยับขึ้น 5.28 จุด (+0.13%) แตะระดับ 4,023.88 จุด ส่วน ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ KOSPI พุ่งขึ้นถึง 1.94% และ ตลาดหุ้นออสเตรเลีย S&P/ASX 200 ขยับขึ้น 0.25%
แรงซื้อในตลาดมาจากข่าวดีทางการเมืองในสหรัฐฯ หลังจากในคืนวันอาทิตย์ (9 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น) วุฒิสภาสหรัฐลงมติด้วยคะแนนเสียง 60 ต่อ 40 เห็นชอบ procedural vote หรือการลงมติเบื้องต้นเพื่อผลักดันร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวให้เดินหน้าสู่การพิจารณาในขั้นสุดท้าย โดยร่างดังกล่าวจะจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณเต็มปีให้แก่ กระทรวงเกษตร กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก โครงการก่อสร้างทางทหาร และ การดำเนินงานของสภาคองเกรส
นักวิเคราะห์ชี้ว่าความคืบหน้าครั้งนี้ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นในตลาดการเงินโลก เพราะการเปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐ ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังเปิดทางให้มีการเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เช่น รายงานตลาดแรงงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และข้อมูลอื่น ๆ ที่นักลงทุนรอคอย เพื่อใช้ประเมินทิศทางการตัดสินใจอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในการประชุมเดือนหน้า
ทั้งนี้ความหวังต่อการยุติชัตดาวน์ได้ส่งผลเชิงบวกต่อสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ตั้งแต่ตลาดหุ้น สินค้าโภคภัณฑ์ ไปจนถึงคริปโทเคอร์เรนซี สะท้อนความคาดหวังว่าความไม่แน่นอนทางการคลังของสหรัฐกำลังคลี่คลายลง ซึ่งช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตั้งแต่เปิดตลาดวันแรกของสัปดาห์