มาลี โสเจียตา แถลงการณ์ปฏิเสธอย่างหนักแน่นต่อข้อกล่าวหาของฝ่ายไทย ย้ำไม่ได้ติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ใด ๆ
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 11 พ.ย. 2568 เวลา 04.12 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 04.12 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(11 พ.ย.68) กระทรวงกลาโหมกัมพูชาได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับเหตุการณ์ระเบิดทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากทุ่นระเบิดที่เคยถูกวางไว้ในความขัดแย้งในอดีต
พลโท มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ขอแจ้งให้สาธารณชนทั้งสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศ ทราบดังนี้
กระทรวงกลาโหมกัมพูชาขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ระเบิดทุ่นระเบิดเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บขณะลาดตระเวนเข้าไปในทุ่นระเบิดซึ่งเป็นร่องรอยของความขัดแย้งในอดีต
ในขณะเดียวกัน พบว่าตั้งแต่เมื่อวานนี้จนถึงวันนี้ สื่อมวลชนไทยหลายสำนักได้เผยแพร่รายงานโดยอ้างอิงคำกล่าวอ้างของผู้นำและเจ้าหน้าที่ทหารไทยที่กล่าวหากัมพูชาว่าวางทุ่นระเบิดใหม่ ทำให้ทหารไทยถูกเหยียบย่ำและได้รับบาดเจ็บสาหัสในจังหวัดพระวิหาร
กระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาปฏิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายไทยที่มีต่อกัมพูชาอย่างหนักแน่น
กระทรวงกลาโหมยืนยันอย่างหนักแน่นว่า นับตั้งแต่กัมพูชาเข้าเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา กัมพูชายังคงปฏิบัติตามหลักการและพันธกรณีของกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสมบูรณ์และสม่ำเสมอ กัมพูชายืนยันว่าไม่ได้ใช้หรือติดตั้งทุ่นระเบิดใหม่ใด ๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเรือน
เป็นความจริงที่ว่าแม้จะมีความพยายามอย่างไม่ลดละในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาในการกำจัดทุ่นระเบิด แต่วัตถุระเบิดที่ยังไม่ระเบิดซึ่งเป็นเศษซากจากความขัดแย้งในอดีตยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเรือนชาวกัมพูชาในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแนวชายแดนระหว่างกัมพูชาและประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงประเทศไทย
ในบริบทนี้ กระทรวงกลาโหมขอเรียกร้องให้ประเทศไทยหลีกเลี่ยงการลาดตระเวนในพื้นที่ทุ่นระเบิดเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่าเป็นพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งในอดีต เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากทุ่นระเบิดเก่าที่อาจก่อให้เกิดความตึงเครียดที่ไม่จำเป็น
ตามรายงานของเขตทหารกัมพูชาที่ 4 ระบุว่า หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว กองกำลังทหารทั้งสองในแนวหน้าได้ติดต่อสื่อสารกัน และจนถึงขณะนี้สถานการณ์ยังคงสงบ โดยไม่มีรายงานความตึงเครียดใดๆ
กระทรวงกลาโหมกัมพูชายังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับประเทศไทยเพื่อส่งเสริมสันติภาพและเสถียรภาพระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างหลักประกันความมั่นคงและความปลอดภัยของพลเรือน ตามปฏิญญาร่วมระหว่างกัมพูชาและไทยที่ลงนามเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2568