โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ)” สตรีมอญผู้เชื่อม 3 สมัย “กรุงเก่า-กรุงธนฯ-กรุงเทพฯ”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 12 พ.ย. 2568 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 07.31 น.
พระราชวังเดิม กรุงธนบุรี

ท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ) เป็นสตรีชาวมอญผู้มีบทบาทสำคัญช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทย

ท่านมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับราชสำนักกรุงศรีอยุธยาและกรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชจึงทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ท้าวทรงกันดาลเป็น“แม่วัง”ดูแลรับผิดชอบข้าราชการฝ่ายในทั้งหมดในพระราชวังกรุงธนบุรี

เอกสารที่กล่าวถึงท้าวทรงกันดาลอย่าง ประวัติศาสตร์ ตระกูลสุลต่านสุลัยมาน (บุตรของดะโต๊ะโมกอล)บอกว่า ท่านสืบเชื้อสายมาจาก พระยาเกียรติ และ พระยารามหัวหน้าจางวางอาสาชาวรามัญ (มอญ) ที่แปรพักตร์จากฝ่ายพม่า มาสวามิภักดิ์ต่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เนื่องจากเคยเป็นศิษย์ของท่านมหาเถรคันฉ่องมาด้วยกันครั้งวัยเยาว์

แต่บางแหล่งก็ว่าท้าวทรงกันดาลเป็นสตรีเชื้อสายมอญ ที่เดินทางเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์สยามในสมัยสมเด็จพระจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ. 2275-2301) ช่วงอยุธยาตอนปลาย

แต่ที่น่าเชื่อถือมากที่สุดย่อมเป็นบันทึกต้นตระกูลและวงศ์ญาติของ พระยาไชยนันทน์พิพัทธพงศ์ (เชย ไชยนันทน์) เพราะท่านเป็นผู้สืบสกุลโดยตรงของพระยารัตนจักร (หงส์ทอง) จึงมีศักดิ์เป็น “หลานย่า” ของท้าวทรงกันดาล

พระยาไชยนันทน์ฯ เขียนบันทึกดังกล่าวขึ้นใน พ.ศ. 2456 ขณะมีบรรดาศักดิ์เป็นพระยาบริหารราชมานพ บอกเล่าถึงญาติผู้ใหญ่จากความทรงจำของท่านเอง ในบันทึกระบุว่า ตากับยายของท้าวทรงกันดาลเป็นสามีภรรยาชาวรามัญที่มีภูมิลำเนาอยู่เมืองโคราช มีบุตรี 3 คน คนแรกชื่อสายบัว อีก 2 คนไม่ปรากฏนาม แต่บุตรีคนที่ 3 มีบุตรธิดา 4 คน และคนที่ 2 จาก 4 ก็คือเม้ยทอง, ทองมอญ หรือท้าวทรงกันดาลนั่นเอง

ด้านตัวตนสามีของท้าวทรงกันดาลนั้นยังมีความสับสนอยู่ หนังสือ ต้นตระกูลไทยเล่าว่า ท้าวทรงกันดาลเป็นสนมในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) แห่งกรุงศรีอยุธยา ซึ่งผู้เคยดำรงตำแหน่งดังกล่าวในช่วงปลายอยุธยามีอยู่ 2 พระองค์ คือ สมเด็จเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์(เจ้าฟ้ากุ้ง) ผู้ที่พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พระราชบิดาลงราชทัณฑ์จนสิ้นพระชนม์ เพราะมีการกล่าวหาว่าท่านลักลอบเป็นชู้กับเจ้าฟ้าสังวาลย์ พระมเหสีของพระราชบิดา

อีกพระองค์คือพระอนุชาของเจ้าฟ้ากุ้ง คือ เจ้าฟ้าอุทุมพร กรมขุนพรพินิจ(ขุนหลวงหาวัด) ซึ่งได้รับตำแหน่งวังหน้าแทนพระเชษฐา

หนังสือ ประวัติศาสตร์ ตระกูลสุลต่านสุลัยมานกล่าวว่า สมเด็จเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุวงศ์วรเดช(ทรงมีเชื้อสายท้าวทรงกันดาลทางสมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชชนนี พระชนนีของพระองค์) ทรงเล่าถึงบรรพชนว่า สามีของท้าวทรงกันดาลเป็นหม่อมเจ้า โอรสของพระองค์เจ้าในราชตระกูลกรุงเก่า

ขณะที่บันทึกของพระยาไชยนันทน์ฯ เขียนปะปนกัน บางตอนว่า ย่าของท่านเป็นหม่อมห้ามของหม่อมเจ้าใน “เจ้าฟ้าจีด”(จิตต์) พระเจ้าหลานเธอในสมเด็จพระเพทราชา ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์บ้านพลูหลวง แต่บางตอนก็ว่าท่านเป็นหม่อมห้ามของเจ้าฟ้าจีดเสียเอง

แม้เจ้าฟ้าจีดจะเป็นเจ้านายสูงศักดิ์ แต่ต้องประสบเคราะห์กรรมไม่น้อย เนื่องจากพระองค์เจ้าแก้ว พระบิดาของพระองค์ (พระเจ้าลูกเธอในพระเพทราชา) สนับสนุนเจ้าฟ้าปรเมศร์ ผู้พ่ายแพ้ในศึกชิงราชบัลลังก์กับพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ จึงต้องตกอยู่ในสถานะกบฏ ถูกคุมขังอยู่ในบริเวณพระราชวัง

ในช่วงที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะระส่ำระสายจากการรุกรานของพม่า และกรุงศรีอยุธยาใกล้เสียเมืองให้กองทัพอังวะ มีผู้ช่วยเหลือเจ้าฟ้าจีดและครอบครัวให้หนีจากที่คุมขัง และเสด็จลี้ภัยไปยังเมืองพิษณุโลก ตามแผนของเจ้าพระยาพิษณุโลก (เรือง) ที่จะเชิดพระองค์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่หลังกรุงแตก เพราะเป็นพระบรมวงศ์ชั้นสูงของกรุงศรีอยุธยา แต่พระองค์กลับฉวยโอกาสสถาปนาตนเองครองเมืองพิษณุโลก เจ้าพระยาพิษณุโลกจึงยึดเมืองคืน และจับเจ้าฟ้าจีดขังกรงถ่วงน้ำจนสิ้นพระชนม์

“หม่อมทองมอญ”และลูก ๆ จึงต้องอยู่ที่เมืองพิษณุโลกในความปกครองของเจ้าพระยาพิษณุโลก

กระทั่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชพิชิตก๊กพระเจ้าฝากและเมืองพิษณุโลกได้ หม่อมทองมอญในฐานะที่เคยเป็นหม่อมห้ามของเจ้านายในราชวงศ์บ้านพลูหลวง คุ้นเคยกับขนบธรรมเนียมประเพณีในราชสำนักมาก่อน จึงมาอยู่กรุงธนบุรี และรับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็น “เจ้าคุณใหญ่ท้าวทรงกันดาล”

ในสมัยกรุงธนบุรี ตำแหน่งท้าวทรงกันดาลเป็นตำแหน่งสูงสุดในหมู่ช้าราชบริพารฝ่ายในของสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ทำหน้าที่คล้ายเป็น “แม่วัง” หรือเลขาธิการพระราชวัง จุดศูนย์กลางของอำนาจการบริหารฝ่ายใน

หม่อมทิมบุตรสาวคนหนึ่งของท้าวทรงกันดาล ยังได้เป็นเจ้าจอมในสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ และต่อมาลูกหลานของท่านยังได้สมรสกับเจ้านายจักรีวงศ์หลายพระองค์ ซึ่งหลายท่านคือบรรพชนฝ่ายหญิงของหลาย ๆ ราชสกุล เช่น กุญชร, สุทัศน์, ชุมสาย, อรุณวงศ์, ศิริวงศ์, ภาณุพันธุ์

หม่อมทับหรือพระอักษรสมบัติ บุตรชายอีกคนของท้าวทรงกันดาล มีธิดาชื่อ ท่านทรัพย์ซึ่งต่อมาเป็นเจ้าจอมมารดาในพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 และมีประสูติกาลพระราชโอรสและพระราชธิดาคือ พระองค์เจ้า (ชาย) ศิริวงศ์และพระองค์เจ้า (หญิง) ลม่อม

พระองค์เจ้า (ชาย) ศิริวงศ์ เหลนของท้าวทรงกันดาลผู้นี้เอง เป็นพระชนกของ หม่อมเจ้าหญิงรำเพยหรือต่อมาคือ สมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระอัครมเหสีในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 คือเป็น “เสด็จตา” ของรัชกาลที่ 5 นั่นเอง

นอกจากนี้ ยังมีสกุลขุนนางอีกหลายสกุลที่สืบเชื้อสายหรือเป็นญาติสนิทของท้าวทรงกันดาล อาทิ ไชยนันทน์, ศรีเพ็ญ, ณ พัทลุง เป็นต้น

ท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ) จึงมีส่วนสำคัญที่ทำให้เชื้อสายของคน 3 ยุคสมัย 3 ราชวงศ์ คือ กรุงเก่า กรุงธนบุรี และกรุงเทพฯ เชื่อมต่อกันอย่างไม่ขาดสาย

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปเรตร์ อรรถวิภัชน์. บทบาทของชนชาติมอญต่อประวัติศาสตร์ละสังคมของไทย.นิตยสารศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนเมษายน พ.ศ. 2551.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ท้าวทรงกันดาล (ทองมอญ)” สตรีมอญผู้เชื่อม 3 สมัย “กรุงเก่า-กรุงธนฯ-กรุงเทพฯ”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...