ปลัดคลังเตือนร้านค้า คนละครึ่งพลัส ห้ามขึ้นราคา-อ้างบวกภาษี VAT
ปลัดคลัง ขอความร่วมมือร้านค้า “คนละครึ่งพลัส” ไม่ขึ้นราคาสินค้า-อ้างบวกค่าภาษี VAT ชี้เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เพราะไม่ได้มีต้นทุนเพิ่มขึ้น ไม่ได้นำข้อมูลส่งสรรพากรอยู่แล้ว ด้านสลากเพื่อการออมได้ข้อสรุปภายในปี 2568 เริ่มโครงการเดือน ม.ค. 2569
3 พ.ย. 2568 นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีที่ร้านค้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” บางรายได้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ทั้งกรณีที่บวกเพิ่มราคาสินค้าเมื่อใช้สิทธิคนละครึ่ง และ อ้างว่าบวกภาษีมูลค่าเพิ่ม 7-10% เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ เนื่องจากโครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลช่วยทำให้ร้านค้าขายดีขึ้นกว่าเดิมอยู่แล้วโดยที่ร้านค้าไม่มีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากเดิม
“เรื่องการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือคิดค่าบริการพิเศษ เราขอความร่วมมือกระทรวงพาณิชย์ และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ ถ้าเราเจอก็อาจจะเรียกมาตักเตือนก่อน โดยหากประชาชนพบเห็นการกระทำดังกล่าวสามารถแจ้งมาได้ทันที เนื่องจากถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดหลักการ เพราะโครงการนี้ไม่ได้นำเรื่องระบบภาษีมาใช้ และข้อมูลการซื้อขายก็ไม่ได้เข้ากรมสรรพากรโดยตรงอยู่แล้ว เบื้องต้นขอเตือนร้านค้าว่าอย่าขึ้นราคาสินค้า”
สำหรับผลของมาตรการคนละครึ่งนั้น แม้ว่าเม็ดเงิน 44,000 ล้านบาทที่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอาจจะไม่สะท้อนเป็นตัวเลขใน GDP มากนัก แต่สิ่งที่ได้ผลอย่างมากคือ บรรยากาศความคึกคักและความตื่นตัว ทั้งในกลุ่มคนซื้อและคนขาย
“เรื่องบรรยากาศไม่ได้สะท้อนอยู่ใน GDP แต่ทำให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความหวัง ปลุกบรรยากาศของเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง”
ขณะที่นอกจากคนละครึ่งพลัสแล้วยังมีมาตรการอื่นๆ เช่น การเติมเงิน 1,700 บาท ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ได้เริ่มให้ใช้ได้แล้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2568 เข้ามาช่วยเพิ่มบรรยากาศความคึกคักของเศรษฐกิจด้วย
นายลวรณ เปิดเผยต่อว่า ในส่วนของมาตรการ “สลากเพื่อการออม” ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาสัดส่วนการคืนเงินในกรณีที่ไม่ถูกรางวัล ซึ่งงบประมาณที่นำมาคืนให้ประชาชนมาจากค่าบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งอยู่ที่ 17% ของยอดขายสลาก
“อัตราการคืนเงินให้ประชาชนเป็นอำนาจของ รมว. คลังในการจัดการ ตอนนี้กำลังหาข้อสรุปว่าจะคืนให้ประชาชนในสัดส่วนเท่าไร โดยไม่ต้องได้รับความเห็นชอบของครม. ยืนยันว่าการนำค่าบริหารจัดการสลากมาคืนให้ประชาชนนจะไม่กระทบต่อพนักงานของสำนักสลากฯ ซึ่งเราได้ตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ สคร. แล้วในการคำนวน Performance”
ทั้งนี้จะคืนเงินให้กับผู้ที่ไม่ถูกสลากทันทีแบบงวดต่องวด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปโครงการสลากเพื่อการออมภายในปี 2568 นี้ และจะเริ่มดำเนินโครงการได้ในเดือน ม.ค. 2569