โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เลือกตั้ง 69 : พรรค ปชน.เปิดตัว `เพียงพนอ บุญกล่ำ` อดีตมือกฎหมาย ปตท. ร่วมทีมบริหารด้านปฏิรูปภาครัฐ

efinanceThai

เผยแพร่ 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เลือกตั้ง 69 : พรรค ปชน.เปิดตัว เพียงพนอ บุญกล่ำ อดีตมือกฎหมาย ปตท. ร่วมทีมบริหารด้านปฏิรูปภาครัฐ

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 ม.ค. 69 15:54 น.

พรรคประชาชนเปิดตัว "เพียงพนอ บุญกล่ำ" อดีตมือกฎหมาย ปตท. ร่วมทีมบริหารด้านปฎิรูปภาครัฐ ประกาศปฏิรูปกฎหมาย สร้างธรรมาภิบาล เพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ มั่นใจช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้ประชาชน และนักลงทุนต่างชาติ

เว็บไซต์พรรคประชาชน เปิดตัว นางสาวเพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหาร ด้านการปฏิรูปภาครัฐและกฎหมาย โดยระบุว่า การปฏิรูปภาครัฐเป็นภารกิจสำคัญที่ถูกตั้งเป็นเป้าหมายของประเทศมาหลายยุคหลายสมัย แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ยังคงเห็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของไทยอย่างหนัก

ประเทศไทยถูกตีตราเป็นแหล่งธุรกิจสีเทาที่ไร้ความโปร่งใส เต็มไปด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน ทำให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติเห็นแต่ขั้นตอนที่ยุ่งยากและกฎหมายที่ซับซ้อน ส่งผลให้เม็ดเงินมหาศาลหลั่งไหลไปลงทุนที่ประเทศอื่นมากกว่า

การปล่อยปละละเลยปัญหานี้ไว้จนฝังรากลึกกลายเป็น โจทย์หิน ในการกอบกู้ความเชื่อมั่นให้กลับคืนมาสู่ประเทศไทย แต่เรื่องยากเช่นนี้ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้

การเข้ามารับภารกิจท้าทาย จาก ผู้มีประสบการณ์ทำงานแวดวงกฎหมายและธุรกิจยาวนานกว่า 38 ปี จึงเป็นอีกความหวังใหม่ที่จะเข้ามาปฏิรูปภาครัฐเพื่ออนาคตของคนรุ่นใหม่

นางสาวเพียงพนอ เคยผ่านงานผู้บริหารสำนักงานกฎหมาย อาจารย์พิเศษด้านกฎหมายธรรมาภิบาล กรรมการสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย และเป็นอดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่กฎหมาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) แะเลือกใช้ชีวิตหลังเกษียณก่อนกำหนด นำความเชี่ยวชาญที่มีมาใช้ทำงานเพื่อประเทศ

นางสาวเพียงพนอ กล่าวว่า การเข้ามาทำงานกับพรรคประชาชน ถือาเป็นจังหวะจากขอ early retire (เกษียณก่อนกำหนด) มีผล 31 ธันวาคม 2568 และมีแผนหลายอย่าง ทั้งการไปเที่ยว สอนหนังสือ และเขียนหนังสือ แต่ผู้ใหญ่ทราบว่า early retire จึงชักชวนมาทำอะไรเพื่อประเทศชาติ เพราะเห็นว่าเราสนใจในประเด็นปัญหาประเทศและสังคมผ่านบทบาทของการเป็นคนบรรยาย โดยเฉพาะเรื่องบรรษัทภิบาล (Corporate Governance) ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชันของภาครัฐ หรือการหลอกลวงโดยเจตนาในภาคเอกชน

สาเหตุที่สนใจด้านการเมือง นอกจากสนใจในฐานะประชาชน การเมืองเกี่ยวข้องกับการทำงาน เพราะเวลามีนักลงทุนจากต่างประเทศเป็นลูกความ สิ่งที่นักลงทุนกังวลไม่ใช่ภาษีแพง ไม่ใช่เรื่องอื่น แต่กังวลเรื่องความไม่แน่นอนหรืออะไรที่คำนวณไม่ได้

ส่วนการที่สนใจพรรคประชาชน ข้อแรกคือนโยบายเขาชัดเจนตั้งแต่ข้อบังคับ เห็นว่ามันสะท้อนความมุ่งมั่นตั้งใจ และส่วนตัวสนใจในเรื่องธรรมาภิบาล (Governance) คิดว่าปัญหาเรื่อง Rule of Law หรือหลักนิติธรรม เป็นเรื่องใหญ่มาก และนี่คือหนึ่งในต้นทุนที่แพงมาก แต่ถ้าทำให้ดีจะช่วยเพิ่ม GDP โดยไม่ต้องลงทุนอย่างอื่นเลย เพราะฉะนั้นประสิทธิภาพและความโปร่งใสเป็นเรื่องสำคัญ เราเห็นว่านโยบายของพรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นชัดเจน เปิดโอกาสให้ใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่สะสมมา 30 กว่าปี

หากพรรคประชาชน ได้เป็นรัฐบาล สิ่งแรกที่จะดำเนินการ มองเรื่อง กิโยตินกฎหมาย (กระบวนการทบทวน ปรับปรุง หรือยกเลิกกฎหมายและกฎระเบียบที่ล้าสมัย) ที่ทำสำเร็จที่เกาหลี เวียดนาม และโครเอเชีย แต่กลับไม่ค่อยสำเร็จในประเทศไทย เชื่อว่าพรรคประชาชนมีความกล้าที่จะทำ ดูจากความตั้งใจ อยู่ทั้งในข้อบังคับของพรรคและนโยบาย แม้คือต้นทุนที่สูง ถ้าทำแล้วจะมีประโยชน์ แต่ไม่ทำนี่แข่งกับใครไม่ได้เลย นอกจากนี้หลักธรรมาภิบาลมีหัวใจสำคัญข้อแรกคือ การบริหารจัดการด้วยความรับผิดชอบ ยิ่งมีอำนาจมากยิ่งต้องรับผิดชอบมาก และมีผลต่อจีดีพี

สัญญาณถดถอยของประเทศมีมาตั้งแต่ก่อนสถานการณ์โรคระบาดโควิด แต่ก็ไม่มีสิ่งที่แสดงให้เห็นเป็นรูปธรรมถึงความพยายามแก้ปัญหาในเชิงโครงสร้าง ในขณะที่ปัจจัยภายนอกก็รุมเร้า หลายปัญหาเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และความสามารถในการแข่งขันกับประเทศในภูมิภาคก็ดูจะลดถอยลง

การปฏิรูปภาครัฐให้มีประสิทธิภาพ (efficiency) และมีผลิตภาพ (productivity) เช่นเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เช่น น้ำท่วมหาดใหญ่ หลายๆ คนจะบอกว่าไม่มีอำนาจและต้องทำตามกระบวนการ จนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) บอกว่าเงินในการจัดซื้อจัดจ้างมีระบุในกฎหมายอยู่แล้ว หรือเหตุการณ์ชายแดน มีคนบอกว่าต้องให้ชาวบ้านที่อยู่ในศูนย์อพยพเซ็นทุกครั้งที่รับอาหารกล่องเพราะ สตง. จะตรวจสอบ และจะเจอมาตรา 157 กฎหมายอาญา คนก็ไม่กล้าใช้เงิน สะท้อนให้เห็นหลายอย่าง ทำให้คนกลัวเกินเหตุ ซึ่งต้องปลดล็อกตรงนี้ และต้องทำความเข้าใจกับทุกหน่วยงานเลย

การหารายได้เพิ่ม นอกเหนือจากเรื่อง EEC ซึ่งควรจะเป็น Fast Track ที่ต้องเร็วและเป็น One Stop Service จริง เรื่องต่อมาคือกฎหมายสตาร์ทอัป เมื่อก่อนตลาดทุนไทยในกลุ่มวานิชธนกิจ ทุกคนจะพูดว่าตลาดไทยมีเสน่ห์และเซ็กซี่ แต่ตอนนี้ไม่มาแล้ว

นอกจากภาพรวมของประเทศแล้ว แม้กระทั่งเรื่องของการหลอกลงทุนก็เป็นเรื่องใหญ่ จากข้อมูลและโยงกับเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี หรือว่าบรรษัทภิบาลและธรรมาภิบาล โยงมาที่เรื่องความโปร่งใส คำถามคือ ที่บอกว่ากฎหมายที่มีดีอยู่แล้ว ปัญหามันอยู่ตรงไหน อย่างเรื่องก Insider Trading (การนำข้อมูลภายในมาใช้หาประโยชน์ในการซื้อขาย) อาจจะรู้สึกตื่นเต้นว่า ก.ล.ต. สั่งปรับเยอะ แต่ว่าใช้เวลานาน บางเคสเป็น 10 ปี นักลงทุนเสียหายไปหมดแล้ว

"เรื่องทั้งหมดเหมือนเป็นเรื่องกฎหมาย แต่เรื่องนี้สามารถเปลี่ยนเป็นเงินและเป็นเศรษฐกิจได้ เมื่อเกิดความเชื่อมั่น ประเทศและสังคมก็มีอนาคต จากที่เราคิดว่าคนรุ่นหลังมองไม่ค่อยเห็นความหวังหรือมีความฝันหายไป ตอนนี้เขาก็จะอยู่ในบรรยากาศที่พลังมันจะกลับมา เหมือนกับที่เราเห็นหลายๆ ประเทศ ไม่ใช่ว่าเขาไม่มีปัญหา แต่เขายังมีพลังอยู่"

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...